โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไม่กินของทอด หนุ่มออฟฟิศตับขาวโพลน-อักเสบพุ่ง 5 เท่า เพราะของโปรด 2 อย่าง

sanook.com

เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ไม่กินของทอดก็เสี่ยง! หนุ่มออฟฟิศช็อก ตับขาวโพลน-ค่าอักเสบพุ่ง 5 เท่า เพราะ 2 อาหารโปรด

ไม่กินของทอดก็เสี่ยง! หนุ่มออฟฟิศช็อก ตับขาวโพลน-ค่าอักเสบพุ่ง 5 เท่า เพราะ 2 อาหารโปรด

กลายเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนรักสุขภาพที่พยายามหลีกเลี่ยงของทอดแต่กลับมองข้ามศัตรูเงียบอย่างแป้งและน้ำตาล เมื่อแพทย์เผยเคสคนไข้ชายรายหนึ่งที่มีพฤติกรรมการกินที่ดูเหมือนจะไม่อันตราย แต่กลับทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับขั้นรุนแรงจนตับอักเสบหนัก

พบบางส่วนของตับขาวโพลนจากการอัลตราซาวด์

นพ. สวี่ ปิ่งอี้ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอันหนาน ของไต้หวัน เปิดเผยผ่านรายการสุขภาพว่า ได้รับรักษาคนไข้ชายอายุ 43 ปี ซึ่งมาพบแพทย์เนื่องจากผลตรวจสุขภาพประจำปีพบค่าตับผิดปกติ ทั้งที่ไม่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี แต่เมื่อทำการอัลตราซาวด์กลับพบว่าตับมีลักษณะ "ขาวโพลน" ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะไขมันพอกตับในระดับรุนแรง

ที่น่าตกใจคือค่าเอนไซม์ตับ (GPT) ของชายคนนี้พุ่งสูงถึง 220 U/L ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานปกติ (ไม่เกิน 40 U/L) ถึง 5 เท่า แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าระมัดระวังเรื่องอาหารอย่างมาก ไม่กินของมันหรือของทอดเลยเพราะกลัวอ้วนก็ตาม

iStockphoto

แป้งและน้ำตาล: ตัวการร้ายทำลายตับ

จากการซักประวัติอย่างละเอียดพบว่า ชายรายนี้ชื่นชอบการรับประทาน "ข้าวสวย" เป็นชีวิตจิตใจ โดยกินอย่างน้อยมื้อละ 2 ถ้วย และต้องดื่ม "น้ำส้มจี๊ดผสมมะนาว" หวานชื่นใจวันละ 500 ซีซี เป็นประจำทุกวัน แพทย์ชี้ว่านี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลและแป้งเกินความจำเป็น

นพ. สวี่ อธิบายว่าเมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลกลูโคสเข้าไป ประมาณ 35% จะถูกส่งตรงไปยังเนื้อเยื่อไขมันเพื่อเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมทันที โดยเฉพาะน้ำหวานที่มีน้ำตาลสูงเกินกว่าที่ร่างกายต้องการต่อวัน เมื่อรวมกับแป้งจากข้าวสวยปริมาณมาก ยิ่งเร่งให้เกิดการสะสมของไตรกลีเซอไรด์ในตับจนกลายเป็นไขมันพอกตับในที่สุด

เตือนภัยไขมันไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง

แพทย์ย้ำว่าเนื้อเยื่อไขมันไม่ใช่เพียงสิ่งที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพภายนอกเท่านั้น แต่ไขมันเหล่านี้มีชีวิตและจะหลั่งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบไปทั่วร่างกาย ส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้น้ำตาลลดลงและนำไปสู่โรคเบาหวานได้ในอนาคต

นอกจากนี้ยังส่งผลให้ระบบเผาผลาญในตับทำงานผิดปกติ จนเกิดการอักเสบเรื้อรังที่ตับ ดังนั้นประชาชนควรควบคุมปริมาณการบริโภคแป้งและน้ำตาลอย่างเหมาะสม ไม่ควรโฟกัสเพียงแค่การงดของทอดหรือของมันเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตับได้รับความเสียหายโดยไม่รู้ตัว

แหล่งอ้างอิง

  • ETtoday
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...