โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐผลิตเหรียญ 1 ดอลลาร์รุ่นพิเศษ มีหน้า “ทรัมป์” ฉลอง 250 ปีประกาศเอกราช

เดลินิวส์

อัพเดต 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.17 น. • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สหรัฐเริ่มผลิตเหรียญกษาปณ์ 1 ดอลลาร์สหรัฐรุ่นพิเศษ ที่มีภาพประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีการประกาศเอกราช ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่าการใช้ภาพบุคคลซึ่งยังมีชีวิตอยู่ ว่าอาจขัดต่อกฎหมาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวว่า โรงกษาปณ์ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย เริ่มผลิตเหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 1 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33.59 บาท) ที่มีภาพใบหน้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ด้านหน้า เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปี การประกาศเอกราชของอเมริกา

แบบของเหรียญดังกล่าวมีคำว่า "Liberty" (เสรีภาพ) "In God We Trust" (เราเชื่อมั่นในพระเจ้า) และ "1776-2026" อยู่ด้านหน้า พร้อมภาพนกอินทรีหัวขาวจากตราประจำตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ด้านหลัง ซึ่งถือเป็นการปรับแก้จากแบบร่าง ที่เคยเผยแพร่เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา

สำหรับแบบร่างเดิม ด้านหลังของเหรียญเป็นภาพทรัมป์ชูกำปั้น พร้อมข้อความ "Fight, Fight, Fight" (สู้, สู้, สู้) ซึ่งอ้างอิงถึงเหตุการณ์พยายามลอบสังหารทรัมป์ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อปี 2567

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายตั้งคำถามเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของการออกแบบเหรียญดังกล่าว โดยกฎหมายสหรัฐที่ประกาศใช้เมื่อปี 2409 กำหนดว่า ห้ามใช้ภาพบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่บนเงินตราสหรัฐ แต่ข้อห้ามดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะธนบัตร ที่จัดพิมพ์โดยสำนักงานการพิมพ์และการแกะสลักธนบัตร ขณะที่เหรียญกษาปณ์เป็นหน้าที่ของโรงกษาปณ์สหรัฐ

นอกจากนี้ สภาคองเกรสเคยผ่านกฎหมายเมื่อปี 2563 ให้อำนาจ รมว.การคลัง สั่งผลิตเหรียญกษาปณ์ชนิด 1 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีของประเทศ แต่กฎหมายดังกล่าวระบุชัดเจนว่า ห้ามใช้แบบที่มีภาพบุคคลซึ่งยังมีชีวิตอยู่

กระนั้น เบสเซนต์โต้แย้งว่า ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี ของสหรัฐ มีการนำภาพของประธานาธิบดีแคลวิน คูลิดจ์ ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ ไปใช้บนเหรียญเช่นกัน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...