โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดชื่อหุ้นไทยมาร์เก็ตแคปทะลุ “ล้านล้าน” เจาะสตอรี่ราคาหุ้นพุ่งแรง ถึงจุดนี้...นักลงทุนเอาไงต่อ?

Thairath Money

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในปี 2569 ส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน ดัชนี SET Index ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี หนุนให้บรรยากาศการลงทุนกลับมาคึกคักอีกครั้ง

การปรับตัวขึ้นของตลาดในรอบนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผลให้มูลค่ากิจการของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามผลประกอบการและทิศทางการเติบโต

ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีบริษัทจดทะเบียนถึง 4 แห่ง ที่สามารถสร้างสถิติมีมูลค่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ทะลุระดับ 1 ล้านล้านบาท ได้แก่

  • หุ้น DELTA มูลค่า 4,440,678.55 ล้านบาท
  • หุ้น ADVANC มูลค่า 1,070,715.50 ล้านบาท
  • หุ้น PTT มูลค่า 1,049,690.11 ล้านบาท
  • หุ้น GULF มูลค่า 1,004,704.08 ล้านบาท

หมายเหตุ : Market Cap ณ ราคาปิดวันที่ 4 มิ.ย. 69

Thairath Money พาไปสำรวจรายละเอียดของอภิมหาหุ้นล้านล้านว่าราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงแค่ไหน และนักวิเคราะห์มีมุมมองต่อการลงทุนอย่างไรต่อไป

อันดับ 1 หุ้น DELTA ตัวตึงหุ้นไทยยุค AI

เริ่มกันที่ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น DELTA ต้องบอกว่านี่คือผู้นำแห่งยุค AI ในตลาดหุ้นไทย ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนครองบัลลังก์บริษัทที่มีมูลค่ากิจการสูงที่สุดในประเทศ

DELTA เป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์เพาเวอร์ซัพพลายและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำระดับโลก โดยมุ่งเน้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์เทรนด์แห่งอนาคต ทั้งชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า โซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงในตลาดโลก

นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 183.00 บาท หรือ 105.78% จาก 173.00 บาท มาอยู่ที่ 356.00 บาท (ณ ราคาปิดวันที่ 4 มิ.ย.69) ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4,440,678.55 ล้านบาท ขณะที่หุ้นซื้อขายบนระดับ P/E 156.32 เท่า และ P/BV 41.69 เท่า

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ให้คำแนะนำ "ถือ" โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 336.00 บาท ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการใช้จ่ายในกลุ่ม AI และ Data Center ทั่วโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเริ่มผลิตโซลูชันระบายความร้อนด้วยของเหลวที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเข้าสู่ตลาด

ทั้งนี้ คาดว่ากำไรหลักของ DELTA ในปี 2569 จะเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 61% และโตต่อเนื่อง 40% ในปี 2570 นอกจากนี้อาจมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการย้ายฐานการผลิตระบบไฟฟ้าแรงสูง (HVDC) ขนาด 400V/800V จากบริษัทแม่ในไต้หวันมายังประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตาคือ อุปสงค์อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดสหรัฐฯ และยุโรปที่อาจชะลอตัว รวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรม AI ที่อาจไม่ได้เติบโตร้อนแรงตามที่คาดการณ์ไว้

ในด้านมูลค่าหุ้น ปัจจุบัน DELTA ซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้าของปี 2569 ค่อนข้างสูง ซึ่งสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกจากฐานะบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI ของโลกไปพอสมควรแล้ว นักวิเคราะห์จึงประเมินว่าราคาหุ้นปัจจุบันมีปัจจัยบวกรองรับไปค่อนข้างมากแล้ว

อันดับ 2 หุ้น ADVANC ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคม

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น ADVANC ยักษ์ใหญ่สื่อสาร ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมอันดับหนึ่งของไทย ครอบคลุมทั้งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และโซลูชันดิจิทัลสำหรับลูกค้าองค์กร ที่ผันตัวสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดดเด่นด้วยการสร้างกระแสเงินสดและรักษาฐานลูกค้าคุณภาพสูง

นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 47.00 บาท หรือ 15.02% จาก 313.00 บาท มาอยู่ที่ 360.00 บาท ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1,070,715.50 ล้านบาท ขณะที่หุ้นซื้อขายบนระดับ P/E 21.08 เท่า และ P/BV 8.89 เท่า

