อนุทิน : ผู้นำไร้รอย ที่อาจมิใช่ความไร้ตัวตน
8ก.ค.2569- ดร.สุวินัย ภรณวลัย นักเขียนและอดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง อนุทิน : ผู้นำไร้รอย มีเนื้อหาดังนี้
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา
เริ่มมีบทความและบทวิเคราะห์ทางการเมืองจำนวนไม่น้อย
วิจารณ์นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล
ว่าเป็นผู้นำที่
"ลอยไปลอยมา"
"จับต้องไม่ได้ว่ากำลังทำอะไร"
"ไม่มีงานหลัก"
และ "ไม่มีวาระแห่งชาติของตนเอง"
ข้อวิจารณ์เหล่านี้
ฟังดูมีเหตุผลอยู่ไม่น้อย
หากมองผู้นำผ่านภาพข่าวรายวัน
แต่ผู้เขียนกลับมองต่างออกไป
เพราะบางที
สิ่งที่หลายคนเรียกว่า
"ลอยไปลอยมา"
อาจเป็นเพียงภาวะผู้นำอีกแบบหนึ่ง
ที่มิได้วัดความสำเร็จ
จากการแย่งซีนรัฐมนตรีทุกกระทรวง
หรือการต้องยืนอยู่หน้ากล้องทุกวัน
หากวัดจากความสามารถ
- ในการวางคนให้ถูกงาน
- สร้างทีมให้ทำงานได้เต็มศักยภาพ
- และปล่อยให้ระบบเดินหน้า
โดยที่ผู้นำไม่จำเป็นต้องเป็นพระเอกของทุกฉาก
นี่คือเหตุผล
ที่ผู้เขียนอยากชวนผู้อ่าน
ลองมองนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
ผ่านอีกมุมหนึ่งแบบเต๋า
ในฐานะ
"ผู้นำไร้รอย"
-----
ในยุคที่การเมืองกลายเป็นการแข่งขันด้านภาพลักษณ์
ผู้คนจำนวนมากเริ่มเชื่อว่า
ผู้นำที่ดี
ต้องออกสื่อทุกวัน
ต้องประกาศสงครามกับใครสักคนทุกสัปดาห์
ต้องมีวาระแห่งชาติเรื่องใหม่ทุกเดือน
และต้องทำให้ผู้คนรู้สึกว่า
"กำลังทำอะไรอยู่"
ตลอดเวลา
-----
แต่บางที
ภาวะผู้นำ
อาจไม่ได้วัดจากเสียงที่ดังที่สุด
หากวัดจากความสามารถ
ในการทำให้ระบบเดินหน้า
โดยที่ผู้นำไม่จำเป็นต้องอยู่กลางเวทีเสมอไป
-----
ผู้บริหารมีอยู่สองแบบ
แบบแรก
คือผู้นำที่ลงมือทำทุกเรื่องด้วยตนเอง
อีกแบบหนึ่ง
คือผู้นำที่เลือกคนให้ถูก
มอบหมายงานให้เหมาะกับความสามารถ
แล้วปล่อยให้มืออาชีพทำหน้าที่ของตน
คนภายนอกอาจมองว่า
ผู้นำแบบหลัง "ไม่ทำอะไร" (ซึ่งน่าเป็นการมองแบบผิวและตื้น)
แต่ในความเป็นจริง
การไม่แย่งงานลูกน้องทำ
ก็อาจเป็น "ภาวะผู้นำรูปแบบหนึ่ง" (ตรงนี้ต้องขีดเส้นใต้)
ใช่หรือไม่ใช่
-----
ในทางการบริหาร
การเอาทุกเรื่องมาไว้ในมือผู้นำคนเดียว
ไม่ใช่จุดแข็ง
หากเป็นจุดอ่อน
เพราะเมื่อทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนเพียงคนเดียว
ระบบทั้งระบบก็เปราะบาง
ผู้นำที่ดี
จึงไม่ใช่ผู้ที่ทำทุกอย่างเอง
แต่คือผู้ที่ทำให้คนเก่งหลายคน
ทำงานร่วมกันได้ต่างหาก (ตรงนี้ต้องย้ำแล้วย้ำอีก)
----
ในช่วงวิกฤตไทย–กัมพูชา
สังคมได้เคยเห็นภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีคนนี้แล้ว
ที่เลือกให้กองทัพทำหน้าที่ทางทหาร
ให้กระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่ทางการทูต
ให้ทีมเศรษฐกิจทำหน้าที่ด้านเศรษฐกิจ
โดยรัฐบาลทำหน้าที่ประสานทั้งระบบ
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
มิได้เกิดจากคนคนเดียว
แต่เกิดจากทีม (ต้องนี้ต้องเน้นแบบใส่กรอบทอง )
-----
เมื่อสถานการณ์วิกฤตเริ่มคลี่คลาย
ผู้นำอย่างเขาก็ถอยกลับมา
ปล่อยให้กลไกราชการและรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง
ทำหน้าที่ของตน
บางคนมองตื้นว่า
นี่คือความเงียบ
แต่บางคนที่มองทะลุย่อมมองว่า
นี่คือ "ความไว้วางใจในระบบ" ต่างหาก
----
ผู้นำบางคนในอดีต
สร้างภาพว่าตนเองทำทุกเรื่อง
แต่เมื่อพ้นตำแหน่ง
ทุกอย่างก็หยุด
เพราะไม่มีระบบเหลืออยู่
ผู้นำอีกแบบหนึ่ง
เน้นสร้างระบบ
จนบางครั้งผู้คนแทบไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของเขา
เพราะ "ระบบทำงานได้เอง"
----
ผู้นำเช่นนี้
อาจไม่เร้าอารมณ์
อาจไม่หวือหวา
อาจไม่ใช่ข่าวทุกวัน
แต่ก็อาจทำให้ประเทศ
เดินหน้าได้อย่างมั่นคง
โดยไม่ต้องมีเสียงดังตลอดเวลา
----
บางที
ภาวะผู้นำที่สูงที่สุด
อาจไม่ใช่การทำให้ผู้คนมองเห็นตัวผู้นำ
แต่คือการทำให้ผู้คน
มองเห็นการทำงานของระบบ
มากกว่าตัวบุคคล
หากเป็นเช่นนั้น
ความ "ไร้รอย"
ก็อาจมิใช่ความไร้ตัวตน
หากคือศิลปะของผู้นำ
ที่ไม่จำเป็นต้องทิ้งร่องรอยของอัตตาไว้
ในทุกเรื่องที่ประเทศเดินผ่าน
คนตื้นมักติติง การนำแบบเต๋า
คนลึกซึ้งย่อมชื่นชม การนำแบบเต๋า
~ สุวินัย ภรณวลัย