โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่กังวลเขมรได้รถถังจีน ขอคนไทยมั่นใจกองทัพ

ไทยโพสต์

อัพเดต 11 มิถุนายน 2569 เวลา 4.11 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อนุทิน" แจงจีนส่งรถถังให้กัมพูชาไม่เกี่ยวกับไทย ยันไม่กังวลกองทัพไทยพร้อม ขณะที่ "บิ๊กดุลย์" เผยจีนส่งรถถัง T-59D ให้เขมรเป็นดีลเก่า ใช้ซ้อมรบ ยันการข่าวยังไม่พบนำมาชายแดน เตือน “ฮุน เซน” จะใช้กำลังต้องคิดให้ดี ขอคนไทยเชื่อมั่นกองทัพพร้อมตลอดเวลา

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทางการจีนเตรียมส่งมอบรถถัง T-59D ให้กัมพูชา 93 คัน มีข้อกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ว่าไม่เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย

เมื่อถามย้ำว่า มีข้อกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯ ส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า "ไม่กังวล"

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เพราะว่ามีการส่งมอบรถถังให้มากถึง 93 คัน นายอนุทินตอบว่า กองทัพไทยก็พร้อม

ด้าน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยว่า จีนและกัมพูชามีการฝึกร่วมกันมานานตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งเป็นรถถังเก่าที่จีนได้รีโนเวตขึ้นมาใหม่ และไทยก็รับทราบมาว่าทางกัมพูชามียุทโธปกรณ์ใหม่ ซึ่งนำมาใช้ในการป้องกันประเทศ

ถามว่า การส่งมอบรถถังในครั้งนี้จะมีผลต่อการป้องกันชายแดนไทยหรือไม่ รมว.กลาโหมตอบว่า คงต้องดูว่ากัมพูชานำมาไว้ที่ไหน ตอนนี้ทางการข่าวรับทราบว่ามีการนำเข้ามาที่ท่าเรือของกัมพูชาแล้ว แต่ยังไม่ได้นำมาที่ชายแดน และขณะนี้เรามี Joint Statement ในเรื่องของการนำยุทโธปกรณ์และกำลังพลเข้ามาพื้นที่ชายแดน

ซักว่า การส่งมอบครั้งนี้ถือเป็นดีลเก่าระหว่างจีนกับกัมพูชาใช่หรือไม่ พล.ท.อดุลย์ระบุว่า เป็นดีลเดิมแต่เราไม่ได้ประมาท เรารู้ว่าเป็นดีลเดิมในการฝึกร่วมกัน ที่มีการรับปากกันว่าจะมีการนำยุทโธปกรณ์บางส่วน ซึ่งก็คือรถถัง T-59D

ส่วนไทยจะมีการโต้แย้งหรือหารือจีนในประเด็นนี้หรือไม่ เพราะตามสัญญาจะมีการส่งมอบรถถังถึง 93 คันนั้น รมว.กลาโหมกล่าวว่า ต้องดูว่ากัมพูชานำมาแล้วเอามาไว้ในพื้นที่ชายแดนหรือไม่ และทางจีนก็ยังบอกว่าจะมีการส่งมอบเรือให้กัมพูชาด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเดินทางไปหารือกับจีนในประเด็นนี้หรือไม่ พล.ท.อดุลย์เผยว่า หลังจากนี้น่าจะได้เดินทางไปพบในโอกาสที่รับหน้าที่ใหม่ ซึ่งจะต้องพบทุกประเทศที่เป็นพันธมิตรกับไทย สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปฝรั่งเศสมา เวียดนาม รวมถึงรัสเซียที่จะเดินทางไปอีกรอบหนึ่ง

เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่าทำไมกัมพูชาถึงมีอาวุธเข้ามาตอนนี้ รมว.กลาโหมมองว่า ตอนที่มีการสู้รบกัน หากเราสังเกตดูหลังจากสู้รบกับไทยจบ เรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบในพื้นที่ เราทราบกันอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่กัมพูชาพยายามจะสร้างกระแสความรักชาติ ให้เกิดขึ้นในประเทศหรือการหาเสียงของเขาภายในประเทศ เราห้ามเขาพูดเขาทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้ามีผลคุกคามกับไทยในทางนโยบาย ซึ่งเราจะสังเกตว่านายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ ได้เดินสายในลักษณะการทูตเชิงรุกกับทุกประเทศ ตั้งแต่ฝรั่งเศส เวียดนาม และขณะนี้กำลังเดินทางไปญี่ปุ่น

เตือน 'ฮุน เซน'คิดดีๆ

"มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่เคยเกิดแบบนี้มาก่อน เป็นงานการทูตเชิงรุกที่ทำควบคู่กับงานด้านความมั่นคง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ผมก็มีหน้าที่ของเรื่องนโยบาย และในเรื่องของความพร้อม ขอให้เชื่อว่ากองทัพ กองกำลัง และหน่วยในพื้นที่มีความพร้อม"

