โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MK Group ย้ำครอง1สุกี้ไทย ดันโบนัสสุกี้ สู้ตลาดแมส เปิดสาขาทุกสัปดาห์

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
MK Group ย้ำยังเป็นที่ 1 สุกี้ไทย ปักหมุด ‘โบนัสสุกี้’ สู้ศึกตลาดแมส มุ่งเปิดสาขาทุกสัปดาห์ ดันโต 12%

ท่ามกลางสมรภูมิ “สุกี้-ชาบู” มูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท การแข่งขันในปีที่ผ่านมาเดือดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจากผู้เล่นรายเดิมที่เร่งปรับตัว และผู้เล่นหน้าใหม่ที่ทยอยเข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาด

แม้กระแสร้านสุกี้-ชาบูแบรนด์ใหม่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “MK” ในฐานะเจ้าเก่าระดับตำนาน ยังสามารถรักษาสถานะผู้นำตลาดสุกี้อันดับ 1 ของไทยไว้ได้ ผ่านการปรับแผนธุรกิจให้หลากหลายขึ้น และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปมากกว่าเดิม

บทความนี้ SPOTLIGHT ชวนดูเบื้องหลังกลยุทธ์ของ MK Group ว่าแบรนด์เก่าแก่รายนี้ปรับตัวอย่างไร เพื่อให้ยังคงร่วมสมัย แข่งขันได้ และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในตลาดหม้อเดือดที่ร้อนแรงขึ้นทุกปี

MK GROUP ขยายพอร์ตร้านอาหารให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม

คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจปี 2569 ของ MK Group จะให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิด Find The Right STP (Segmentation – Target – Positioning) หรือการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและตำแหน่งทางการตลาดให้แม่นยำมากขึ้น

แนวทางดังกล่าวมุ่งวิเคราะห์ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การแบ่งตลาด การทำความเข้าใจลูกค้า และการวางตำแหน่งของแต่ละแบรนด์ เพื่อให้บริษัทสามารถพัฒนาโมเดลธุรกิจร้านอาหารได้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภค ทำเล และกำลังซื้อที่แตกต่างกัน ตั้งแต่แบรนด์หลักอย่าง MK ไปจนถึงแบรนด์ใหม่ เช่น Bonus Suki

ในปี 2569 MK Group วางแผนขยายพอร์ตธุรกิจร้านอาหารให้ครอบคลุมลูกค้าหลายระดับ ตั้งแต่ตลาดแมส กลุ่มที่มองหาความคุ้มค่า ตลาดพรีเมียม ไปจนถึงร้านอาหารเฉพาะทาง โดยมี Bonus Suki เป็นหนึ่งในแบรนด์เรือธงใหม่ที่บริษัทเร่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปักหมุดครอบคลุมทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมองหาโอกาสเติบโตในต่างประเทศ ผ่านแผนร่วมมือกับพันธมิตรในมาเลเซีย รวมถึงเตรียมเปิดตัวแบรนด์ Hikiniku To Come ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อขยายฐานธุรกิจร้านอาหารนอกประเทศไทย

ภายใต้พอร์ตธุรกิจปัจจุบัน MK Restaurants ยังเป็นแบรนด์หลักของกลุ่ม เจาะลูกค้าทั่วไปและครอบครัวไทยที่ต้องการประสบการณ์สุกี้คุณภาพในบรรยากาศที่คุ้นเคย โดยสาขาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าชั้นนำทั่วประเทศ เช่น เซ็นทรัล และเดอะมอลล์ ซึ่งเป็นทำเลที่เข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่

ขณะเดียวกัน MK Buffet ถูกวางตำแหน่งเป็นสุกี้บุฟเฟต์ราคาคุ้มค่า เริ่มต้นที่ 299 บาท ตอบโจทย์ลูกค้าที่ให้ความสำคัญทั้งคุณภาพและความคุ้มราคา โดยเลือกทำเลในไฮเปอร์มาร์เก็ต เช่น โลตัส บิ๊กซี และโฮมโปร เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึง และขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น

