โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตม.สนามบิน ขานรับนโยบาย ผบ.ตร. “ขุดรากถอนโคน” รวบชายชาวศรีลังกา ใช้พาสปอร์ตแคนาดาปลอมจะบินไปอังกฤษ ก่อนขยายผลสกัดผู้เกี่ยวข้องได้ทัน

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บก.ตม.2 เดินหน้าเข้มตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ในการเอกซเรย์พื้นที่ กวาดล้างคนต่างด้าวผิดกฎหมาย และขุดรากถอนโคนขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ภายใต้การกำกับนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และการสั่งการของ พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2

ล่าสุด ตม.สนามบินสุวรรณภูมิ จับกุมชายชาวศรีลังกาใช้หนังสือเดินทางแคนาดาปลอมเตรียมเดินทางไปกรุงลอนดอน ก่อนเร่งขยายผลผ่านฐานข้อมูล และ CCTV และการประสานด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง จนพบความเชื่อมโยงกับชายต่างชาติอีกรายที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย

วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รอง ผบก.ตม.2/โฆษก บก.ตม.2 และผู้รับผิดชอบงานสืบสวนปราบปราม เปิดเผยว่า ตามนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งเอกซเรย์พื้นที่ กวาดล้างคนต่างด้าวผิดกฎหมายภายใน 3 เดือน และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ขุดรากถอนโคน” อาชญากรรมข้ามชาติ มิให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่าน แหล่งพักพิง หรือฐานที่มั่นของผู้กระทำผิดกฎหมาย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับมาตรการตรวจสอบคนต่างด้าวผิดกฎหมาย การใช้เอกสารเดินทางปลอม การลักลอบเดินทางข้ามประเทศ และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ โดยให้บูรณาการข้อมูล การสืบสวน และการประสานงานระหว่างด่านตรวจคนเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การปราบปรามเกิดผลเป็นรูปธรรม

พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 จึงได้สั่งการให้ทุกด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยาน และ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบเอกสารเดินทาง บุคคลต้องสงสัย เครือข่ายนำพา และพฤติการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม
พล.ต.ต.คธาธรฯ กล่าวว่า “ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ให้ทุกหน่วยเร่งเอกซเรย์พื้นที่ กวาดล้างคนต่างด้าวผิดกฎหมาย และขุดรากถอนโคนอาชญากรรมข้ามชาติ บก.ตม.2 ได้ยกระดับการตรวจสอบในทุกท่าอากาศยาน โดยการจับกุมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการดำเนินคดีกับผู้ใช้หนังสือเดินทางปลอมเท่านั้น แต่ต้องขยายผลไปให้ถึงผู้จัดหาเอกสาร ผู้ประสานการเดินทาง ผู้นำพา ผู้สั่งการ และผู้สนับสนุนทั้งหมด”

“สนามบินของไทยต้องไม่ใช่ทางผ่านของอาชญากรข้ามชาติ ตม.สนามบินจะตรวจให้ลึก สืบให้ถึง ใช้ทั้งเทคโนโลยี ฐานข้อมูล และการสืบสวนเชิงรุก เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งพักพิง ทางผ่าน หรือฐานปฏิบัติการของผู้กระทำผิดกฎหมาย และหากพบผู้ใดเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ”
กรณีล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันนี้ เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้รับแจ้งจากสายการบินไทยว่า พบชายชาวต่างชาติใช้หนังสือเดินทางต้องสงสัย ณ Gate C5 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยหนังสือเดินทางดังกล่าวเป็นหนังสือเดินทางแคนาดา ใช้ชื่อ มิสเตอร์ เอ (นามสมมุติ) มีแผนเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG916 เส้นทางกรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ – ลอนดอน ฮีทโทรว์

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าชายคนดังกล่าวแท้จริง เป็นชายชาวศรีลังกา ใช้หนังสือเดินทางศรีลังกาในชื่อ มิสเตอร์ เค (นามสมมุติ) อายุประมาณ 20 ปี เป็นเอกสารที่ใช้เดินทางเข้าและออกประเทศไทย โดยขณะผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองขาออก ได้แสดงหนังสือเดินทางศรีลังกาพร้อมบัตรโดยสารของสายการบินอีกสายหนึ่ง เส้นทางกรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ – มุมไบ ประเทศอินเดีย และมีบัตรโดยสารต่อไปยังกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกาอีกทอดหนึ่ง

