ธนาคารออมสิน ผนึก 10 บลจ. ชั้นนำ คัดสรรกองทุนเด่น ตอบโจทย์ทุกสไตล์การลงทุน
ธนาคารออมสิน สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการกองทุนรวม เปิดตัว "ออมสิน The Selected" ซึ่งเป็นการผนึกกำลังครั้งยิ่งใหญ่ร่วมกับ 10 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำของประเทศไทย เพื่อยกระดับการออมและการลงทุนของคนไทยให้ก้าวไปอีกขั้นท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ท้าทาย
ออมสิน ผนึก 10 บลจ. ชั้นนำ
ทรงพล ชัวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันนิยามของ "การออมเงิน" ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ "การฝากเงิน" อย่างเดียวอีกต่อไป แต่การออมเงินที่ดีในทุกช่วงชีวิตคือรากฐานสำคัญที่ทำให้เกิดความแข็งแรงของสังคมและการดำรงชีวิตของคนไทยทุกคน
การรวมตัวของ 10 บลจ. ในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก ซึ่งการนำ บลจ. ชั้นนำทุกแห่งที่มีความแข็งแรงและมีความเชี่ยวชาญมาร่วมมือกันดำเนินการนั้น จะยิ่งช่วยส่งเสริมให้เกิดการออมของคนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยธนาคารออมสิน มุ่งมั่นที่จะช่วยสร้างฐานะทางการเงินและดูแลลูกค้าทุกคนในทุกช่วงชีวิต ด้วยการอาศัยจุดแข็งด้านเครือข่ายสาขาที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจด้านความเสี่ยงและผลตอบแทนแก่ประชาชน
โดยได้คัดเลือกกองทุนที่น่าสนใจและมีความหลากหลายทางด้านสินทรัพย์จาก บลจ. ชั้นนำต่างๆ เพื่อนำเสนอมิติใหม่ของการลงทุนให้กับลูกค้า ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความมั่งคั่งอย่างมั่นคงให้กับคนไทยต่อไป
เปิดลิสต์กองทุนเด่น จาก 10 บลจ.
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและสภาวะหลังสงครามที่มีความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนหลายคนอาจกำลังเผชิญกับความท้าทายในการเลือกเฟ้นกองทุนจากที่มีอยู่นับร้อยนับพันกองในตลาด
โดยธนาคารออมสิน ได้คัดกรองกองทุนที่ดีที่สุดเพื่อจัดพอร์ตโฟลิโอให้เหมาะสมกับลูกค้า โดยมีการแบ่งกลุ่มการลงทุนออกเป็น 3 รูปแบบตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ สร้างความมั่งคั่งอย่างมั่นคงให้กับคนไทย
กลุ่มที่ 1: เน้นความมั่นคง สร้างรายได้สม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่ต้องการหลบหลีกความผันผวนและเน้นสร้างกระแสเงินสด
ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) (MFC) แนะนำว่า ในสภาวะที่ตลาดคาดเดาทิศทางได้ยาก ควรหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่ให้กระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์เพื่อให้ได้รายได้ที่มั่นคง โดยแนะให้ลงทุนเพื่อสร้างกระแสเงินสดผ่านตราสารหนี้ หุ้นสหรัฐฯ และอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก โดยแนะนำกองทุน ดังนี้
- กองทุน M-SMART INCOME-AR เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลกที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างกระแสเงินสด รับดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ
- กองทุน MUSPIN-H-AR เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ
- กองทุน MGPROP-AR เน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก โดยเกาะไปกับธีม Megatrend ใหม่ๆ อย่าง Data Center
ศิระ คล่องวิชา ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.กรุงศรี ให้มุมมองการลงทุนระยะยาวว่า ในจังหวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี (Bond Yield) ปรับตัวขึ้นมาอยู่ระดับ 4.5% ถือเป็นจุดที่น่าเข้าลงทุนกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน โดยแนะนำ 2 กองทุน ที่บริหารโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง PIMCO เพราะผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจมาหลายรอบและบริหารจัดการได้ดี โดยเฉพาะ ในพอร์ตหลักอย่างมาก ได้แก่
