โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ททท. ร่วมกับ กลุ่มเซ็นทรัล ยกขบวนอาหารไทยปลุกกระแส Gastronomy Tourism ในอาเซียน ด้วยกิจกรรม Amazing Thailand Festival 2026 (The Wholesome Taste of Thai)

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ททท. ร่วมกับ กลุ่มเซ็นทรัล ยกขบวนอาหารไทยปลุกกระแส Gastronomy Tourism ในอาเซียน ด้วยกิจกรรม Amazing Thailand Festival 2026 (The Wholesome Taste of Thai) ณ ห้างสรรพสินค้า Central i-City สหพันธรัฐมาเลเซีย

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai) ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับพันธมิตรและกลุ่มเซ็นทรัล จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน 2569 ณ ห้างสรรพสินค้า Central i-City สหพันธรัฐมาเลเซีย ซึ่งเป็นศูนย์การค้าไทยในต่างประเทศแห่งแรกของเซ็นทรัลพัฒนา เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมอาหารไทย ผ่านวัตถุดิบที่มีคุณค่าจากหลายภูมิภาคของประเทศไทย สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยว โดยมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เฝ้ารับเสด็จฯ

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า งาน Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน 2569 ณ ห้างสรรพสินค้า Central i-City สหพันธรัฐมาเลเซีย ภายใต้การร่วมกันระหว่าง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

โดย ททท. และ กลุ่มเซ็นทรัล ในการนำเสนอจุดเด่นของประเทศไทยในเรื่องวัฒนธรรมอาหารของไทย การเชื่อมโยงระหว่างด้านวัตถุดิบ กับวิถีชีวิตของคนไทย ทำให้สะท้อนถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นของภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย อีกทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมไทยให้แก่ชาวมาเลเซียและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดกระแสการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก สร้างแรงบันดาลใจให้ชาวมาเลเซียออกเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์อาหารไทยด้วยตนเองในประเทศไทย โดย ททท. ได้นำเสนอสินค้าไทยสู่ถิ่นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ผ่านกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยอย่างครบมิติ ได้แก่ การแสดงการสาธิตอาหารไทย การแสดงนาฎศิลป์ไทย และโชว์สุดพิเศษจากตัวแทน T-Pop ของประเทศไทย “เติร์ด ลภัส งามเชวง” ที่จะแสดงสีสันภายในงาน อีกทั้งภายในงานยังมีบูทที่นำเสนอความเป็นไทย ประกอบไปด้วย บูทร้านอาหารไทย, บูทผลิตภัณฑ์อาหารไทย และบูทกิจกรรม เช่น บูท AI Photo Booth , Photo Display และนวดแผนไทย เพื่อเปิดมุมมองใหม่ให้ชาวมาเลเซียได้สัมผัสศักยภาพของประเทศไทยในหลากหลายมิติ

ในโอกาสนี้ ททท. ยังได้รับพระกรุณาธิคุณจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดและเยี่ยมชมงาน Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai) ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 พร้อมทรงสาธิตการปรุงอาหารไทย ได้แก่ ข้าวเกรียบปากหม้อ , สาคูไส้กุ้ง ซึ่งเป็นเมนูอาหารไทยโบราณที่นำเสนอรสชาติความเป็นไทยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ผ่านวัตถุดิบพื้นที่ฐานที่โชว์เอกลักษณ์ความเป็นไทย ที่มีสรรพคุณทางยา เช่น รากผักชี กระเทียม พริกไทย สะท้อนถึงเสน่ห์ของวัตถุดิบไทยและกรรมวิธีการปรุงอาหารที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน อีกทั้งทรงสาธิตเมนู ขนนถั่วแปบ ขนมไทยโบราณที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของชาวไทยมาอย่างยาวนาน สะท้อนการผสมผสานวัตถุดิบพื้นบ้านของไทยได้อย่างลงตัว

การจัดงาน Amazing Thailand Festival 2026 (The Wholesome Taste of Thai) ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการกระตุ้นการเดินทางของตลาดมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดระยะใกล้ที่มีศักยภาพสูง และเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย จากสถิติตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซียติดอันดับ 2 ของประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยมากที่สุดรองจากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยในปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 22 มิถุนายน 2569 นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยแล้วจำนวน 2,000,211 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตนเอง (FIT) กว่าร้อยละ 90 และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยกว่า 21,000 บาทต่อคนต่อทริป สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการพักผ่อน ทั้งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ (Weekend Destination) และวันหยุดยาวของชาวมาเลเซีย ด้วยความสะดวกในการเดินทางทั้งเที่ยวบินตรงจากหลายเมือง สายการบินต้นทุนต่ำ การเดินทางผ่านด่านชายแดนทั้ง 9 แห่งที่ช่วยให้การเดินทางเชื่อมโยงกันได้อย่างสะดวก และเส้นทางรถไฟขบวนพิเศษ เส้นทางกัวลาลัมเปอร์ - ชุมทางหาดใหญ่ ประกอบกับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ One Stop Destination ที่ตอบโจทย์ทั้งการท่องเที่ยวชอปปิง อาหาร และวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม ทั้งชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่และมัสยิดที่สามารถประกอบศาสนกิจได้อย่างสะดวก รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความสะอาด คุณภาพการบริการ และการสื่อสารที่เอื้อต่อการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน ซึ่งตรงกับช่วงปิดภาคเรียนของมาเลเซีย ส่งผลให้ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านพฤติกรรมการท่องเที่ยว พบว่านักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียให้ความสำคัญกับการเดินทางที่มอบ ประสบการณ์มากกว่าการท่องเที่ยวแบบเดิม โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ รีสอร์ตระดับลักชัวรี คาเฟ่ (Café Hopping) การเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนกิจกรรมแนว Soft Adventure เช่น ล่องเรือ ขับรถ ATV และเล่นเซิร์ฟบอร์ด ขณะเดียวกันกระแสการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว (Self-drive) เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ได้แก่ หาดใหญ่(สงขลา) เบตง(ยะลา) สตูล พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ พังงา และภูเก็ต นอกจากนี้ ยังพบว่านักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเริ่มมองหาจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ และเมืองน่าเที่ยวที่มอบประสบการณ์ท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในการกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...