โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ECB เตือนตลาดการเงินโลกเสี่ยงปรับฐานรุนแรง ชี้นักลงทุนประเมินสงครามอิหร่านต่ำเกินไป

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ECB เตือนตลาดการเงินโลกเสี่ยงปรับฐานรุนแรง หลังนักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เงินเฟ้อ และความเปราะบางทางเศรษฐกิจยังเพิ่มขึ้น

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกมาเตือนว่าตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการปรับฐานรุนแรงและฉับพลัน หลังนักลงทุนอาจประเมินความเสี่ยงจากปัจจัยต่าง ๆ ต่ำเกินไป ทั้งสงครามอิหร่าน ความไม่แน่นอนด้านการคลัง และความเปราะบางทางเศรษฐกิจมหภาค

ในรายงาน Financial Stability Review ซึ่งเผยแพร่ปีละ 2 ครั้ง ECB ระบุว่า แม้ราคาสินทรัพย์บางประเภทจะเริ่มมีการปรับตัวลงบ้างในช่วงที่ผ่านมา แต่โดยรวมแล้วยังถือว่าอยู่ในระดับสูงเกินมาตรฐานทางประวัติศาสตร์ ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การคลัง และเศรษฐกิจการเงิน ยังดูเหมือนถูกตลาดประเมินต่ำเกินไป

หลุยส์ เด กินดอส รองประธาน ECB ซึ่งกำลังจะหมดวาระในเดือนนี้ หลังดูแลเสถียรภาพการเงินของยูโรโซนมายาวนาน 8 ปี กล่าวว่า ภาวะดังกล่าวทำให้ตลาดมีความเปราะบางต่อการ “ปรับราคาใหม่” (Repricing) อย่างรวดเร็ว หากเกิดแรงกระแทกขึ้นจริง

เขาเตือนว่า สถาบันการเงินนอกภาคธนาคาร (Non-bank Financial Institutions) เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์ หรือกองทุนลงทุนต่าง ๆ อาจยิ่งซ้ำเติมความผันผวนของตลาด หากเกิดแรงขายพร้อมกัน

คำเตือนดังกล่าวสะท้อนความกังวลที่ ECB ส่งสัญญาณมาอย่างต่อเนื่องว่า ความเชื่อมั่นเชิงบวกของนักลงทุนอาจกำลังสร้างช่องว่างระหว่างตลาดการเงินกับภาวะเศรษฐกิจจริง

แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากสงครามในตะวันออกกลาง แต่ตลาดหุ้นโลกยังเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ราคาปรับตัวขึ้นแรง จนเริ่มถูกจับตาเรื่องมูลค่าที่สูงเกินพื้นฐาน

ECB ยังเผชิญความท้าทายจากแรงกระแทกด้านพลังงานในปัจจุบัน โดยเด กินดอสย้ำว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยถ่วงการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่นักลงทุนจำนวนมากยังคาดว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนหน้า

เด กินดอสกล่าวว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังอาจเพิ่มความผันผวนของตลาด และกระทบความสามารถในการชำระหนี้ของภาครัฐและเอกชน เนื่องจากต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มสูงขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง

ECB ไม่ใช่ธนาคารกลางแห่งเดียวที่ออกมาเตือนความร้อนแรงของตลาด ก่อนหน้านี้ ซาราห์ บรีเดน รองผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ก็เคยกล่าวว่า มีความเสี่ยงอยู่มากในระบบ แต่ราคาสินทรัพย์กลับอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมองว่าตลาดอาจต้องเผชิญการปรับฐานในช่วงใดช่วงหนึ่ง

ขณะเดียวกันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ในยูโรโซนปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่สงครามเริ่มต้น สะท้อนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและความเสี่ยงระยะยาว ซึ่งกำลังกดดันฐานะการคลังของหลายประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลต่าง ๆ เพิ่มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและกลาโหม

อย่างไรก็ตาม ECB ระบุว่า ตลาดพันธบัตรรัฐบาลของยุโรปยังคงทำงานได้อย่างเป็นระเบียบและส่วนต่างผลตอบแทน (Spread) ยังอยู่ในระดับแคบ

แต่ธนาคารกลางยุโรปก็เตือนว่า การเพิ่มขึ้นของนักลงทุนที่อ่อนไหวต่อราคา เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์ รวมถึงความกังวลต่อเสถียรภาพการคลังของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะสหรัฐฯ อาจกลายเป็นตัวจุดชนวน หรือเร่งให้เกิดการปรับฐานของตลาดอย่างฉับพลันได้

ECB ยังระบุว่าภาครัฐควรควบคุมการใช้จ่ายภายในประเทศอย่างระมัดระวัง เพราะหากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ควรเป็นมาตรการชั่วคราวและตรงจุด เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อระยะยาว และไม่เพิ่มภาระทางการคลังมากเกินไป

นอกจากนี้ ECB ยังจับตาความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินในตลาดสินเชื่อภาคเอกชน (Private Credit) แม้ปัจจุบันสถาบันการเงินยุโรปจะยังมีความเกี่ยวข้องไม่มากนัก แต่หากเกิดความเสียหายขึ้นจริง กลุ่มบริษัทประกันและกองทุนบำนาญอาจได้รับผลกระทบหนักกว่าธนาคารพาณิชย์

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...