ฟีฟ่าเวิลด์คัพ ก่อมลพิษมากสุดเป็นประวัติการณ์
เดวิด โกกิชวิลี นักภูมิศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโลซาน หรือUnil กล่าวว่า การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้แตกต่างจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่สามารถลดปริมาณคาร์บอนลงได้จากการจัดงานหลายครั้งที่ผ่านมา แต่ในฟุตบอลโลกชายของฟีฟ่านั้นกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ฟุตบอลโลกในฤดูร้อนนี้จะมีการขยายจำนวนทีมเพิ่มเป็น48 ทีมเป็นครั้งแรก และ จะจัดการแข่งขันร่วมกันใน3 ประเทศ ได้แก่ เม็กซิโก แคนาดา และ สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกเช่นกัน แม้ว่าการแข่งขันครั้งนี้จะสร้างรายได้ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยโลซานชี้ให้เห็นว่า มันจะทิ้งรอยเท้าคาร์บอนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาระดับนานาชาติ
ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือCO2) ที่คาดการณ์ไว้จะมีจำนวนสูงถึง5 - 9 ล้านตัน เมื่อเทียบกับประมาณ1.75 ล้านตันของการแข่งขันโอลิมปิกที่ปารีสปี2024 ตัวเลขดังกล่าวสูงเกินกว่าปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่รัสเซียเคยสร้างไว้ในปี2018 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ2.17 ล้านตัน ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่มีพื้นที่กว้างไกล และ มีจำนวนการแข่งขันน้อยกว่าครั้งนี้ถึง40 แมตช์ และยังสูงกว่าการแข่งขันที่กาตาร์ในปี2022 ซึ่งปล่อยก๊าซไป3.17 ล้านตัน ในมหกรรมกีฬาขนาดกระชับที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการเร่งสร้างสนามกีฬาติดเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่เกินความจำเป็น