ในกลุ่มพรีเมียม MK Premium Buffet ยกระดับบุฟเฟต์สุกี้ให้มีความหลากหลายและคุณภาพสูงขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้าเมืองที่ต้องการทั้งความคุ้มค่า ความครบถ้วน และประสบการณ์การรับประทาน โดยกระจายสาขาในกรุงเทพฯ เป็นหลัก

ส่วน MK Paradise เป็นแบรนด์ที่สะท้อนภาพลักษณ์พรีเมียมระดับสูงสุดของกลุ่ม วางตำแหน่งเป็นสุกี้พรีเมียมในทำเลศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์อย่างสยามพารากอน เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์การรับประทานที่พิเศษและมีระดับมากขึ้น

นอกจากแบรนด์สุกี้ภายใต้ชื่อ MK แล้ว กลุ่มยังขยายพอร์ตไปยังร้านอาหารรูปแบบอื่นเพื่อเพิ่มความหลากหลายของรายได้ โดย Bonus Suki เจาะกลุ่มลูกค้าที่มองหาความคุ้มค่าและตัวเลือกที่หลากหลาย ขณะที่ Hikiniku To Come เน้นกลุ่มลูกค้าเฉพาะทางที่ชื่นชอบประสบการณ์อาหารแบบสเปเชียลตี้และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

สำหรับธุรกิจอาหารญี่ปุ่น Yayoi ทำหน้าที่เป็นแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบครบเซตที่เข้าถึงง่าย เหมาะกับลูกค้ากลุ่มกว้างที่ต้องการอาหารญี่ปุ่นในชีวิตประจำวัน ส่วน แหลมเจริญ ซีฟู้ด ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารทะเลคุณภาพดีในรูปแบบที่สะดวกและเหมาะกับการรับประทานทั้งแบบครอบครัวและกลุ่มเพื่อน

เปิด 4 กลยุทธ์ของ MK Group

1.เพิ่มยอดขายจากสาขาเดิม ผ่านแคมเปญ และเมนูใหม่

หนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของ MK Group คือการเร่งเพิ่มยอดขายจากสาขาเดิม หรือ Same Store Sales Growth ผ่านการยกระดับสาขาปัจจุบันให้ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่มมากขึ้น ทั้งร้านคอนเซปต์ใหม่อย่าง MK Paradise และ MK Original รวมถึงโมเดลบุฟเฟต์ MK บุฟเฟต์ คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท ซึ่งช่วยสร้างการเติบโตของยอดขายในสาขาเดิมได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพบริการและประสบการณ์ภายในร้าน โดยเดินหน้าแผนส่งเสริมกิจกรรมการตลาด เช่น แคมเปญพิเศษ เมนูใหม่ และกิจกรรมภายในสาขา เพื่อดึงดูดทั้งลูกค้าเดิมให้กลับมาใช้บริการซ้ำ และขยายฐานไปยังลูกค้าใหม่

นอกจากนี้ MK Group ยังเตรียมพัฒนารูปแบบสมาชิกและสิทธิพิเศษใหม่ให้ครบวงจรมากขึ้น โดยมีแผนรวมสิทธิประโยชน์ของ 3 แบรนด์ในเครือไว้ในแพลตฟอร์มเดียวภายในสิ้นปี

2. ยกระดับแบรนด์เดิม ด้วยภาพลักษณ์ใหม่

อีกหนึ่งทิศทางสำคัญของ MK Group คือการยกระดับแบรนด์เดิมในเครือให้มีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งและทันสมัยมากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพบริการ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมและความคาดหวังของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

ในปีนี้ MK Group ยังเตรียมยกระดับแบรนด์ แหลมเจริญ ซีฟู้ด ให้มีรูปแบบที่ทันสมัยและแตกต่างมากขึ้น

3. การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

MK Group ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการวางระบบบริหารต้นทุนอย่างชาญฉลาด เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ และสร้างความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว

4. ขยายแบรนด์ใหม่และเติมพอร์ตธุรกิจ

MK Group เดินหน้าขยายแบรนด์ใหม่และเติมพอร์ตธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายแบรนด์เรือธงอย่าง โบนัสสุกี้ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในตลาดร้านอาหาร

ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทย เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น พร้อมเดินหน้าขยายสาขาแบรนด์ในเครือไปยังต่างประเทศเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...