โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชาติพันธมิตรนาโตประกาศความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนมูลค่ารวมประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ประธานาธิบดีเซเลนสกีเข้าร่วมประชุมกลาโหมนาโตที่กรุงบรัสเซลส์ ยูเครนและพันธมิตรหารือเรื่องการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบป้องกันขีปนาวุธ โดยชาติพันธมิตรประกาศความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนมูลค่ารวมประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประธานาธิบดีเซเลนสกีเข้าร่วมประชุมกลาโหมนาโตที่กรุงบรัสเซลส์ ยูเครนและพันธมิตรหารือเรื่องการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบป้องกันขีปนาวุธ โดยชาติพันธมิตรประกาศความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนมูลค่ารวมประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เดินทางเข้าร่วมการประชุมของกลุ่มประสานงานด้านกลาโหมยูเครน (Ukraine Defence Contact Group) ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมของนาโต ที่สำนักงานใหญ่นาโตในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมเมื่อวันพฤหัสบดี

เซเลนสกีเปิดเผยว่า ที่ประชุมจะหารือเกี่ยวกับการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศให้แก่ยูเครนผ่านโครงการ "บัญชีความต้องการทางทหารเร่งด่วนของยูเครน” หรือ PURL (Prioritised Ukraine Requirements List) ของนาโต รวมถึงแผนการพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธพิสัยไกล (Anti-Ballistic Missile System) ร่วมกันระหว่างยูเครนและประเทศพันธมิตร

ในการประชุมครั้งนี้ เซเลนสกียังได้พบกับเลขาธิการนาโต มาร์ค รุตเต, บอริส พิสโตริอุส รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี และแดน จาร์วิส รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักร

ภายหลังการประชุม มิไคโล เฟโดรอฟ รัฐมนตรีกลาโหมยูเครน เปิดเผยว่า ชาติพันธมิตรได้ให้คำมั่นสนับสนุนความช่วยเหลือทางทหารมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการ PURL ของนาโต

เขาระบุว่า นี่อาจเป็นเงินสนับสนุนก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการประกาศภายใต้กลไกดังกล่าว

นอกจากนี้ ประเทศพันธมิตรยังให้คำมั่นสนับสนุนเพิ่มเติมอีกประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับระบบปืนใหญ่พิสัยไกลที่สามารถยิงได้ไกลกว่า 30 กิโลเมตร

เฟโดรอฟกล่าวว่า ความช่วยเหลือรอบใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศพันธมิตรต่อยูเครน โดยอ้างถึงความคืบหน้าของกองทัพยูเครนทั้งในแนวรบและการโจมตีเป้าหมายภายในรัสเซีย

เขากล่าวว่า หลายประเทศมองว่านี่เป็น "ช่วงเวลาแห่งโอกาส" และต้องการมอบทรัพยากรที่จำเป็นให้ยูเครนใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีรูเมน ราเดฟ ของบัลแกเรีย เปิดเผยว่า รัฐบาลบัลแกเรียอาจใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียชุดใหม่ของสหภาพยุโรป หรืออียู หากมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ราเดฟกล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนการประชุมสภาสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ ว่า "หากเราพบว่าการดำเนินงานของบริษัทลูคอยล์ เนฟโตฮิม เบอร์กาส (Lukoil Neftohim Burgas) มีความเสี่ยงต่อสาธารณะ เราก็ต้องการให้บริษัทนี้ถูกยกเว้นจากมาตรการคว่ำบาตร" โดยเขาอ้างถึงบริษัทน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ที่สุดในบัลแกเรียและดำเนินงานโรงกลั่นน้ำมันแห่งเดียวของประเทศคือโรงกลั่น เบอร์กาส

ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปได้ขยายรายชื่อบุคคลและองค์กรที่ถูกคว่ำบาตร โดยเพิ่มบุคคล 34 ราย และองค์กร 47 แห่งที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมทางทหารของรัสเซีย รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซในเครือข่าย "กองเรือเงา" (Shadow Fleet) ตลอดจนผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงทางการเมือง ซึ่งในรายชื่อดังกล่าวยังมีบุคคลระดับสูงของศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซียรวมอยู่ด้วย ซึ่งราเดฟแสดงความไม่เห็นด้วย

เขากล่าวว่า "ยุคสงครามครูเสดได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว" พร้อมเตือนว่า ความขัดแย้งครั้งนี้ได้ขยายผลจากสนามรบและเศรษฐกิจไปสู่ด้านวัฒนธรรม กีฬา และกำลังลุกลามไปสู่ประเด็นทางศาสนา

อย่างไรก็ตาม ราเดฟยืนยันว่า บัลแกเรียจะไม่ขัดขวางการตัดสินใจร่วมของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับยูเครน และยังคงสนับสนุนกระบวนการเจรจาเพื่อให้ยูเครนเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...