"อนุทิน" ชื่นชมทหารไทย ย้ำชายแดนไทย-กัมพูชายังคุมสถานการณ์ได้
วันนี้ (3 มิ.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่าสถานการณ์โดยรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุม และประชาชนในพื้นที่ชายแดนยังสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ เนื่องจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและกองทัพยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลอธิปไตยและความปลอดภัยของประเทศอย่างเต็มกำลัง
นายอนุทินกล่าวว่า ประเด็นการเจรจาเรื่องเขตแดนหรือแนวทางดำเนินการในอนาคต รัฐบาลพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสม พร้อมย้ำว่าประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบหรือความเสียหาย จากการที่ยังไม่มีการเจรจาเรื่องเขตแดนภายหลังการยกเลิก MOU 2544 โดยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะดำเนินทุกมาตรการบนพื้นฐานของความเข้มแข็งและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ
ส่วนกรณีเหตุการณ์บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี ที่ทหารกัมพูชาไม่ยินยอมให้ทหารไทยดำเนินการปักแนวเขตแดนจนเกิดการโต้เถียงกันเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายอนุทินระบุว่า เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ และถือเป็นการยั่วยุหรือ Provocation ซึ่งมักเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ยังมีข้อพิพาทหรือความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นระหว่างกัน
อย่างไรก็ตาม นายอนุทินกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่และกำลังพลของกองทัพไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้น และไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มยั่วยุ โดยย้ำว่าการรักษาความสงบและการไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยคงภาพลักษณ์ของประเทศที่มีความเข้มแข็งและได้รับความเคารพจากนานาชาติ
สำหรับความกังวลของประชาชนตามแนวชายแดนที่เกรงว่าสถานการณ์อาจบานปลาย นายอนุทินมองว่า ยังไม่มีเหตุผลที่ต้องวิตกกังวล พร้อมระบุว่าสถานการณ์ในปัจจุบันดีกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ และนับตั้งแต่มีการลงนามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2568 ก็ยังไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยของประชาชน
ในประเด็นที่นายสวรรธน์ พวงพรศรี สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง ออกมาเปิดเผยว่าบ่อนกาสิโนบริเวณช่องสะงำเป็นพื้นที่ที่ถูกดำเนินการเป็นลำดับสุดท้าย เนื่องจากอาจมีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองไทย นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ได้รับทราบรายละเอียดดังกล่าว และไม่เห็นควรที่จะให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
นายอนุทินย้ำว่า รัฐบาลมีระบบข่าวกรองและข้อมูลด้านความมั่นคงของตนเอง รวมถึงมีแผนป้องกันประเทศและการดูแลแนวชายแดนอย่างเป็นระบบ ขณะที่กองทัพไทยยังมีความพร้อมทั้งด้านกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และศักยภาพทางทหารอย่างครบถ้วน โดยมองว่าข่าวลือหรือข้อมูลที่ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับไม่ควรถูกนำมาเป็นประเด็นหลักในการบริหารประเทศ
เมื่อถูกถามว่าจะมีการสั่งตรวจสอบเพิ่มเติม กรณีมีการกล่าวอ้างถึงนักการเมืองไทยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า การตรวจสอบเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีศักยภาพในการสืบสวนมากกว่าบุคคลที่ออกมาเผยแพร่ข้อมูลผ่านการไลฟ์สดหรือสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมระบุว่าประเด็นด้านความมั่นคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ควรดำเนินการผ่านกระบวนการทางราชการและหน่วยงานที่รับผิดชอบ
นอกจากนี้ นายอนุทินยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเผยแพร่ข้อมูลหรือกระแสข่าวที่อาจสร้างความสับสนให้กับสังคม โดยมองว่าการนำเรื่องความมั่นคงมาใช้สร้างกระแสหรือสร้างความปั่นป่วนอาจส่งผลกระทบต่อสาธารณะ และย้ำว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้าดูแลความมั่นคงของประเทศอย่างเต็มที่ พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและกองทัพ
อ่านข่าวอื่น :
"ฟรอนเทียร์" ลงฉุกเฉิน ผู้โดยสารพยายามเปิดประตูฉุกเฉิน-บุกห้องนักบิน
จับชายวัย 21 ลอบขายยากล่อมประสาท สารภาพสั่งจากกัมพูชา
เตือนนำสิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" แลกเงินสด ผิดฐานฉ้อโกง จำคุก 3 ปี ปรับ 6 หมื่น