45 ปี แถลงพบภาพเขียนสี “ผาแต้ม” รอยมนุษย์โบราณแห่งอำเภอโขงเจียม
16 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 แถลงการพบภาพเขียนสีผาแต้มสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก
ภาพเขียนสีผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี คือภาพวาดบนหน้าผาหินทรายริมฝั่งแม่น้ำโขง (หันหน้าไปฝั่งลาว) จากฝีมือของมนุษย์โบราณ เป็นภาพเขียนสีกลุ่มใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในดินแดนไทย ด้วยความยาวกว่า 200 เมตร สูงจากระดับแม่น้ำโขงราว 50 เมตร
ภาพเขียนเหล่านี้ประกอบด้วยภาพมนุษย์ ฝ่ามือ และสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น ช้าง ปลา กวาง ฯลฯ ด้วยการใช้สีแดง น้ำตาลเข้ม และดำ รวมกันจำนวนนับร้อย ๆ ภาพ และคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 5,000-6,000 ปี
ชาวบ้านทุ่ม ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขง ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม รู้จักและคุ้นเคยกับภาพเขียนสีบนผาแต้มมาช้านาน ทั้งมีความเชื่อท้องถิ่นว่า พื้นที่ละแวกผาแต้มเป็นเขตต้องห้าม ใครล่วงล้ำเข้าไปมักมีอันตราย อาจเจ็บไข้ได้ป่วยหรือถึงแก่ชีวิต อย่างไรก็ตาม ร่องรอยที่ผาแต้มก็ไม่เคยโด่งดังจนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
กระทั่งคณะอาจารย์และนักศึกษาจากภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร นำโดย รศ. ศรีศักร วัลลิโภดม และ ดร. พรชัย สุจิตต์ มาลงพื้นที่สำรวจบริเวณนี้ นำมาสู่การประกาศต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 ถึงการมีอยู่ของภาพเขียนสีผาแต้ม ก่อนกรมศิลปากรจะประกาศขึ้นทะเบียนเนื้อที่โดยรอบประมาณ 575 ไร่ เป็นโบราณสถานใน พ.ศ. 2525
แนวหน้าผาหินทรายที่ตั้งของผาแต้มเป็นภูเขาหินทรายที่ทอดยาวต่อมาจากเทือกเขาภูพาน เลียบริมแม่น้ำโขง เรียกกันว่า “ภูผาขาม”ด้านบนเป็นลานหินกว้าง สูงจากพื้นราบริมโขงประมาณ 160 เมตร และเป็นส่วนหนึ่งของเขตวนอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ
สำหรับถ้ำที่ตั้งของภาพเขียนสีเป็นแนวหน้าผาอีกชั้นด้านล่างที่ยาวติดต่อกัน และมีทางเดินแคบ ๆ ใต้เพิงผาหินนั้น
จริง ๆ แล้วกลุ่มภาพเขียนสีซึ่งเรียกว่าภาพเขียนสีผาแต้มนั้นแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ผาขาม ผาแต้ม ผาหมอนน้อย และผาหมอน โดยภาพเขียนที่ผาแต้มเป็นส่วนที่มีแนวยาวติดต่อกันและมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด ร่องรอยที่ปรากฏของกลุ่มต่าง ๆ มีดังนี้
1. ผาขาม ภาพปลาขนาดใหญ่ 4 ตัว ยาวประมาณ 0.35-1 เมตร เขียนด้วยสีแดง แบบเห็นโครงสร้างภายใน (ก้างปลา / X-ray) และช้าง 1 ตัว ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าปลามาก คือแค่ประมาณ 13 เซนติเมตรเท่านั้น กับสัตว์สี่เท้าไม่ทราบชนิดอีก 1 ตัว
2. ผาแต้ม มีภาพเขียนตลอดแนวหน้าผายาว 180 เมตร และอยู่สูงจากพื้นประมาณ 4-5 เมตร เป็นภาพลงสีมากกว่า 300 รูป กับลายเส้นที่เกิดจากฝนเซาะร่องเนื้อหิน (Abrading) เรียงเป็นทั้งแนวตรง เฉียง และแนวนอน
ภาพเขียนสีผาแต้มส่วนใหญ่เขียนด้วยสีแดง มีสีดำและสีขาวบ้าง แบ่งเป็น ภาพคนซึ่งมีขนาดเล็ก 10 ภาพ ภาพสัตว์ เช่น ช้าง ปลา เต่าหรือตะพาบน้ำ สุนัข วัว ไก่หรือนก เป็นต้น มักทำเป็นภาพขนาดใหญ่เท่าของจริง โดยเฉพาะช้างและปลาที่มีขนาดยาวถึง 4 เมตร สูงประมาณ 3 เมตร รวมภาพสัตว์ทั้งหมดประมาณ 30 ภาพ และอยู่ในลักษณาการเคลื่อนไหว
นอกจากนี้ยังมีภาพสิ่งของเครื่องใช้ สันนิษฐานว่าเป็นสุ่มดักปลา หน้าไม้ หรือคันธนูที่คนกำลังถือใช้งาน สัญลักษณ์ที่เป็นลายเส้นแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะเส้นหยัก ลูกคลื่น หรือฟันปลา ซึ่งอาจสื่อถึงสายน้ำ และรูปทรงเรขาคณิต กับลายเส้นขนานคล้ายท้องทุ่งนา เป็นต้น
