ทลายคลังยาบ้ามหึมาเกือบ 4 ล้านเม็ด ย่านคลองสามวา รวบ 2 ผู้ต้องหากำลังลำเลียงขึ้นกระบะตู้ทึบ
กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.น.3 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนนครบาล 3 นำโดย พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3 กวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ตามนโยบายเข้มของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่มุ่งเน้นการตัดวงจรยาเสพติดไม่ให้แพร่กระจายเข้าสู่ชุมชน โดยสามารถสกัดจับกุมผู้ต้องหาสำคัญได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้ามหาศาลรวมกว่า 3,910,000 เม็ด
ปฏิบัติการนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.3 ได้ทำการแกะรอยและขยายผลจากผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ จนพบเบาะแสสำคัญของเครือข่ายยาเสพติดระดับสั่งการที่มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่เข้ามาซุกซ่อนไว้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน โดยกลุ่มคนร้ายได้นำรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์เงิน ทะเบียน นค 77xx ปทุมธานี ซึ่งภายในบรรจุยาบ้าจำนวนมหาศาล มาจอดทิ้งไว้ภายในซอยประชาร่วมใจ 7 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี เพื่อใช้เป็นแหล่งพักยาชั่วคราวและรอการส่งมอบต่อให้กับกลุ่มผู้ค้า
เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบจุดนัดพบลำเลียง จึงได้นำกำลังเข้าวางแผนซุ่มโปร่งและเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งในเวลาประมาณ 21.00 น. ได้มีรถยนต์กระบะตู้ทึบยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ฒน 52xx กรุงเทพมหานคร ขับเข้ามาจอดประกบหน้ารถตู้เป้าหมาย จากนั้น นายเกียรติศักดิ์ หรือท็อป และ นายสพล หรือพล สองผู้ต้องหาได้ลงจากรถและช่วยกันลำเลียงถุงพลาสติกสีดำบรรจุยาบ้าจากรถตู้ขึ้นท้ายรถกระบะตู้ทึบอย่างเร่งรีบ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มอยู่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมทันที
จากการตรวจค้นตู้ทึบท้ายรถกระบะและภายในรถตู้ พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่รวมกันทั้งสิ้นประมาณ 3,910,000 เม็ด พร้อมทั้งยึดโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Realme ที่ใช้ในการติดต่อซื้อขายและรับโอนเงินค่ายาเสพติด รวมถึงยึดรถยนต์ของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิดอีก 2 คัน ทั้งนี้จากการตรวจปัสสาวะของผู้ต้องหาทั้งสองเบื้องต้นไม่พบสารเสพติดในร่างกาย และเมื่อนำของกลางไปทดสอบด้วยน้ำยามาร์คควิดพบผลเป็นเมทแอมเฟตามีนจริง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ โดยผู้ต้องหาได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนขยายผลเพื่อล่าตัวการใหญ่ ก่อนที่ชุดจับกุมจะควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม