โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

45 ปี แถลงพบภาพเขียนสี “ผาแต้ม” รอยมนุษย์โบราณแห่งอำเภอโขงเจียม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผาแต้ม (ภาพจาก กรมศิลปากร)

16 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 แถลงการพบภาพเขียนสีผาแต้มสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก

ภาพเขียนสีผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี คือภาพวาดบนหน้าผาหินทรายริมฝั่งแม่น้ำโขง (หันหน้าไปฝั่งลาว) จากฝีมือของมนุษย์โบราณ เป็นภาพเขียนสีกลุ่มใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในดินแดนไทย ด้วยความยาวกว่า 200 เมตร สูงจากระดับแม่น้ำโขงราว 50 เมตร

ภาพเขียนเหล่านี้ประกอบด้วยภาพมนุษย์ ฝ่ามือ และสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น ช้าง ปลา กวาง ฯลฯ ด้วยการใช้สีแดง น้ำตาลเข้ม และดำ รวมกันจำนวนนับร้อย ๆ ภาพ และคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 5,000-6,000 ปี

ชาวบ้านทุ่ม ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขง ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม รู้จักและคุ้นเคยกับภาพเขียนสีบนผาแต้มมาช้านาน ทั้งมีความเชื่อท้องถิ่นว่า พื้นที่ละแวกผาแต้มเป็นเขตต้องห้าม ใครล่วงล้ำเข้าไปมักมีอันตราย อาจเจ็บไข้ได้ป่วยหรือถึงแก่ชีวิต อย่างไรก็ตาม ร่องรอยที่ผาแต้มก็ไม่เคยโด่งดังจนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

กระทั่งคณะอาจารย์และนักศึกษาจากภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร นำโดย รศ. ศรีศักร วัลลิโภดม และ ดร. พรชัย สุจิตต์ มาลงพื้นที่สำรวจบริเวณนี้ นำมาสู่การประกาศต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 ถึงการมีอยู่ของภาพเขียนสีผาแต้ม ก่อนกรมศิลปากรจะประกาศขึ้นทะเบียนเนื้อที่โดยรอบประมาณ 575 ไร่ เป็นโบราณสถานใน พ.ศ. 2525

แนวหน้าผาหินทรายที่ตั้งของผาแต้มเป็นภูเขาหินทรายที่ทอดยาวต่อมาจากเทือกเขาภูพาน เลียบริมแม่น้ำโขง เรียกกันว่า “ภูผาขาม”ด้านบนเป็นลานหินกว้าง สูงจากพื้นราบริมโขงประมาณ 160 เมตร และเป็นส่วนหนึ่งของเขตวนอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ

สำหรับถ้ำที่ตั้งของภาพเขียนสีเป็นแนวหน้าผาอีกชั้นด้านล่างที่ยาวติดต่อกัน และมีทางเดินแคบ ๆ ใต้เพิงผาหินนั้น

จริง ๆ แล้วกลุ่มภาพเขียนสีซึ่งเรียกว่าภาพเขียนสีผาแต้มนั้นแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ผาขาม ผาแต้ม ผาหมอนน้อย และผาหมอน โดยภาพเขียนที่ผาแต้มเป็นส่วนที่มีแนวยาวติดต่อกันและมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด ร่องรอยที่ปรากฏของกลุ่มต่าง ๆ มีดังนี้

1. ผาขาม ภาพปลาขนาดใหญ่ 4 ตัว ยาวประมาณ 0.35-1 เมตร เขียนด้วยสีแดง แบบเห็นโครงสร้างภายใน (ก้างปลา / X-ray) และช้าง 1 ตัว ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าปลามาก คือแค่ประมาณ 13 เซนติเมตรเท่านั้น กับสัตว์สี่เท้าไม่ทราบชนิดอีก 1 ตัว

2. ผาแต้ม มีภาพเขียนตลอดแนวหน้าผายาว 180 เมตร และอยู่สูงจากพื้นประมาณ 4-5 เมตร เป็นภาพลงสีมากกว่า 300 รูป กับลายเส้นที่เกิดจากฝนเซาะร่องเนื้อหิน (Abrading) เรียงเป็นทั้งแนวตรง เฉียง และแนวนอน

ภาพเขียนสีผาแต้มส่วนใหญ่เขียนด้วยสีแดง มีสีดำและสีขาวบ้าง แบ่งเป็น ภาพคนซึ่งมีขนาดเล็ก 10 ภาพ ภาพสัตว์ เช่น ช้าง ปลา เต่าหรือตะพาบน้ำ สุนัข วัว ไก่หรือนก เป็นต้น มักทำเป็นภาพขนาดใหญ่เท่าของจริง โดยเฉพาะช้างและปลาที่มีขนาดยาวถึง 4 เมตร สูงประมาณ 3 เมตร รวมภาพสัตว์ทั้งหมดประมาณ 30 ภาพ และอยู่ในลักษณาการเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ยังมีภาพสิ่งของเครื่องใช้ สันนิษฐานว่าเป็นสุ่มดักปลา หน้าไม้ หรือคันธนูที่คนกำลังถือใช้งาน สัญลักษณ์ที่เป็นลายเส้นแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะเส้นหยัก ลูกคลื่น หรือฟันปลา ซึ่งอาจสื่อถึงสายน้ำ และรูปทรงเรขาคณิต กับลายเส้นขนานคล้ายท้องทุ่งนา เป็นต้น

