บุกช่วย 2 นักศึกษาม.ดัง เหยื่อแก๊งคอลฯ หลอกเรียกค่าไถ่สูญเงินกว่า 6 แสน
ตร.ชุดสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต บุกช่วย 2 นักศึกษามหา'ลัยดัง เหยื่อแก๊งคอลฯ หลังถูกหลอก เรียกค่าไถ่ สูญเงินกว่า 6 แสนบาท
วันที่ 16 ก.ค.2569 พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต รับรายงานจาก พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.อิทธิพล พุทธรักษา สว.สส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกับ พ.ต.ท.วิชยะ พันธุ์งาม สว.สส.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ หลังร่วมกันนำกำลังเข้าสืบสวนติดตามช่วยเหลือผู้เสียหาย จำนวน 2 ราย
หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งเหตุว่า มีนักศึกษาถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงข่มขู่ ขู่เข็ญ ให้เหยื่อไปกักขังตัวเองในห้องพัก และห้ามติดต่อหรือโทรศัพท์แจ้งใคร เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เร่งสืบสวนแกะรอย โดยใช้เทคนิคตรวจสอบ จนกระทั่งสามารถเข้าทำการช่วยเหลือเหยื่อทั้งสองรายได้อย่างปลอดภัย
ทราบชื่อคือ น.ส.ปริม (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นนักศึกษาคณะดิจิทัลอาร์ต ปี 1 ม.ดังแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือได้ที่ห้องพักภายในคอนโดมิเนียม ย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี และอีกรายชื่อ น.ส.พราว (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นนักศึกษาคณะดิจิทัลอาร์ต ปี 1 ม.ดังแห่งหนึ่งเช่นกัน ขังตัวเองอยู่ในห้องพักเช่ารายวัน อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งย่านพหลโยธิน
พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า พฤติการณ์คนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากการซักถามเบื้องต้นพบว่า มีกระบวนการหลอกลวง เพื่อข่มขู่เอาทรัพย์สิน โดยโทรศัพท์ให้เหยื่อหวาดกลัว และข่มขู่สร้างความตื่นตระหนก
โดยคนร้ายโทรศัพท์ติดต่อหาผู้เสียหาย ก่อนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สภ.เมืองขอนแก่น ข่มขู่ว่า ข้อมูลส่วนตัวมีความพัวพันกับคดีผิดกฎหมายร้ายแรง เพื่อกดดันให้เกิดความตื่นตระหนก ตกใจกลัว และบังคับให้เหยื่อแยกกักตัว ตัดขาดจากสังคม มิจฉาชีพสั่งการให้เหยื่อห้ามติดต่อบุคคลภายนอก
และบังคับให้เดินทางออกจากที่พักปกติ เพื่อไปหลบซ่อนตัวตามสถานที่ต่างๆ โดยน.ส.ปริม ถูกสั่งให้กักตัวอยู่ภายในห้องพักคอนโดมิเนียม ส่วนน.ส.พราว ถูกสั่งให้ไปเปิดห้องพักเช่ารายวัน เพื่อหลบซ่อนตัวที่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง
จากการสอบถามผู้เสียหายทั้งสองราย หลงเชื่อคำข่มขู่ และได้ดำเนินการโอนเงินส่วนตัวเข้าบัญชีม้าของกลุ่มมิจฉาชีพ แยกเป็นรายบุคคล ของน.ส.ปริม มูลค่าความเสียหายจำนวน 500,000 บาท และน.ส.พราว มูลค่าความเสียหาย จำนวน 100,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 600,000 บาท
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำผู้เสียหายทั้งสองราย ทำการสอบสวนที่สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมทั้งแจ้งผู้ปกครอง เพื่อดำเนินการแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน กับ ร.ต.อ.รพีพงษ์ บุญพัวพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จะทำการสืบสวนขยายผล และตรวจสอบเส้นทางการเงินที่โอนไปบัญชีม้า เพื่อเร่งรัดออกคำสั่งอายัดบัญชีธนาคารปลายทาง และติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี
ด้าน น.ส.ปริม และน.ส.พราว เล่าพฤติกรรมของมิจฉาชีพว่า ได้รับโทรศัพท์จากผู้ที่อ้างว่า เป็นพนักงานเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง แจ้งว่ามีคนมีการนำชื่อ และข้อมูลส่วนตัว ไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ใหม่ที่จังหวัดขอนแก่น เบอร์ดังกล่าวถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย เกี่ยวข้องกับคดีการพนัน
จากนั้นอ้างว่าเรื่องถูกส่งต่อไปยังผู้ที่อ้างว่าเป็นตำรวจ ได้มีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม และแจ้งว่าชื่อมีความเชื่อมโยงกับคดีฟอกเงินของ "นายฟลุ๊ค" เนื่องจากมีการตรวจพบสมุดบัญชีธนาคารของเพื่อนเธอในที่เกิดเหตุ เชื่อมโยงระหว่างของทั้งสองคน อ้างว่าเคยมีการโอนเงินไปมาระหว่างบัญชีเพื่อน เมื่อยอมรับว่าเคยโอนเงินช่วยเหลือกันเป็นปกติ มิจฉาชีพเลยอ้างว่า เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีด้วย
จากนั้นมิจฉาชีพส่งรูปสมุดบัญชีมาให้ดู และพูดจาข่มขู่ในลักษณะเดียวกัน เพื่อเชื่อมโยงให้เห็นว่าบัญชีของทั้งสองคน มีความเกี่ยวข้องกัน ได้หลอกล่อให้โอนเงิน และบังคับให้ทั้งสองโอนเงินที่มีทั้งหมด โดยอ้างว่าจะส่งต่อให้ทาง ปปง. ดำเนินการตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ว่าเงินในบัญชีดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินของ"นายฟลุ๊ค" หากตรวจสอบแล้วเสร็จ และพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการโอนเงินทั้งหมดคืนให้ทันที
ทั้งสองหลงเชื่อ น.ส.ปริม โอนเงินไปหลายครั้งรวม 500,000 บาท โดยคนร้ายให้เขียนสคริปต์แล้วให้โทรไปหาผู้ปกครองว่า ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ เพื่อหลอกผู้ปกครองโอนเงินมา ส่วนน.ส.พราว คนร้ายให้โอนเงินไป 500,000 บาท ก่อนลดเหลือ 250,000 บาท และน้องได้โอนไป จำนวน 100,000 บาท และกำลังจะโอนไปอีกก้อน แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บุกช่วย 2 นักศึกษาม.ดัง เหยื่อแก๊งคอลฯ หลอกเรียกค่าไถ่สูญเงินกว่า 6 แสน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th