คดีเด็ก 11 ขวบ ชนพระธุดงค์ ทนายชี้ผู้ปกครองอาจต้องรับผิด
กรณีอุบัติเหตุสะเทือนใจ เด็กชายวัย 11 ปี ขับรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์บนถนนในจังหวัดมุกดาหาร เป็นเหตุให้พระภิกษุมรณภาพแล้วเบื้องต้น 10 รูป และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก
- เด็กขับกระบะ ชนพระธุดงค์ มรณภาพ-บาดเจ็บสาหัสอื้อ
- รถมีประกัน! กระบะชนคณะสงฆ์ พระที่มรณภาพคุ้มครองรายละ 5 แสน
- ตาเด็ก 11 ยันไม่เคยสอนหลานขับรถ ตร.พบขับมา 12 กม.ก่อนชนพระ
ล่าสุด “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์” ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าววันนิวส์ อธิบายข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งความรับผิดของเด็ก ผู้ปกครอง และการเผยแพร่ข้อมูลของผู้เยาว์
นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เปิดเผยกับสำนักข่าววันนิวส์ว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี แม้การกระทำจะถือว่าเป็นความผิด แต่กฎหมายกำหนดให้ ไม่ต้องรับโทษทางอาญา จึงไม่สามารถดำเนินคดีกับเด็กได้ จากข้อมูลของ พม. ยืนยันว่า เด็กผู้ก่อเหตุเป็นเด็กพิเศษในกลุ่มออทิสติก ซึ่งถือเป็นผู้ป่วยที่ควรได้รับการดูแลรักษา ไม่ใช่การลงโทษทางอาญา
ส่วนความรับผิดของพ่อแม่หรือผู้ปกครองนั้น ทนายเดชาระบุว่า ต้องแยกพิจารณาเป็น 2 ส่วน คือ คดีอาญา และ คดีแพ่ง
ในคดีอาญา พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานว่า ผู้ปกครองมีพฤติการณ์ปล่อยปละละเลยหรือไม่ เช่น เคยปล่อยให้เด็กขับรถมาก่อน เคยนำรถออกไปโดยไม่มีการห้ามปราม หรือเก็บกุญแจรถไม่รัดกุม หากพิสูจน์ได้ว่าเข้าข่ายละเลยการดูแล อาจมีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก มาตรา 78 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะที่ คดีแพ่ง กฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ปกครองต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่า ได้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลบุตรตามสมควรแล้ว
สำหรับการเยียวยาผู้เสียหาย ทนายเดชาระบุว่า นอกจากการเรียกร้องจากผู้ปกครองแล้ว ยังต้องตรวจสอบความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย ทั้งประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.รถยนต์ และประกันภัยภาคสมัครใจ ว่ามีวงเงินคุ้มครองเพียงพอหรือไม่ เพื่อชดเชยความเสียหายให้กับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ
อีกประเด็นสำคัญ ทนายเดชาเตือนสื่อมวลชนและประชาชนว่า ห้ามเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลใด ๆ ที่ทำให้สามารถระบุตัวเด็กได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพเด็ก ภาพบ้าน หรือข้อมูลของครอบครัว เพราะอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้
พร้อมฝากถึงผู้ปกครองทุกคนว่า การมีบุตรต้องมีความพร้อมในการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียและผลกระทบต่อสังคมในลักษณะเช่นนี้อีก.