โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ธนาคารกลางไอซ์แลนด์” ขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 นับตั้งแต่เกิดสงคราม สู่ระดับ 7.75%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ธนาคารกลางไอซ์แลนด์" ขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 นับตั้งแต่เกิดสงคราม สู่ระดับ 7.75% สกัดเงินเฟ้อจากวิกฤตน้ำมัน-สงครามตะวันออกกลาง พร้อมส่งสัญญาณอาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.34 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าธนาคารกลางไอซ์แลนด์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่เกิดสงครามในตะวันออกกลาง เพื่อสกัดแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางความเสี่ยงจากราคาพลังงานและตลาดน้ำมันโลก

คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางไอซ์แลนด์ (Sedlabanki) ในกรุงเรคยาวิก มีมติเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 7 วัน อีก 0.25% สู่ระดับ 7.75% ในการประชุมวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดและธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของประเทศคาดการณ์ไว้

ธนาคารกลาง ระบุในแถลงการณ์ว่า แนวโน้มเงินเฟ้อที่แย่ลง รวมถึงความคาดหวังเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก หากจำเป็น แม้จะต้องแลกกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจก็ตาม

ไอซ์แลนด์ ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ยังเผชิญแรงกดดันด้านราคาสูง แม้ก่อนเกิดวิกฤตราคาพลังงานจากสงครามอิหร่าน โดยอัตราเงินเฟ้อของประเทศยังสูงกว่า 5% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันในเดือนมีนาคม แม้จะชะลอลงเล็กน้อย แต่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นยังเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนเงินเฟ้อ

การขึ้นดอกเบี้ยรวม 0.50% ตั้งแต่ต้นปี ทำให้ไอซ์แลนด์อยู่ในกลุ่มประเทศที่ยังเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง เช่น ออสเตรเลีย ที่ขึ้นดอกเบี้ยรวม 0.75% และโคลอมเบีย ที่ขึ้นดอกเบี้ยรวมถึง 2% ในปี 2569 ขณะที่ธนาคารกลางนอร์เวย์ (Norges Bank) ก็เริ่มกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยเช่นกัน กลายเป็นธนาคารกลางหลักแห่งแรกของยุโรปตะวันตกที่หันกลับมาใช้นโยบายเข้มงวดหลังสงครามตะวันออกกลางปะทุ

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไอซ์แลนด์เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวมากขึ้น โดยอัตราว่างงานพุ่งขึ้นสู่ 6% ในเดือนกุมภาพันธ์ จาก 3.8% ในช่วงเดียวกันปีก่อน ตามข้อมูลของ Eurostat ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มเย็นลง โดยราคาบ้านในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นเพียง 3.3% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตต่ำที่สุดในรอบกว่า 2 ปี

ธนาคารกลางยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมในการควบคุมเงินเฟ้อ ก่อนการประชุมครั้งถัดไปในเดือนสิงหาคม เนื่องจากข้อตกลงค่าแรงระดับประเทศอาจถูกยกเลิก หากอัตราเงินเฟ้อรายปีในเดือนดังกล่าวยังสูงเกิน 4.7%

คณะกรรมการนโยบายการเงิน เตือนว่า แนวโน้มเศรษฐกิจอาจย่ำแย่ลงอีก หากความปั่นป่วนในตลาดน้ำมันโลกยืดเยื้อนานกว่าที่คาด หรือหากข้อตกลงค่าแรงถูกยกเลิกในช่วงปลายปีนี้

ก่อนหน้านี้ นายแอสเกียร์ ยอนส์สัน ผู้ว่าการธนาคารกลางไอซ์แลนด์ เคยเตือนว่า ธนาคารกลางอาจจำเป็นต้องกดเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย เพื่อให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย

ด้านรัฐบาลไอซ์แลนด์เริ่มออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงาน โดยลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราว พร้อมเดินหน้าปรับลดจำนวนตำแหน่งงานภาครัฐผ่านการควบรวมหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...