แบงก์ชาติ ดันสเตเบิลคอยน์ผูกเงินบาท 1:1 คุมเข้มข้ามพรมแดนสั่งฟันแอปจีน 5 พันบัญชี
แบงก์ชาติ เตรียมเปิดประชาพิจารณ์สเตเบิลคอยน์ผูกเงินบาทสัดส่วน 1 ต่อ 1 ภายในสิ้นปี 2569 หวังยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินระหว่างสถาบันการเงิน พร้อมจับมือหน่วยงานกำกับดูแล เดินหน้ากวาดล้างการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนที่ผิดกฎหมาย แบงก์ชาติสั่งระงับบัญชี Alipay และ WeChat Pay กว่า 5,000 บัญชีเพื่อสกัดกั้นการโอนเงินหยวนที่ไม่ผ่านการรับรอง ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนท่าทีของภาครัฐที่ต้องการสนับสนุนเทคโนโลยีการเงินควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินในประเทศอย่างรัดกุม
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศทิศทางนโยบายการเงินยุคดิจิทัลในงานสัมมนาของ efinanceThai โดยทางแบงก์ชาติเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนเกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ที่ตรึงมูลค่ากับเงินบาทภายในปลายปี 2569 โครงสร้างเบื้องต้นกำหนดให้สินทรัพย์ดิจิทัลนี้ต้องมีทุนสำรองของไทยหนุนหลังเต็มจำนวนในอัตราส่วน 1:1 เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ระยะแรกแบงก์ชาติจะจำกัดการใช้งานเฉพาะกลุ่มสถาบันการเงินสำหรับการชำระบัญชีเท่านั้น ก่อนจะพิจารณาขยายขอบเขตการใช้งานสู่ภาคส่วนอื่นในอนาคต
อย่างไรก็ตามท่าทีเปิดรับนวัตกรรมกลับสวนทางกับมาตรการควบคุมธุรกรรมข้ามพรมแดนที่เข้มงวดขึ้นอย่างชัดเจน โดยแบงก์ชาติร่วมมือกับแพลตฟอร์มชำระเงินข้ามชาติกวาดล้างการโอนเงินหยวนระหว่างบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่สั่งระงับบัญชี Alipay และ WeChat Pay ไปแล้วราว 5,000 บัญชีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 ผู้ว่าการแบงก์ชาติย้ำจุดยืนว่าการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดส่วนบุคคลภายในประเทศไทยต้องดำเนินการในสกุลเงินบาทเท่านั้น เพื่อป้องกันการแทรกแซงระบบการเงินท้องถิ่น
ขณะที่ผู้ให้บริการที่ฝ่าฝืนประมวลผลธุรกรรมด้วยสกุลเงินเถื่อนจะเผชิญบทลงโทษขั้นเด็ดขาด ตั้งแต่การปรับ ระงับกิจการ ไปจนถึงเพิกถอนใบอนุญาต นอกจากนี้แบงก์ชาติยังปิดประตูการเก็งกำไรค่าเงินสำหรับนักลงทุนรายย่อย ผู้ละเมิดพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตรา พ.ศ. 2485 อาจรับโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี และปรับ 200,000 บาท ส่วนผู้ที่โฆษณาชวนเชื่อให้เก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ซึ่งมีโทษจำคุก 10 ปี
สัญญาณความเข้มงวดครั้งนี้บ่งชี้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลไทยกำลังจัดระเบียบเส้นทางการเงินสีเทาและอุดช่องโหว่ทางกฎหมาย ควบคู่ไปกับการปูทางสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่รัฐควบคุมได้ นักลงทุนในตลาดคริปโตและฟินเทคต้องจับตาการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติที่อาจสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดหากไม่ปรับตัว ท้ายที่สุดนโยบายดาบสองคมนี้สะท้อนความพยายามของรัฐในการรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการปกป้องผู้บริโภคไม่ให้ตกเป็นเหยื่อความผันผวน
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO