โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รำลึกถึง ‘มณเฑียร บุญมา’ กับงานเสวนา ‘ราวกับว่า - มณเฑียรยังอยู่’ ผ่านมุมมองทายาทที่ตั้งใจสานต่อด้านงานอนุรักษ์

ONCE

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘ราวกับว่า - มณเฑียรยังอยู่’ งานรำลึกถึงอาจารย์มณเฑียร บุญมา ที่มาพร้อมโปรเจกต์อนุรักษ์ของเหล่าทายาทที่กำลังจะพาผลงานของอาจารย์กลับมาให้ทุกคนได้ชื่นชมกันอีกครั้ง!

As If - He were here (ราวกับว่า - มณเฑียรยังอยู่) คือหนึ่งในจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์จากเหล่าทายาทอย่าง Estate of Montien ที่อยากอนุรักษ์ผลงานและมีความตั้งใจจะถ่ายทอดแนวคิดของอาจารย์มณเฑียรให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาและได้เห็นด้วยตาเนื้อ โดยที่อาจไม่ต้องบินลัดฟ้าไปยังพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ เพราะในอนาคตอันใกล้ของโปรเจกต์นี้อาจมีการจัดแสดงผลงานของอาจารย์มณเฑียรให้เราทุกคนได้เข้าถึงง่ายขึ้นก็เป็นได้

ก่อนจะได้ฟังเสวนาจาก ‘คนรุ่นใหม่’ ที่ศึกษางานของอาจารย์มณเฑียร และ ‘คนรุ่นเก๋า’ ที่เคยทำงานร่วมกันกับอาจารย์มณเฑียรมาก่อน เราได้เดินชมนิทรรศการภาพเขียน 6 ชิ้นของอาจารย์มณเฑียร ซึ่งงานชุดนี้เป็นหนึ่งในผลงาน Unseen ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน เป็นผลงานที่ค้นพบที่คอนโดของอาจารย์เอง และนำมาจัดแสดงในงานนี้ถึง 6 ภาพ ภายใต้ธีมการนำเสนอเดียวกันคือการพูดถึง ‘Life Cycle’

“สำหรับผม คุณพ่อสนใจเรื่องศาสนาอยู่แล้ว เพราะคุณพ่อนับถือศาสนาพุทธ ซึ่งเขาได้เริ่มมาสนใจทำงานเกี่ยวกับศาสนามากขึ้นตอนคุณแม่ป่วยเป็นมะเร็งทรวงอกครับ ตอนนั้นผมเกิดได้ไม่นานด้วย เลยอาจจะทำให้คุณพ่อกดดันและมีสภาวะเครียด เขาเลยเข้าสู่ศาสนามากขึ้นเพื่อให้จิตใจสงบขึ้น สามารถทำงานและแสดงงานศิลปะได้ รวมถึงดูแลภรรยากับลูกๆ ได้ด้วย งานในช่วงนั้นของคุณพ่อจึงเป็นงานที่มีความเป็นวงกลม บางภาพมีรูปทรงเหมือนบาตรพระ หรือภาพสเกตช์ต่างๆ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ซึ่งมีให้เห็นในงานนี้ครับ” แบงค์-จุมพงษ์ บุญมา ลูกชายของอาจารย์มณเฑียรเล่าให้เราฟัง

ผลงานทั้ง 6 ชิ้นจัดแสดงเฉพาะวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ไม่ต้องเสียดายหากใครพลาดงานนี้ไป เพราะในอนาคต Estate of Montien หวังใจจริงว่าจะพาผลงานของอาจารย์มณเฑียรมาจัดแสดงสู่สายตาทุกคนให้มากขึ้น และตั้งใจรวบรวม พร้อมอนุรักษ์ผลงานของอาจารย์มณเฑียรให้เป็นองค์ความรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

‘อาจารย์มณเฑียรเป็นสายมู’ นี่คือหนึ่งในประโยคจากวงเสวนาที่ทำให้เรารู้สึกสนุกและเข้าใจงาน 6 ชิ้นของอาจารย์มณเฑียรมากขึ้น เพราะไม่เพียงแค่โรคภัยที่ย่างกรายภรรยา ทำให้อาจารย์มณเฑียรให้ศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจ แต่อาจารย์มณเฑียรยังต้องอยู่ห่างจากภรรยา ด้วยการพาตัวเองไปอาศัยและทำงานศิลปะไกลถึงเชียงใหม่ เพราะหมอดูทำนายทายทักว่า อาจารย์มณเฑียรและจันทร์แจ่ม ผู้เป็นภรรยาอาจจะต้องตายจากกันหากทั้งคู่ยังอาศัยใช้ชีวิตใกล้ชิดกัน

และแม้ว่าผลงานทั้ง 6 ชิ้นไม่ได้พูดถึงเรื่องดวงชะตา แต่ก็ทำให้เราเห็นถึงแรงบันดาลใจของอาจารย์มณเฑียรที่อาจเรียกได้ว่ามีคติในการเป็นศิลปินผู้ต้องการทำให้สิ่งที่ไม่สวยในสายตาผู้คน กลายเป็นศิลปะที่สวยและเข้าถึงสุนทรียะได้ แม้จุดเริ่มต้นของผลงานชิ้นนั้นๆ จะไม่สวยงามก็ตาม