- กองทุน KF-SINCOME
- กองทุน KF-CSINCOME
รัชดา ตั้งหะรัฐ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) ย้ำถึงความสำคัญของการบาลานซ์พอร์ตให้มีเสถียรภาพผ่านกองทุนตราสารหนี้แบบ Active ที่สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ตามสถานการณ์ตลาดที่ผันผวน โดยแนะนำ 2 กองทุนหลัก ได้แก่
- กองทุน TCMF เน้นลงทุนในเงินฝาก ตั๋วเงินคลัง และพันธบัตรรัฐบาลที่มีความมั่นคงสูง เหมาะสำหรับเป็นที่พักเงินที่
- กองทุน UGIS-N เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลกผ่าน PIMCO
กิตติคุณ ธนรัตน์พัฒนกิจ จาก บลจ.กสิกรไทย เสริมว่า การลงทุนในตราสารหนี้ไทยที่มีคุณภาพดี สภาพคล่องสูง และมีการกระจายความเสี่ยง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ปลอดภัย โดยแนะนำกองทุน
- กองทุน K-SFPLUS-A เน้นการลงทุนในตราสารหนี้ไทยเป็นหลัก สำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนชนะเงินฝากประจำ 1 ปี
- กองทุน K-FIXED-A สำหรับตราสารหนี้ไทยระยะกลาง ซึ่งทั้งสองกองทุนนี้คัดกรองคุณภาพตราสารหนี้ในระดับ A+ ขึ้นไป
กลุ่มที่ 2: เน้น Growth รับความเสี่ยงสูงได้ สำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนสูงและพร้อมรับความเสี่ยง
วรรณจันทร์ อึ้งถาวร รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย ชี้ให้เห็นว่า ธีมการลงทุนในเอเชีย โดยเฉพาะจีน ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI พร้อมมองเห็นโอกาสจากราคาทองคำ และอสังหาริมทรัพย์โลก โดยแนะนำ 3 กองทุนเด่น ได้แก่
- กองทุน KT-A Shares เน้นลงทุนหุ้นเทคโนโลยีชั้นสูงของจีนซึ่งได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
- กองทุน KT-Precious เน้นลงทุนในเหมืองแร่และโลหะมีค่าซึ่งยังมีอัพไซด์ในระยะกลางถึงยาว
- กองทุน KT-PIF-A เน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกเพื่อช่วยบาลานซ์พอร์ตและสร้างกระแสเงินสด
นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ ให้ความเห็นว่า หุ้นเติบโตที่มีความสามารถในการสร้างกำไรและมาร์จิ้นที่แข็งแกร่ง ภายใต้ระดับราคาที่สมเหตุสมผล ถือเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุน โดยโฟกัสไปที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พร้อมแนะนำกองทุน ดังนี้
- กองทุน SCBUSA และกองทุน SCBDIGI เน้นลงทุนในตลาดหุ้นอเมริกา โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและดิจิทัลที่ได้ประโยชน์จากเทรนด์ AI
- กองทุน SCBNK225 เน้นลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งมีบริษัทจดทะเบียนที่เป็นผู้เล่นระดับโลกด้าน AI
- กองทุน SCBPIN เน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทั่วโลก เพื่อช่วยสร้างความสมดุลให้พอร์ต
- กองทุน SCBGOLDH เน้นลงทุนในทองคำ เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง
คมสัน ผลานุสนธิ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า เน้นจัดพอร์ตหุ้นคุณภาพดีทั่วโลกที่มีความสมดุลทั้งการเติบโต มั่นคง และฟื้นตัวดี โอกาสสร้างผลตอบแทนระดับตัวเลขสองหลัก โดยเจาะจงไปที่กองทุน
- กองทุน ASP-GFEQ เน้นลงทุนในหุ้นคุณภาพดีทั่วโลกตามวัฏจักร ซึ่งจะมีความสมดุลทั้งหุ้นสไตล์เติบโต หุ้นที่มีความมั่นคง และหุ้นที่กำลังฟื้นตัวดี
- กองทุน ASP-NGF เน้นลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวได้ดี บริหารแบบ Active