และที่พบจำนวนมากกว่า 200 ภาพ คือภาพฝ่ามือ มีทั้งมือผู้ใหญ่ เด็ก ทั้งสีแดง สีดำ และสีขาว โดยภาพทุกประเภทจะเขียนอยู่ร่วมกันเสมอ โดยเฉพาะมือที่ปรากฏสอดแทรกอยู่ร่วมกับภาพอื่น ๆ เสมอ

ภาพเขียนส่วนใหญ่ที่ผาแต้มเขียนแบบรูปเงาทึบ หรือภาพเงา (silhouette) นอกนั้นเป็นภาพโครงร่างรอบนอก (outline) และกิ่งไม้ (stick man) ส่วนภาพมือมีหลายเทคนิค นอกจากโคร่งร่างรอบนอกแล้วยังมีแบบพ่น (stencil) และทาบ (imprint)

3. ผาหมอนน้อย ภาพคนสูงประมาณ 1.6 เมตร เหนี่ยวคันธนูเล็งไปยังสัตว์สี่ขา อาจเป็นวัวท้อง ลำตัวยาวประมาณ 6.4 เมตร ภาพคนสูงประมาณ 1.2 เมตร กำลังไล่สัตว์สี่ขามีเขา อาจเป็นกวางที่รุกพื้นที่ไร่นา รอบ ๆ ภาพกลุ่มนี้มีภาพมือทั้ง 2 ข้างประมาณ 20 มือ

ถัดมาเป็นภาพสัตว์สี่ขาท้องป่อง 3 ตัว กับลายเส้นคล้ายตาข่ายดักสัตว์ กับลายเส้นคู่ขนาดต่อกัน และภาพมือเหมือนกลุ่มแรกอีก 15 มือ เรียงเป็นแถวยาวกับลายเส้นหยักขึ้นลงวกไปมา ภาพคนและสัตว์ระบายสีแดงแบบเงาทึบ

4. ผาหมอน ภาพทั้งหมดเป็นเงาทึบเขียนด้วยสีแดง ประกอบด้วยภาพคนและสัตว์ กลุ่มแรกมีภาพคนเดียงคนเดียวกับภาพสัตว์สี่ขา 11 ตัว อาจเป็นช้าง วัว สุนัข และหมู หรือเกะ-แพะ เดินตามกันไปทิศทางเดียวกัน ยกเว้นสุนัขที่หันหน้าเข้าหาฝูงสัตว์

กลุ่มที่สองเป็นภาพคนประมาณ 10 คน เขียนแบบระบายเงาทึบกับกิ่งไม้ ลักษณะค่อนข้างเหมือนจริง แสดงกล้ามเนื้อน่องโป่งพอง มีภาพคนนุ่งกระโปร่งยาวครึ่งน่อง ยืนท้าวสะเอว ขนาดใหญ่กว่าคนอื่น ๆ แต่ไม่สามารถระบุเพศที่แน่ชัดได้ กับภาพมืออีก 6 มือ

ภาพที่ผาแต้มและผาหมอนน้อยมีจุดน่าสังเกตคือมีความสัมพันธ์เป็นเรื่องราวเดียวกัน และทั้งหมดจะมีภาพมือรวมอยู่ด้วยเสมอ อาจสื่อถึงความร่วมมือร่วมแรงกันทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ร่วมกันจับปลา เพาะปลูก เลี้ยงหรือล่าสัตว์ แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้สร้างผลงานเหล่านี้ หรือการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของสังคมเกษตรในสมัยก่อนประวัติศาสตร์นั่นเอง

ภาพเขียนสีผาแต้มจึงเป็นร่องรอยอันทรงคุณค่า ที่ช่วยยืนยันความเก่าแก่และสืบเนื่องของผู้คนในพื้นที่ประเทศไทยมาแต่อดีตกาล ณ ริมฝั่งโขง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เสมียนนารี, ศิลปวัฒนธรรม. 16 พฤษภาคม 2524 แถลงพบภาพเขียนสีที่ “ผาแต้ม” สู่สาธารณะ.16 พฤษภาคม 2564. จาก https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_32923

สำนักงานนโยบายและแผนกทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. ภูผาแต้ม. สืบค้นวันที่ 14 พฤษภาคม 2569. จาก https://naturalsite.onep.go.th/site/detail/64

มหาวิทยาลัยศิลปากร.กลุ่มผาแต้ม จ.อุบลราชธานี. สืบค้นวันที่ 14 พฤษภาคม 2569. จาก http://www.era.su.ac.th/RockPainting/northeast/kloomphateem/index.html

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 พฤษภาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 45 ปี แถลงพบภาพเขียนสี “ผาแต้ม” รอยมนุษย์โบราณแห่งอำเภอโขงเจียม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...