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพิสูจน์หนังสือเดินทางแคนาดาที่พบในตัวชายดังกล่าว และพบว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอม จึงได้จับกุม มิสเตอร์ เค พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดเกี่ยวกับการใช้เอกสารเดินทางปลอม และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.พงศ์ธรฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จุดสำคัญของคดีนี้ไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้ใช้หนังสือเดินทางปลอมรายเดียว แต่เป็นการทำงานเชิงรุกตามนโยบายของ ผบ.ตร. และข้อสั่งการของ ผบช.สตม. และ ผบก.ตม.2 ที่ให้ทุกหน่วย “จับแล้วต้องขยายผล” เพื่อสาวไปให้ถึงเครือข่าย ผู้นำพา ผู้จัดหาเอกสาร และผู้สนับสนุนการกระทำผิด

ภายหลังการจับกุม กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้ตรวจสอบฐานข้อมูลพบว่า ชื่อที่ปรากฏในหนังสือเดินทางแคนาดาปลอม คือ มิสเตอร์ เอ เคยเดินทางเข้ามาในประเทศไทยและยังอยู่ในราชอาณาจักร จึงได้ลงบัญชีเฝ้าดูไว้ในระบบฐานข้อมูลของ สตม. ทันที เพื่อสกัดกั้นและติดตามบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว

ต่อมาได้รับแจ้งจาก ด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง ว่าพบบุคคลตามบัญชีเฝ้าดูกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ โดยใช้หนังสือเดินทางแคนาดาในชื่อ มิสเตอร์ เอ เดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน AK887 เส้นทางกรุงเทพฯ ดอนเมือง – กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

จากนั้น พ.ต.อ.พงศ์ธรฯ ในฐานะผู้รับผิดชอบงานสืบสวนปราบปรามและกำกับดูแลการสั่งการในคดีนี้ ได้สั่งการให้ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่าง มิสเตอร์ เอ กับ มิสเตอร์ เค โดยผลการตรวจสอบพบว่า มิสเตอร์ เอ ได้เดินทางมาดำเนินการเช็กอินและออกบัตรโดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจริงในวันเดียวกันนี้ เมื่อเวลาประมาณ 09.11 น. ซึ่งเป็นพฤติการณ์สำคัญที่เชื่อมโยงกับการใช้หนังสือเดินทางปลอมของ มิสเตอร์ เค

ขณะเดียวกัน ได้ประสานและสั่งการให้ ด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง ตรวจสอบและยึดโทรศัพท์มือถือของ มิสเตอร์ เอ ไว้ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ โดยพบข้อความจากบุคคลหนึ่งมีลักษณะสั่งการหรือแนะนำถ้อยคำที่จะใช้ชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และมีความเชื่อมโยงกับชายชาวศรีลังกาที่ถูกจับกุม

จากพฤติการณ์ดังกล่าว พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 ได้พิจารณายกเลิกการตรวจลงตราหรือการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของ มิสเตอร์ เอ และนำตัวเข้าสู่กระบวนการควบคุม ณ ห้องกัก รวมทั้งสั่งการให้เร่งสืบสวนขยายผล เพื่อพิจารณาดำเนินการขออนุมัติหมายจับตามพยานหลักฐานต่อไป

พ.ต.อ.พงศ์ธรฯ กล่าวว่า คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า อาชญากรรมข้ามชาติในปัจจุบันมีลักษณะเป็นเครือข่าย มีทั้งผู้จัดหาเอกสาร ผู้ประสานการเดินทาง ผู้สั่งการ และผู้ช่วยเหลือในแต่ละขั้นตอน ตม.สนามบินจึงต้องทำงานมากกว่าการตรวจคนผ่านช่องตรวจตามปกติ แต่ต้องใช้ทั้งฐานข้อมูล ระบบเฝ้าดู การวิเคราะห์พฤติการณ์ การประสานงานระหว่างสายการบิน และสนามบิน และการสืบสวนขยายผลอย่างรวดเร็ว

“กรณีนี้เป็นตัวอย่างของการปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร. และข้อสั่งการของ ผบช.สตม. กับ ผบก.ตม.2 ที่เน้นให้ทุกคดีต้องขยายผล ไม่หยุดเพียงตัวผู้ใช้เอกสารปลอม แต่ต้องไปให้ถึงผู้ร่วมขบวนการ ผู้สนับสนุน และเครือข่ายที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการเดินทางไปประเทศที่สาม” พ.ต.อ.พงศ์ธรฯ กล่าว

บก.ตม.2 ยืนยันว่า จะเดินหน้าสืบสวนขยายผลต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของเส้นทางการเดินทาง แหล่งที่มาของหนังสือเดินทางปลอม ผู้จัดหาบัตรโดยสาร ผู้ประสานงาน และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดให้ความช่วยเหลือ เอื้อประโยชน์ หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่เลือกปฏิบัติ

ทั้งนี้ การจับกุมและขยายผลในคดีดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการกวาดล้างคนต่างด้าวผิดกฎหมาย ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งพักพิง ทางผ่าน หรือฐานปฏิบัติการของผู้กระทำผิดกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...