โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กมธ.คมนาคม” สถาฯ บี้ปมรถไฟชนรถเมล์ ดับฝันโซเชียลชี้ระยะเบรกจริงต้องเป็นกิโลเมตร ไม่ใช่หลักร้อยเมตร

สยามรัฐ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กมธ.คมนาคม เรียกถกเดือดปมโศกนาฏกรรม "รถไฟชนรถเมล์" กรมขนส่งทางรางงัดหลักฐานวิทยาศาสตร์ฟาดข่าวลือโซเชียล ยันน้ำหนักพันตันระยะเบรกปลอดภัยต้องใช้เป็น "กิโลเมตร" ฝ่าไฟแรงกะทันหันเสี่ยงรถไฟตกราง ด้านตำรวจน้อมรับช่องโหว่ประสานงาน สั่งคุมเข้มมาตรการ "จัด-จับ-ปรับ" ขณะที่ "นิกร" จี้ถามยอด CCTV ปี 63 และมาตรการตรวจฉี่ม่วงพนักงาน

วันที่ 20 พ.ค. 2569 มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม โดยมี นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานในการประชุมเพื่อหารือและตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญขบวนรถไฟชนกับรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) บริเวณจุดตัดทางรถไฟ โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางราง, การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้าร่วมชี้แจงอย่างพร้อมเพรียง

ในที่ประชุม นายทยากร จันทรางศุ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานความปลอดภัยและบำรุงทาง กรมขนส่งทางราง ได้เปิดเผยลำดับเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดแบบวินาทีต่อวินาที พบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลา 15.35 น. ดังนี้ เวลา 15.35.01 น. เจ้าหน้าที่เริ่มโบกธงแดงเพื่อส่งสัญญาณ เวลา 15.35.24 น. พนักงานเก็บธงแดงในขณะที่รถยนต์ยังสัญจรอยู่ ส่งผลให้รถเมล์คันเกิดเหตุเข้าไปติดค้างอยู่บนทางรถไฟ เวลา 15.35.39 น. พนักงานโบกธงเดินกลับมาที่ซุ้มสถานีและเอื้อมมือเข้าไปกดปุ่มควบคุมไม้กั้นและอาณัติสัญญาณ ซึ่งห่างจากเวลาที่รถไฟมาถึงเพียง 5 วินาทีเท่านั้น เวลา 15.35.44 น. ขบวนรถไฟมาถึงจุดเกิดเหตุ โดยที่พนักงานยืนหันหลังอยู่และไม่ทราบว่ารถไฟฝ่าสัญญาณเข้ามา เวลา 15.35.45 น. รถไฟพุ่งชนรถเมล์อย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟ ก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้และลากรถเมล์ไปตามทาง จนกระทั่งขบวนรถไฟสามารถหยุดสนิทได้ในเวลา 15.36.00 น.

จากไทม์ไลน์ดังกล่าว ทำให้ประธาน กมธ. ตั้งคำถามสำคัญถึงระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า เนื่องจากระยะเวลาในการกดปุ่มจนถึงช่วงที่รถไฟมาถึงมีสั้นมาก ประกอบกับเสาสัญญาณเตือนที่อยู่ห่างออกไปเพียง 50 เมตร ถือว่ากระชั้นชิดเกินไปจนไม่สามารถเบรกได้ทัน

ด้าน นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ได้ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียที่ระบุว่ารถไฟควรจะเบรกได้ในระยะ 100-200 เมตร โดยยืนยันว่า ในทางปฏิบัติและความปลอดภัยจริง ระยะเบรกของรถไฟต้องใช้ทางยาวเป็นกิโลเมตร ขบวนที่เกิดเหตุเป็นรถไฟขนส่งสินค้า บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 20 ตู้ น้ำหนักเฉพาะตัวสินค้าสูงถึง 1,136 ตัน (แคร่ละ 18 ตัน) รวมกับน้ำหนักหัวรถจักรอายุ 30 ปี อีก 80 ตัน กลไกการเบรกของรถไฟลากเลื่อนไม่ได้หยุดพร้อมกันทุกล้อในทันที แต่ระบบเบรกจะค่อยๆ ไล่จากหัวขบวนไปจนถึงแคร่สุดท้าย ซึ่งต้องใช้เวลาหลายวินาที