- กองทุน ASP-VIET-A เน้นลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตสูงที่สุดในอาเซียน
กลุ่มที่ 3: กลุ่มสร้างสมดุล เน้นบาลานซ์พอร์ต สำหรับนักลงทุนที่ต้องการอยู่ตรงกลางระหว่างความเสี่ยงไม่มาก และต้องการหาผลตอบแทน
พจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ มองว่าเป้าหมายคือการพาลูกค้าเงินฝากของออมสินก้าวเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
โดยแนะนำให้กระจายความลงทุน ดังนี้
- กองทุน ONEFAR เน้นลงทุนในตราสารหนี้
- กองทุน ONEUGG ผสมผสานกับกองทุนหุ้นเติบโตสูงทั่วโลก
- กองทุน ONEPROPSG กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์อย่าง ที่ได้รับอานิสงส์จากยุค AI และดิจิทัล เพื่อรับเงินปันผลที่สม่ำเสมอ
ดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) เน้นย้ำกลยุทธ์การผสมผสานกองทุนเข้าด้วยกันให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
โดยกระจายทั้งหุ้นคุณภาพทั่วโลก ตราสารหนี้ระยะสั้นและตราสารหนี้ทั่วโลก
- กองทุน ES-GQG เน้นลงทุนเพื่อการเติบโตระยะยาวในหุ้นคุณภาพทั่วโลก
- กองทุน ES-GINCOME และกองทุน ES-IPLUS เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นและตราสารหนี้ทั่วโลก
จุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.พรินซิเพิล นำเสนอโซลูชันครอบคลุมทุกสเปกตรัมความเสี่ยงผ่าน 4 กองทุนหลัก โดยแนะนำสูตรการจัดพอร์ตแบบจำง่าย "10-20-30-40" สำหรับพอร์ตความเสี่ยงระดับกลาง ผ่าน 4 กองทุน ดังนี้
- กองทุน PRINCIPAL VNEQ-A เน้นลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงในตลาดหุ้นเวียดนามที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูง (10%)
- กองทุน PRINCIPAL GOPP-A เน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลก เพื่อเพิ่มโอกาสผลตอบแทนจากการเติบโตของตลาดหุ้น (20%)
- กองทุน PRINCIPAL IPROP-A เน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทางอ้อมผ่าน REIT ทั้งในไทยและสิงคโปร์ เพื่อรับค่าเช่าที่สม่ำเสมอและเงินปันผล (30%)
- กองทุน PRINCIPAL DPLUS-A เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากกว่าเงินฝากและดีกว่าเงินเฟ้อ (40%)
การร่วมมือกันครั้งประวัติศาสตร์นี้ นับเป็นการตอกย้ำบทบาทของธนาคารออมสินในการดูแลสุขภาพทางการเงินของคนไทยทุกช่วงชีวิต โดยใช้ความเชี่ยวชาญจาก 10 บลจ. ระดับท็อป มาช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการในยุคที่ตลาดโลกเต็มไปด้วยความท้าทายได้อย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่สนใจ ธนาคารออมสินเปิดให้บริการผ่านสาขาธนาคารออมสินทั่วประเทศโดยผู้แนะนำการลงทุน และผ่านแอป MyMo (เฉพาะ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)) ช่วยให้ลูกค้าเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายขึ้น เลือกกองทุนที่เหมาะกับตนเอง สะดวกต่อการกระจายความเสี่ยง บริหารพอร์ตอย่างสมดุล และสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธนาคารออมสิน ผนึก 10 บลจ. ชั้นนำ คัดสรรกองทุนเด่น ตอบโจทย์ทุกสไตล์การลงทุน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “ออมสิน” แบงก์มหาชนของจริง
- “รถเก่าแลกรถใหม่”ต้องผลิตในไทย
- รทสช. ประชุมใหญ่เสริมทัพ กก.บห. ลั่นเดินหน้า “เสรีโซลาร์-ปฏิรูปเครดิตบูโร”
- “ถูกหวยหลักล้าน” ทำอะไรดี? ส่วนใครถูกกินแต่พร้อมรวย มาอ่านวิธีปั้นเงินล้านแบบไม่พึ่งดวง
- เช็กเลย 4 แบงก์รัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ หนุนคนไทยสู่พลังงานสะอาด ลดภาระน้ำมัน–ค่าไฟ
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath