ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า 2.7 แสนล้าน ยุคนี้ไม่แข่งที่ราคา แข่งที่เทคโนโลยี Power Mall ใช้ AI ดึงลูกค้าพรีเมียม
ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ามักมีปัจจัยกระตุ้นยอดขายที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นอากาศร้อนที่ดันยอดขายเครื่องปรับอากาศ หรือมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างฟุตบอลโลกที่ช่วยปลุกตลาดทีวีจอใหญ่ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
แต่ในปี 2569 ผู้ประกอบการเริ่มมองเห็นแรงขับเคลื่อนใหม่ที่อาจสำคัญกว่าปัจจัยเหล่านั้น นั่นคือการมาถึงของเทคโนโลยี AI ที่กำลังเปลี่ยนสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าแทบทุกประเภทให้ฉลาดขึ้นกว่าเดิม
POWER MALL ประเมินว่าภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และโทรศัพท์มือถือของไทยในปีนี้ จะมีมูลค่ารวมประมาณ 250,000-270,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 3-5% แม้กำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ได้กลับมาคึกคักเต็มที่นัก แต่ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ทั้งการมาของเทคโนโลยี AI สภาพอากาศที่ร้อนจัด และมหกรรมฟุตบอลโลกที่กำลังจะเกิดขึ้น
‘รัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้า เพาเวอร์ มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด มองว่า AI ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงฟังก์ชันเสริมเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้งานได้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มมองหา “ความฉลาด” ของสินค้า ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพการใช้งานแบบเดิม
ตัวเลขที่น่าสนใจคือ สัดส่วนสินค้าที่มี AI เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ใน POWER MALL เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 14% ของจำนวนสินค้าทั้งหมดในปี 2024 ขยับเป็น 25% ในปี 2025 และเพิ่มเป็น 30% ในปี 2026 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตแทบทุกแบรนด์กำลังเร่งนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าในทุกหมวดหมู่
ขณะที่ฝั่งยอดขาย สินค้ากลุ่ม AI ก็มีบทบาทมากขึ้นเช่นกัน โดยในปี 2024 สินค้ากลุ่มนี้สร้างรายได้คิดเป็น 28% ของยอดขายทั้งหมด ก่อนเพิ่มเป็น 40% ในปี 2025 และคาดว่าจะมีสัดส่วนมากกว่า 50% ในปีนี้ นั่นหมายความว่าสินค้ากลุ่ม AI กำลังกลายเป็นรายได้หลักของธุรกิจ มากกว่าจะเป็นเพียงกลุ่มสินค้าทางเลือกเหมือนในอดีต
‘รัชตะ’ ยังบอกอีกว่า หนึ่งแรงส่งสำคัญที่ช่วยพยุงตลาดในปีนี้กลับไม่ใช่เทคโนโลยี แต่เป็นสภาพอากาศที่ร้อนจัดกว่าปกติ โดยกลุ่มเครื่องปรับอากาศกลายเป็นพระเอกของตลาดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา POWER MALL ระบุว่ายอดขายเครื่องปรับอากาศบางช่วงเติบโตได้ถึงเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่าตลอดทั้งปีจะยังเติบโตในระดับมากกว่า 50%
ส่วนในช่วงครึ่งปีหลัง สายตาของผู้ประกอบการเริ่มจับจ้องไปที่ฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งมักเป็นปัจจัยกระตุ้นยอดขายทีวีครั้งใหญ่ทุก 4 ปี โดยเฉพาะทีวีจอขนาดใหญ่ตั้งแต่ 75 นิ้วขึ้นไป ไปจนถึงระดับ 100 นิ้ว ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นจากผู้บริโภคที่ต้องการสร้างประสบการณ์การรับชมแบบ Home Stadium Experience ภายในบ้าน
และคาดว่าช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกจะช่วยให้ยอดขายในกลุ่มทีวีและเครื่องเสียงเติบโตประมาณ 10-15% สูงกว่าภาพรวมตลาดทีวีที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 2-4% เท่านั้น สะท้อนว่ากีฬาระดับโลกยังคงมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการจับจ่ายในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่
เพื่อรับกระแสเหล่านี้ บริษัทจึงเดินหน้าจัดงาน POWER MALL ELECTRONICA SHOWCASE 2026 ภายใต้แนวคิด AI LIFE+ SMARTER LIVING, BETTER LIFE ซึ่งนอกจากจะรวบรวมสินค้า AI จากแบรนด์ชั้นนำมาให้ทดลองใช้งานจริงแล้ว
นำเสนอเทคโนโลยีใน 5 มิติของชีวิต ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน การสร้างสรรค์คอนเทนต์ สุขภาพ และความบันเทิง สะท้อนภาพว่าปัจจุบัน AI ไม่ได้อยู่แค่ในสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่กำลังแทรกซึมอยู่ในทุกกิจกรรมของชีวิตประจำวัน
อีกเทรนด์ที่ยังเติบโตต่อเนื่องคือสินค้าพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นทีวีระดับไฮเอนด์ เครื่องซักผ้าฟังก์ชันขั้นสูง หรืออุปกรณ์ไอทีระดับเรือธง ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง โดยปัจจุบันสินค้ากลุ่มพรีเมียมและสินค้าที่มี AI เป็นส่วนประกอบ สามารถสร้างรายได้ให้ POWER MALL รวมกันราว 40-50% ของยอดขายทั้งหมด
น่าสนใจว่าท่ามกลางความกังวลเรื่องกำลังซื้อ ผู้บริโภคไทยยังคงตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ผ่านระบบสินเชื่อและบัตรเครดิตอย่างต่อเนื่อง โดยมากกว่า 90% ของยอดซื้อในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าเกิดขึ้นผ่านการชำระเงินแบบผ่อนชำระ สะท้อนว่าผู้บริโภคยังพร้อมใช้จ่าย หากสินค้านั้นตอบโจทย์การใช้งานและมีความคุ้มค่าในระยะยาว
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมดจะเห็นว่า แม้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปีนี้จะเติบโตเพียงระดับ 3-5% แต่เบื้องหลังตัวเลขดังกล่าวกลับมีแรงขับเคลื่อนใหม่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายด้าน ทั้ง AI ที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของสินค้า อากาศร้อนที่ผลักดันยอดขายเครื่องปรับอากาศ และฟุตบอลโลกที่ช่วยปลุกตลาดทีวีจอใหญ่ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ซึ่งอาจเป็นสัญญาณสำคัญว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่เรื่องราคาอีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้บริโภคได้มากกว่ากัน
“ปัจจุบันสินค้า AI ของ POWER MALL มีสัดส่วนมากกว่า 50% ของกลุ่มสินค้าพรีเมียม และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้จำหน่ายสินค้า แต่ต้องการเป็น ‘Destination’ ที่ลูกค้าสามารถเข้ามาสัมผัส ทดลอง และค้นพบประสบการณ์เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้จริง
แคมเปญ POWER MALL ELECTRONICA SHOWCASE 2026 จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยกระตุ้นตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งจากพลังของสินค้า AI กระแสฟุตบอลโลก การขยายพื้นที่จัดงาน รวมถึงโปรโมชั่นและบริการที่ตอบโจทย์ และพร้อมเดินหน้ายกระดับ POWER MALL สู่การเป็น ‘AI Destination & Ultra-Large TV Destination’ อย่างเต็มรูปแบบ” รัชตะ กล่าวสรุป