"ในทางทฤษฎีหรือที่เถียงกันในโซเชียลอาจจะคิดว่าทำได้ แต่ลองไปถาม ChatGPT หรือให้เด็กมัธยมคำนวณดู น้ำหนักพันกว่าตันขนาดนั้น ขนาดรถยนต์ธรรมดายังเบรกไม่อยู่เลยในระยะ 100 เมตร ยิ่งไปกว่านั้นการใช้เบรกฉุกเฉิน (Emergency Brake) กะทันหัน มีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้ขบวนรถไฟโคลงเคลงและตกราง ซึ่งจะสร้างความเสียหายรุนแรงกว่าเดิม กรมฯ จึงต้องคำนึงถึงระยะเบรกปลอดภัยเป็นหลัก" อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าว

สอดคล้องกับ รักษาการผู้ว่าการ รฟท. ระบุว่า ขบวนดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วเฉลี่ย 30-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ไม่เกินเพดานควบคุมในเขตเมืองที่ 40 กม./ชม.) แม้จะมีการกดเบรกฉุกเฉินก่อนถึงจุดชน 118 เมตร จนความเร็วลดลงเหลือ 28 กม./ชม. แต่ด้วยมวลน้ำหนัก มหาศาล ทำให้รถไฟลากรถเมล์ไปไกลอีกกว่า 80 เมตรจึงจะหยุดสนิท โดยมาตรฐานความปลอดภัยของ รฟท. ได้กำหนดระยะเบรกปลอดภัยไว้ที่ 1,000 เมตร และในกรณีเลวร้ายที่สุดก็ยังต้องใช้ระยะทางถึง 750 เมตร

ขณะที่ พ.ต.อ. กำพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ยอมรับต่อที่ประชุมว่า ที่ผ่านมาการประสานงานระหว่างตำรวจจราจรที่แยกอโศก-เพชรบุรี กับคนคุมไม้กั้นรถไฟ เป็นเพียง "ข้อปฏิบัติ" ที่ทำร่วมกันในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยการใช้วิทยุสื่อสารประสานงานเพื่อระบายรถที่ติดค้างอยู่บนราง แต่ยัง "ไม่ได้มีข้อกำหนดที่เป็นมาตรฐานถาวร" หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ ตำรวจได้ปรับแนวทางใหม่ บังคับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานคุมไม้กั้นต้องแลกชื่อและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกันทุกผลัด เพื่อแก้ปัญหาในกรณีที่วิทยุสื่อสารขัดข้อง พร้อมระดมกำลังตำรวจ สน.ดินแดง และ สน.มักกะสัน บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดภายใต้มาตรการ "จัด-จับ-ปรับ" กลุ่มผู้ฝ่าฝืนแนวทางรถไฟทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในที่ประชุมดุเดือดขึ้นเมื่อ นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ได้กล่าวแสดงความเสียใจและชี้ว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ และตัวบุคคล เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นผู้โดยสารบนรถเมล์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ พร้อมตั้งคำถามอย่างรุนแรงถึงมาตรการคัดกรองพนักงานขับรถไฟ หลังพบข้อมูลว่ามีพนักงานบางรายผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง (สารเสพติด)

"ท่านตรวจสุขภาพและหาสารเสพติดกันบ่อยแค่ไหน เท่าที่ทราบคือตรวจปีละครั้ง ถ้าตรวจแค่นั้นไม่ต้องมีระบบตรวจก็ได้ นอกจากนี้ สภาเคยมีออเดอร์ส่งตรงไปยังรัฐบาลและ รฟท. ตั้งแต่ปี 2563 ให้ติดตั้งกล้อง CCTV ในจุดเสี่ยงและในขบวนรถเพื่อรักษาความปลอดภัย คำถามคือผ่านมา 2-3 ปี ตอนนี้ติดตั้งไปแล้วกี่ตัว ทำไมถึงยังมีระบบที่คนต้องชะโงกหน้าหันหลังให้ขบวนรถแบบนี้อยู่" นายนิกร กล่าว

สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินคดีและการตรวจสอบ กรมขนส่งทางราง ระบุว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อเข้าตรวจสอบปากคำอย่างเร่งด่วน และได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางราง ฉบับใหม่ ไปร้องทุกข์กล่าวโทษผู้กระทำความผิดแล้ว ส่วนการตั้ง "คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์" ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก 7 ท่านเพื่อความโปร่งใสนั้น คาดว่าจะได้รับความเห็นชอบจาก ครม. และแต่งตั้งได้เสร็จสิ้นภายในเดือนหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...