โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ร้อง! ครูสั่งลงโทษ ป.4 กระโดดตบ 1,000 ครั้ง จนกล้ามเนื้ออักเสบรุนแรงหามส่ง รพ.

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 08 มิ.ย. เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. เวลา 10.30 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(8 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของเด็กชายวัย 9 ปี นักเรียนชั้น ป.4 ซึ่งกำลังนอนรักษาตัวอยู่ โดยมารดาของเด็กเปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569 หลังรับประทานอาหารกลางวัน ครูวิชาพละได้เรียกเด็กไปพบที่โดมอเนกประสงค์ เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเด็กเป็นคนทิ้งขวดน้ำบริเวณสนามฟุตบอล ทั้งที่เด็กเพียงแค่จะเดินไปเก็บขวดไปทิ้งขยะ

เมื่อเด็กไปถึง ครูได้สั่งลงโทษให้กระโดดตบจำนวน 1,500 ครั้ง แต่เด็กทำได้เพียง 1,000 ครั้ง ก็เหนื่อยจัดจนทนไม่ไหวและขอพาส หลังกลับบ้านเด็กไม่กล้าบอกแม่ จนกระทั่งรุ่งเช้าแม่สังเกตเห็นลูกเดินกะเผลกและมีอาการเจ็บปวดขาลามไปถึงข้อเท้าอย่างรุนแรง จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลลำดวน แพทย์ตรวจพบว่าปัสสาวะมีสีเข้ม ความดันต่ำ และกล้ามเนื้อขาอักเสบอย่างรุนแรง จึงรับตัวไว้รักษาตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม ถึง 3 มิถุนายน 2569 ก่อนจะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุรินทร์ซึ่งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ต่อมา ทางผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูได้เดินทางมาเยี่ยมพร้อมมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 10,000 บาท โดยมีครูพละผู้ก่อเหตุเดินทางมาด้วยแต่กลับยืนอยู่เฉพาะนอกห้อง ไม่ยอมเข้ามาเยี่ยมเด็ก ภายหลังทางครอบครัวได้ปรึกษากันและตัดสินใจนำเงินจำนวนดังกล่าวไปลงบันทึกประจำวันเพื่อส่งคืนโรงเรียน เนื่องจากทราบว่าครูพละคนดังกล่าวไม่ยอมรับผิด และอ้างว่าไม่ได้สั่งลงโทษเด็กในวันและเวลาดังกล่าว ครอบครัวจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.สังขะ เพื่อขอความเป็นธรรม

พ.ต.ต.สยามรัตน์ ภูมี สารวัตรสอบสวน สภ.สังขะ ระบุว่า ขณะนี้คำให้การของฝั่งครูและนักเรียนยังไม่ตรงกัน ทางตำรวจจะเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีการกระทำความผิดต่อร่างกายเด็กจริงหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ล่าสุด วันนี้ (8 มิถุนายน 2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พามารดาของเด็กเดินทางไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์เพื่อขอคำแนะนำทางคดี ขณะที่ทางคุณย่าได้พาตัวเด็กเข้าพบสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ (พมจ.) และจิตแพทย์ รพ.สุรินทร์ เพื่อประเมินสภาพจิตใจ แต่ในระหว่างการพูดคุย คุณย่าระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่บางคนตำหนิอย่างรุนแรงว่า “เรื่องแค่นี้ ทำไมถึงต้องไปบอกนักข่าว และทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่โต” ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวเพิ่มเติมเป็นอย่างมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...