สีหศักดิ์ยืนยัน เจรจา JBC ยังเกิดไม่ได้ เพราะกัมพูชาดึงไทยเข้ากระบวนการประนอมภาคบังคับ แก้ข้อพิพาททางทะเล
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ทีมข่าว THE STANDARD ชี้แจงถึงเหตุผลที่รัฐบาลไทยตัดสินใจระงับการเจรจาคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission: JBC) ซึ่งเป็นกลไกหลักในการเจรจา สำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนทางบกกับกัมพูชา เนื่องจากที่ผ่านมา ฝ่ายไทยมีความต้องการที่จะพูดคุยทวิภาคีกับกัมพูชาเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ทั้งในเรื่องข้อพิพาททางบกและทางทะเล แต่การที่กัมพูชาตัดสินใจไม่พูดคุยทวิภาคีกับไทยในเรื่องเขตทางทะเล และเดินหน้าไปสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ทำให้การเจรจา JBC ต้องระงับไว้ก่อน
สำหรับคำถามว่า การเจรจา JBC จะไม่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลา 12 เดือน จนกว่ากระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS จะสิ้นสุดในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมปีหน้าหรือไม่นั้น สีหศักดิ์ชี้แจงว่า “ต้องดูเรื่องความคืบหน้าของการเจรจาข้อพิพาททางทะเล”
โดยเป็นไปได้ที่หากฝ่ายกัมพูชามีการปรับเปลี่ยนท่าที เช่น ลดการวิพากษ์วิจารณ์โจมตีไทยในเวทีระหว่างประเทศให้น้อยลงหรือไม่มีเลย ก็อาจจะถือเป็นมาตรการหนึ่งในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และฝ่ายไทยจะต้องพิจารณาจากท่าทีของกัมพูชา
“ต้องดูว่าเรื่องข้อพิพาททางทะเลไปถึงไหนยังไง อย่างไรก็ตาม ถึงจุดหนึ่งถ้าเริ่มมีการแสดงท่าทีอะไรบางอย่าง เช่น การที่ไปวิจารณ์และโจมตีไทยในเวทีระหว่างประเทศน้อยลง ลดลง หรือไม่มีเลย เราก็อาจจะเลือกเป็นมาตรการหนึ่งในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ก็ต้องดูท่าทีของกัมพูชา แต่แน่นอนว่าการเจรจา JBC อย่างเป็นทางการมันยังเกิดไม่ได้ตอนนี้”
ส่วนกรณีการสร้างกำแพงกั้นชายแดนของไทยที่ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า อาจกระทบต่อบรรยากาศการพูดคุยกับกัมพูชาในอนาคตหรือไม่นั้น เขายืนยันว่า “เรื่องของความมั่นคงเป็นเรื่องที่สำคัญ” และ “ไทยต้องดำเนินการเต็มที่ในการปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ” ซึ่งจากสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องมีมาตรการต่างๆ เพื่อความมั่นคง