โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เวิลด์แบงก์ ติงไทยปรับกฎหมาย ‘จ่ายค่าจ้างทำงานค่ำ’ ก่อนประเมิน B-READY

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ประชุมหารือทางเทคนิคแบบทวิภาคีร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารโลก และมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า 150 คน เข้าร่วมรับฟังและซักถามประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้ในการประเมิน Business Ready (B-READY) ของประเทศไทยในปี 2569 นี้

สำหรับประเด็นสำคัญจากการประชุมร่วมกับธนาคารโลก ได้สรุปประเด็นที่ไทยควรเร่งปรับปรุงหลายเรื่อง โดยเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ประเด็นด้านแรงงานมีการได้หารือถึงวันลาพักผ่อนประจำปีต้องเป็นสิทธิที่กฎหมายกำหนดไม่น้อยกว่า 15 วันทำงาน โดยไม่รวมถึงลาป่วยหรือวันหยุดราชการ เช่นเดียวกับการคุ้มครองแรงงานจากการเลือกปฏิบัติ ความรุนแรง การล่วงละเมิด และการกลั่นแกล้งนั้น ต้องมีกลไกร้องเรียนหรือมาตรการภายในองค์กรที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย

ขณะที่การอนุญาตให้ทำงานกลางคืนได้ถือเป็นการเอื้อให้นายจ้างสามารถจ้างงานกลางคืนได้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ ขณะเดียวกันก็คุ้มครองสิทธิประโยชน์ลูกจ้างด้านแรงงาน ดังนั้น จำเป็นต้องมีกฎหมายที่กำหนดเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับงานกลางคืนเพิ่มจากค่าจ้างปกติ เพื่อคุ้มครองแรงงานที่ทำงานนอกเวลามาตรฐานซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตทางสังคม

พร้อมกันนี้ยังหารือถึงการเข้าสู่ธุรกิจ โดยไทยต้องพัฒนากฎหมายกฎหมายที่กำหนดให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Ownership) ในขั้นตอนการจดทะเบียนธุรกิจ และหากข้อมูล BO ถูกเก็บไว้ใช้ภายในหน่วยงานรัฐแต่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะก็จะยังไม่ได้คะแนน กรณีประเทศไทยมีมาตรการให้ธนาคารเก็บข้อมูล BO ผ่านกระบวนการ KYC/CDD อาจทำให้ได้รับคะแนนบางส่วนในด้านบริการทางการเงิน (Financial Services)

เช่นเดียวกับประเด็นทุนชำระขั้นต่ำ (Paid-in Minimum Capital) หมายถึง เงินทุนที่กฎหมายบังคับให้ต้องชำระหรือฝากไว้ในบริษัท ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังจดทะเบียนธุรกิจ หากมากกว่า 0 บาท ถือว่าเป็นข้อจำกัดต่อการเริ่มต้นธุรกิจ

ขณะที่ด้านการค้าระหว่างประเทศ ได้หารือถึงเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมของบริการขนส่ง ต้องมีกฎหมายรองรับมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับการขนส่งหรือไม่ เช่น มาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอน ครบทั้งการขนส่งทางเรือ ทางอากาศ และทางบก จึงจะได้คะแนนเต็ม

อย่างไรก็ดีธนาคารโลกมุ่งประเมินเฉพาะมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษี (NTMs) ที่มีลักษณะเป็นข้อจำกัดทางการค้าและเพิ่มต้นทุนให้แก่ผู้ค้า แม้มีโควตาหรือการควบคุมราคาในสินค้าที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เช่น ความปลอดภัย ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม การคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น ก็ถือว่าไม่เป็นไปตามเกณฑ์ B-READY

ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารโลกยังวัดแบบ Binary Scoring ซึ่งอาจยังไม่สามารถวัดคุณภาพของ NTMs ได้อย่างชัดเจน โดยธนาคารโลกอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเปลี่ยนวิธีการให้คะแนนในปีต่อไป

ส่วนด้านการแก้ไขข้อพิพาท ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นการจ่ายคดีแบบสุ่มอัตโนมัติจะถูกวัดเฉพาะคดีพาณิชย์ในศาลชั้นต้น และต้องเป็นระบบสุ่มอัตโนมัติที่ไม่มีการแทรกแซง โดยหากต้องการใช้ผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง สามารถกำหนดสุ่มเฉพาะกลุ่มผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละประเภทได้ และหากเป็นศาลหรือแผนกเฉพาะภายในศาล สามารถนับเป็นศาลชำนัญพิเศษได้ แต่ต้องแน่ใจว่าเป็นการพิจารณาเฉพาะคดีพาณิชย์เท่านั้น

นอกจากนี้ในด้านการแข่งขันทางการตลาด ได้หารือถึงการกำหนดเกณฑ์ที่ระบุการยอมรับความเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาที่สร้างขึ้นโดย AI ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานสากลที่ชัดเจน ทุกประเทศยังอยู่ระหว่างพัฒนาแนวทาง ทั้งนี้ สามารถดูแนวปฏิบัติจากกลุ่มประเทศสมาชิก EU และสหภาพยุโรปได้ กล่าวโดยสรุป เกณฑ์ B-READY ไม่ได้กำหนดว่าต้องกำหนดสัดส่วนการใช้ AI เท่าใดในผลงาน อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากทุกประเทศเพื่อไปพิจารณาให้ตัวชี้วัดนี้ ชัดเจนขึ้นในอนาคต จึงขอให้ไทยศึกษาเพื่อวางกรอบกฎหมายเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาที่สร้างขึ้นโดย AI

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...