เขาบอกว่าการยั่วยุมันมีอยู่แล้ว กัมพูชาต้องการให้เราทำตามในสิ่งที่ต้องการ แต่เราก็ต้องทำตามเจตนารมณ์ เดิมในการพูดคุยตาม Joint Statement ต้องยืนยันตามนี้ กัมพูชาอยากให้มีการพูดคุยในวง JBC และ GBC แต่หากกัมพูชาไม่ทำตาม Joint Statement เรายืนยันว่าขอให้มั่นใจในศักยภาพกองทัพ ในตัวรัฐบาลและทุกหน่วย

เมื่อถามว่า มีการนำประเด็นดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่สมเด็จฮุน เซน ประกาศทวงคืนดินแดนจากฝ่ายไทย รมว.กลาโหมตอบว่า ไม่แน่ใจว่าสมเด็จฮุน เซน พูดจริงหรือไม่จริงในเรื่องการทวงพื้นที่ ทั้งด้านการทูตและการใช้กำลัง แต่ถ้าใช้กำลังหากมีการคิดในเชิงนี้ เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีก็บอกแล้วว่าให้ท่านคิดดีๆ

ซักว่า จะให้ความมั่นใจกับชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนอย่างไร พล.ท.อดุลย์กล่าวย้ำว่า ตนก็บอกแล้วว่าถ้าท่านจะใช้กำลัง ก็ให้ท่านคิดดีๆ

ด้านพลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ "เรือฟริเกต" ในการพิจารณาคัดเลือกบริษัทเอกชนว่า "ไม่เกินเดือนนี้"

เมื่อถามถึงกรณีโครงการเรือฟริเกต ลำที่ 2 หลังมีรายงานว่าต้องเลื่อนออกไปเป็นปีงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2571 นั้น จะกระทบต่อแผนกองทัพเรือหรือไม่ ผบ.ทร.ชี้แจงว่า อันนี้ “on the track” (อยู่ในขั้นตอน)

ไม่เคยบอกว่าจะเปิดด่าน

ถามถึงกรณีประเทศจีนส่งมอบรถถัง T-59D ให้แก่กัมพูชาจะกระทบกับไทยหรือไม่ เพราะอาจนำมาจอดไว้บริเวณชายแดนจังหวัดจันทบุรีและตราด ผบ.ทร.กล่าวว่า ก็เตรียมพร้อม พร้อมย้ำว่ายังคงดูแลชายแดนเข้มข้น อย่าไปบอกว่าเปิดด่าน ไม่เคยบอกตรงไหนเลยว่าจะเปิดด่าน

ส่วนนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเขตแดนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS ภายหลังกัมพูชาเดินหน้าใช้กฎหมายประนีประนอมภาคบังคับว่า เรื่องนี้อยู่ในการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ โดยจะมีกลไกในการพิจารณาเตรียมการเรื่องรายละเอียด

เมื่อถามถึงความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนภายหลังกัมพูชาได้รับมอบรถถังจากจีน และเคลื่อนย้ายไปยังบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นายฉัตรชัยกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่เราต้องติดตาม ซึ่งสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงเปราะบาง แต่เรายังยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิงที่ได้ดำเนินการไว้ ตนเชื่อว่าอยู่ในสภาวะที่สามารถควบคุมได้ ในระดับพื้นที่หรือระดับท้องถิ่นยังพอที่จะพูดคุยกันได้ แม้จะมีการกระทบกระทั่งกันบ้างแต่สามารถพูดคุยกันได้ ซึ่งพอให้เดินหน้าไปได้

ถามถึงท่าทีของสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ออกมาระบุว่าจะใช้กลไกการเจรจาและกำลังทหารในการทวงคืนดินแดนจากไทย เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า เข้าใจว่าท่านต้องพูดในบริบทเช่นนั้น แต่ในฝ่ายไทยคงมีแนวทางที่เหมาะสม ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ไว้ ตนยังไม่อาจจะประเมินได้ว่าสมเด็จฮุน เซน จะใช้แนวทางเช่นนั้นจริงๆ แต่ยืนยันว่าเราพร้อมในส่วนของเรา อย่างไรก็ตามจะต้องประเมินและติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ซักว่า ท่าทีของสมเด็จฮุน เซน ประเมินยากหรือไม่ นายฉัตรชัยกล่าวว่า ต้องติดตามว่าเป็นอย่างไร ส่วนจะยากหรือไม่นั้นต้องไปพิจารณาดูอีกที ย้ำว่าข้อตกลงหยุดยิงยังเป็นกรอบที่สองประเทศจะต้องดำเนินการ แม้แต่นายกฯ กัมพูชาก็ระบุจะยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...