และที่พบจำนวนมากกว่า 200 ภาพ คือภาพฝ่ามือ มีทั้งมือผู้ใหญ่ เด็ก ทั้งสีแดง สีดำ และสีขาว โดยภาพทุกประเภทจะเขียนอยู่ร่วมกันเสมอ โดยเฉพาะมือที่ปรากฏสอดแทรกอยู่ร่วมกับภาพอื่น ๆ เสมอ
ภาพเขียนส่วนใหญ่ที่ผาแต้มเขียนแบบรูปเงาทึบ หรือภาพเงา (silhouette) นอกนั้นเป็นภาพโครงร่างรอบนอก (outline) และกิ่งไม้ (stick man) ส่วนภาพมือมีหลายเทคนิค นอกจากโคร่งร่างรอบนอกแล้วยังมีแบบพ่น (stencil) และทาบ (imprint)
3. ผาหมอนน้อย ภาพคนสูงประมาณ 1.6 เมตร เหนี่ยวคันธนูเล็งไปยังสัตว์สี่ขา อาจเป็นวัวท้อง ลำตัวยาวประมาณ 6.4 เมตร ภาพคนสูงประมาณ 1.2 เมตร กำลังไล่สัตว์สี่ขามีเขา อาจเป็นกวางที่รุกพื้นที่ไร่นา รอบ ๆ ภาพกลุ่มนี้มีภาพมือทั้ง 2 ข้างประมาณ 20 มือ
ถัดมาเป็นภาพสัตว์สี่ขาท้องป่อง 3 ตัว กับลายเส้นคล้ายตาข่ายดักสัตว์ กับลายเส้นคู่ขนาดต่อกัน และภาพมือเหมือนกลุ่มแรกอีก 15 มือ เรียงเป็นแถวยาวกับลายเส้นหยักขึ้นลงวกไปมา ภาพคนและสัตว์ระบายสีแดงแบบเงาทึบ
4. ผาหมอน ภาพทั้งหมดเป็นเงาทึบเขียนด้วยสีแดง ประกอบด้วยภาพคนและสัตว์ กลุ่มแรกมีภาพคนเดียงคนเดียวกับภาพสัตว์สี่ขา 11 ตัว อาจเป็นช้าง วัว สุนัข และหมู หรือเกะ-แพะ เดินตามกันไปทิศทางเดียวกัน ยกเว้นสุนัขที่หันหน้าเข้าหาฝูงสัตว์
กลุ่มที่สองเป็นภาพคนประมาณ 10 คน เขียนแบบระบายเงาทึบกับกิ่งไม้ ลักษณะค่อนข้างเหมือนจริง แสดงกล้ามเนื้อน่องโป่งพอง มีภาพคนนุ่งกระโปร่งยาวครึ่งน่อง ยืนท้าวสะเอว ขนาดใหญ่กว่าคนอื่น ๆ แต่ไม่สามารถระบุเพศที่แน่ชัดได้ กับภาพมืออีก 6 มือ
ภาพที่ผาแต้มและผาหมอนน้อยมีจุดน่าสังเกตคือมีความสัมพันธ์เป็นเรื่องราวเดียวกัน และทั้งหมดจะมีภาพมือรวมอยู่ด้วยเสมอ อาจสื่อถึงความร่วมมือร่วมแรงกันทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ร่วมกันจับปลา เพาะปลูก เลี้ยงหรือล่าสัตว์ แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้สร้างผลงานเหล่านี้ หรือการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของสังคมเกษตรในสมัยก่อนประวัติศาสตร์นั่นเอง
ภาพเขียนสีผาแต้มจึงเป็นร่องรอยอันทรงคุณค่า ที่ช่วยยืนยันความเก่าแก่และสืบเนื่องของผู้คนในพื้นที่ประเทศไทยมาแต่อดีตกาล ณ ริมฝั่งโขง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
อ่านเพิ่มเติม :
- ไขปริศนา “ภาพเขียนสี” ภูพระบาท ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุร่วม 2,000 ปี
- “ย้อนรอยเรื่องหมาๆ” จากซากกระดูก ภาพเขียนสี สู่ชาดกทางพุทธศาสนา
- ภาพเขียนสีที่เพิงผา “ตอแล” ภูเขายะลา ถึงภาพใน “ถ้ำศิลปะ” กับข้อมูลเมื่อแรกเริ่มค้นพบ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
เสมียนนารี, ศิลปวัฒนธรรม. 16 พฤษภาคม 2524 แถลงพบภาพเขียนสีที่ “ผาแต้ม” สู่สาธารณะ.16 พฤษภาคม 2564. จาก https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_32923
สำนักงานนโยบายและแผนกทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. ภูผาแต้ม. สืบค้นวันที่ 14 พฤษภาคม 2569. จาก https://naturalsite.onep.go.th/site/detail/64
มหาวิทยาลัยศิลปากร.กลุ่มผาแต้ม จ.อุบลราชธานี. สืบค้นวันที่ 14 พฤษภาคม 2569. จาก http://www.era.su.ac.th/RockPainting/northeast/kloomphateem/index.html
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 พฤษภาคม 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 45 ปี แถลงพบภาพเขียนสี “ผาแต้ม” รอยมนุษย์โบราณแห่งอำเภอโขงเจียม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com