“As If - He were here (ราวกับว่า - มณเฑียรยังอยู่) เป็นงานที่เราอยากสื่อสารว่า ถึงอามณเฑียรจะเสียไปนานแล้ว แต่ผลงานอามณเฑียรยังมีอิทธิพลและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เรื่อยมา และงานนี้ก็ทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ที่คนรุ่นใหม่มีต่ออามณเฑียรด้วยค่ะ” แพร-สไบแพร มุกดาประกร Managing Director ของ Estate of Montien อธิบายเสริมถึงโปรเจกต์อนุรักษ์ ที่ต่อยอดมาจากจุดมุ่งหมายแต่เดิมของ Estate of Montien ที่จัดสรรพื้นที่ที่บ้านให้เป็น ‘ Montien Atelier’ สเปซที่เหล่าทายาทได้รวบรวมผลงานของอาจารย์มณเฑียร ทำให้โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นเพื่อระดมทุนสนับสนุนการอนุรักษ์ผลงานของอาจารย์มณเฑียรอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้แนวคิดของอาจารย์มณเฑียรได้ส่งทอดต่อคนยุคต่อๆ ไป และเพื่อให้ผู้คนได้เห็นผลงานของอาจารย์มณเฑียรได้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

แบงค์เสริมเกี่ยวกับโปรเจกต์และบทบาทของ Estate of Montien ว่า “Estate of Montien คือคนที่ดูแลงานของคุณพ่อ โดยชิ้นงานที่มีอยู่ตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นชิ้นเป็นสเกตช์ เพราะผลงานชิ้นใหญ่ โดยส่วนมากมักมีคนและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ collect ไปแล้วตั้งแต่ก่อนที่คุณพ่อจะเสียครับ ฉะนั้นแล้ว สิ่งที่พวกเราดูแลและเก็บสะสมได้มักไม่ใช่ผลงานชิ้นใหญ่ แต่ส่วนมากจะเป็นผลการศึกษาและเอกสาร เราเลยอยากรวบรวมสิ่งเหล่านี้มาเป็นคลังข้อมูลให้อยู่ต่อไปในอนาคต เพราะยังมีอีกหลายคนที่อยากเห็นผลงานและวิธีการทำงานของคุณพ่อ แม้จะเป็นของชิ้นเล็กก็ตาม แต่จะเป็นชิ้นงานหรือเทคนิคที่ไม่เคยมีใครได้เห็น” นั่นทำให้ทั้งแบงค์และแพรหวังใจให้มีการจัดงานเพื่อพูดคุยถึงผลงานของอาจารย์มณเพียรในทุกๆ ปี เช่นเดียวกับงาน As If - He were here (ราวกับว่า - มณเฑียรยังอยู่) ในครั้งนี้

ยิ่งไปกว่าการอนุรักษ์งานเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นใหม่แล้ว ในฐานะของลูกชายอย่างแบงค์และผู้ดูแลโปรเจกต์สำคัญชิ้นนี้อย่างแพร ONCE สงสัยว่าทั้งคู่รู้จักและมองงานของอาจารย์มณเฑียรแบบไหน?

“แพรมองว่า อามณเฑียรคือศิลปินที่มีหัวก้าวหน้ากว่าคนในรุ่นเดียวกันค่ะ เขามีความคิดล้ำแบบไร้กรอบและกล้าทดลองอะไรใหม่ๆ เสมอ ทำให้งานของอามณเฑียรมักออกมาเป็นงานสื่อผสม มักมีการใช้วัสดุแปลกๆ อย่างในงานที่จัดแสดงวันนี้ก็มีชิ้นที่ทำมาจากดินด้วยค่ะ”

“ในฐานะที่ผมเป็นลูกชายมองว่า คุณพ่อจะมองในฐานะศิลปินด้วยกันครับ ตอนเด็กๆ ผมไม่ได้รู้ศิลปะมากมายหรอกครับ แต่พอผมเริ่มเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็ได้เห็นมุมมองที่คนอื่นมองงานของคุณพ่อมากขึ้น แล้วก็ได้เห็นว่างานศิลปะคืออะไร ได้เห็นแนวคิดในการทำงานศิลปะ ระหว่างนั้นผมเลยรู้สึกประทับใจงานคุณพ่อมากขึ้น และผมก็มองว่า คุณพ่อเป็นศิลปินท่านหนึ่งที่มีความคิดที่สนุกกับการทำงานศิลปะ สนุกกับการทดลอง ในชีวิตตลอด 20 ปีที่เขามี เขาทุ่มทุกอย่างเพื่องานศิลปะ ผมประทับใจในความเป็นศิลปินและความเป็นอาจารย์ของเขา เพราะนอกจากเป็นศิลปินที่เก่งแล้ว ยังเป็นอาจารย์ที่ลูกศิษย์รักและเคารพมากๆ นี่คือความรู้สึกที่เหนือจากแค่ความเป็นพ่อ โปรเจกต์นี้เลยอยากให้ทุกคนรู้จักและเห็นมุมมองเหล่านี้ของคุณพ่อด้วยครับ”

เรียกได้ว่า ‘As If - He were here (ราวกับว่า - มณเฑียรยังอยู่)’ คืออีกโปรเจกต์ที่ไม่เพียงจะสร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นใหม่ แต่ยังเป็นอีกวิธีการเพิ่มพื้นที่ศิลปะให้กับวงการศิลปะไทยมากขึ้น ให้คนไทยรู้จักศิลปินไทยได้มากขึ้นและง่ายขึ้นด้วย

และก้าวต่อไปของ Estate of Montien จะเป็นการพาผลงานชิ้นไหนของอาจารย์มณเฑียรมาให้พวกเราได้ชม คงต้องรอติดตามไปด้วยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...