ในมุมมองด้านการลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมาย 390.00 บาท หลังรายงานกำไรปกติไตรมาส 1 ปี 2569 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์

ปัจจัยหนุนหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากบริการมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน ประกอบกับบริษัทสามารถเดินหน้ากลยุทธ์ย้ายฐานลูกค้าจากระบบเติมเงินไปสู่ระบบรายเดือนได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการลดต้นทุนโครงข่ายและค่าเสื่อมราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ทิศทางกำไรของ ADVANC มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า หนุนจากโครงสร้างอุตสาหกรรมที่เหลือผู้เล่นหลักเพียงสองรายส่งผลให้การแข่งขันไม่รุนแรง โดยกำไรปกติปี 2569 ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตราว 14% เทียบกับปีก่อน

ปัจจุบันราคาหุ้นกลับมาให้ผลตอบแทนจากอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) ในปี 2569 ที่น่าสนใจระดับ 4.8% ซึ่งถือเป็นโซนที่จำกัดความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นได้เป็นอย่างดี

อันดับ 3 หุ้น PTT เสาหลักพลังงานไทย

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น PTT นี่คือเสาหลักพลังงานชาติ ครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ โรงกลั่น ปิโตรเคมี ไปจนถึงธุรกิจค้าปลีกและพลังงานทางเลือก ท่ามกลางความท้าทายจากนโยบายรัฐและความผันผวนของโลก

นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.75 บาท หรือ 14.84% จาก 32.00 บาท มาอยู่ที่ 36.75 บาท ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1,049,690.11 ล้านบาท ขณะที่หุ้นซื้อขายบนระดับ P/E 11.24 เท่า และ P/BV 0.89 เท่า

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย ให้คำแนะนำ "ถือ" ประเมินราคาเป้าหมายที่ 40.70 บาท ทิศทางผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 มีทิศทางฟื้นตัว จากอานิสงส์กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่นที่ได้รับผลบวกจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ยังได้ประโยชน์จากต้นทุนราคาก๊าซใหม่ที่ช่วยผลักดันกำไร

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มกำไรและการเติบโตยังเผชิญความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแรงกดดันจากการแทรกแซงราคาพลังงานของรัฐบาล และอุปสงค์การบริโภคพลังงานในประเทศที่อาจชะลอตัว

แม้ธุรกิจจะเดินหน้าได้ดี แต่อัพไซด์ต่อการจ่ายเงินปันผลนั้นมีจำกัด สาเหตุหลักเนื่องจากบริษัทมีความต้องการใช้กระแสเงินสดสูงถึง 2.3 แสนล้านบาท เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศและการลงทุนขยายธุรกิจ โอกาสปรับเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นจึงอาจต้องรอพันธมิตรเชิงกลยุทธ์โครงการใหม่ๆ เข้ามาช่วยปลดล็อกมูลค่าในอนาคต

อันดับ 4 หุ้น GULF น้องใหม่หุ้นล้านล้าน

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หุ้นน้องใหม่ในกลุ่ม 1 ล้านล้าน เจ้าของธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าชั้นนำของไทยและภูมิภาค โดยมีการขยายพอร์ตการลงทุนอย่างรวดเร็วไปยังโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และดาวเทียม

ราคาหุ้นทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 67.25 บาท หรือเพิ่มขึ้น 25.50 บาท หรือ +61.08% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1,004,704.08 ล้านบาท ขณะที่หุ้นซื้อขายบนระดับ P/E 11.27 เท่า และ P/BV 2.90 เท่า

ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส ให้คำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมายที่ 71.25 บาท โดยมองว่าการเติบโตมีความแข็งแกร่งทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ภาพรวมปี 2569 GULF ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% ปัจจัยสำคัญมาจากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ กว่า 695 เมกะวัตต์

รวมถึงค่าไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งในอนาคต ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์แบบลงทุนเอง 100% จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญขององค์กร ทำให้แนวโน้มกำไรปกติคาดว่าจะเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องติดตาม คือความล่าช้าของโครงการโรงไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างซึ่งอาจไม่สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้ตามแผน การหยุดซ่อมบำรุงฉุกเฉิน และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยเงินกู้

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดชื่อหุ้นไทยมาร์เก็ตแคปทะลุ “ล้านล้าน” เจาะสตอรี่ราคาหุ้นพุ่งแรง ถึงจุดนี้…นักลงทุนเอาไงต่อ?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...