โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ส่องวิกฤต NCDs คร่าชีวิตพุ่งวันละพันคน สูญเศรษฐกิจ 1.6 ล้านล้านต่อปี

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่ามกลางจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ต้นทุนทางเศรษฐกิจ และระบบสาธารณสุขของประเทศ

สังคมอายุยืน แต่ต้องมี "Health Span"

แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความก้าวหน้าทางการแพทย์และระบบสาธารณสุขที่ทำให้คนไทยมีแนวโน้มอายุยืนยาวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้หญิงไทยมีอายุคาดเฉลี่ยประมาณ 80 ปี ขณะที่ผู้ชายมีอายุคาดเฉลี่ยประมาณ 72 ปี

อย่างไรก็ตาม อายุขัยที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าคุณภาพชีวิตจะดีขึ้นตามไปด้วย หากช่วงเวลาที่ยาวนานนั้นต้องเผชิญกับโรคเรื้อรัง ภาวะพึ่งพิง หรือข้อจำกัดในการใช้ชีวิต

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 14.68 ล้านคน หรือคิดเป็น 20.9% ของประชากรทั้งประเทศ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญ

ภาพอาการโรคหัวใจ

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายด้านพฤติกรรมสุขภาพ โดยคนไทย 45% มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ขณะที่กว่า 88% รับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่โรคเรื้อรังและภาระด้านสุขภาพในระยะยาว

ทำให้แนวคิด Health Span หรือช่วงเวลาของชีวิตที่ยังคงมีสุขภาพแข็งแรง สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ และพึ่งพาตนเองได้ กลายเป็นโจทย์สำคัญ เพราะความท้าทายในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนปีของชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การยืดช่วงเวลาของการมีสุขภาพดีให้ยาวนานที่สุด

NCDs คร่าชีวิตกว่า 4 แสนคนต่อปี สูญเสียเศรษฐกิจ 1.6 ล้านล้านบาท

ข้อมูลด้านสุขภาพของคนไทยยังสะท้อนสัญญาณที่น่ากังวลและเชื่อมโยงโดยตรงกับภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยภาวะเมตาบอลิกซินโดรม หรือกลุ่มอาการอ้วนลงพุง เพิ่มขึ้นเกือบ 48% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตราผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นเป็น 10.6% ของประชากร และภาวะพึ่งพิงในผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 28% สะท้อนแนวโน้มความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจกระทบทั้งคุณภาพชีวิตและภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในระยะยาว

ปัจจุบัน NCDs ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ โดยมีคนไทยเสียชีวิตจาก 4 กลุ่มโรค NCDs หลักมากกว่า 1,000 คนต่อวัน หรือกว่า 400,000 คนต่อปี และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี คิดเป็นประมาณ 9.7% ของ GDP ประเทศ

ภาพตรวจหัวใจ

สะท้อนว่าปัญหาสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับบุคคล แต่ยังเชื่อมโยงกับต้นทุนการรักษาพยาบาล ศักยภาพการแข่งขัน และความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทำให้แนวคิด Health Span หรือช่วงเวลาของชีวิตที่ยังคงมีสุขภาพแข็งแรง ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ และปราศจากโรคเรื้อรัง กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของคุณภาพชีวิตในสังคมสูงวัย

โรคหัวใจ ตัวอย่างสำคัญของภาระ NCDs

หนึ่งในโรคสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างภาระ NCDs กับสังคมอายุยืน คือ โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Artery Disease) ซึ่งเกิดจากการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือด ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลง และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือดหรือเหตุฉุกเฉินทางหัวใจ หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

ความเสี่ยงดังกล่าวพบได้มากในกลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ

เพราะการตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้นไม่เพียงช่วยลดความรุนแรงของโรค แต่ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา ลดระยะเวลาการเจ็บป่วยในช่วงบั้นปลาย และยืดช่วงเวลาของการมีสุขภาพดีให้ยาวนานขึ้น

วิมุตชูแนวคิด "ป้องกันก่อนป่วย"

นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า "ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่การดูแลสุขภาพต้องเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเกิดโรค ไปสู่การป้องกันและดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้น เพราะความท้าทายของสังคมสูงวัยไม่ได้อยู่ที่การทำให้คนมีอายุยืนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพตลอดช่วงอายุที่ยืนยาวขึ้น"

ข้อมูลสุขภาพของคนไทยในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไข ทั้งภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนที่พบในคนไทยถึง 45% การรับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอของประชากรกว่า 88% รวมถึงการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ

"สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการดูแลสุขภาพต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนป่วย ไม่ใช่รอจนเกิดโรคแล้วจึงเข้ารับการรักษา"

นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต

เริ่มดูแลหัวใจจาก "จานอาหาร"

นอกจากการตรวจคัดกรองและการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสมแล้ว การดูแลสุขภาพหัวใจยังสามารถเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ "จานอาหาร" ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

โรงพยาบาลวิมุตแนะนำให้ประชาชนเลือกอาหารตามหลัก Healthy Food Plate Model 2:1:1 โดยให้ครึ่งหนึ่งของจานเป็นผักหลากสี อีกหนึ่งส่วนเป็นข้าว แป้ง หรือธัญพืชไม่ขัดสี และอีกหนึ่งส่วนเป็นโปรตีนไขมันต่ำ เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน

ควบคู่กับแนวทาง DASH Diet ที่เน้นการลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล และป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ผ่านการรับประทานผักและผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสม เลือกธัญพืชไม่ขัดสี นมไขมันต่ำ ถั่วเมล็ดแห้งหรือถั่วเปลือกแข็ง จำกัดปริมาณโซเดียมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมลดอาหารหวาน มัน เค็ม อาหารแปรรูป และอาหารที่มีไขมันสูง

เพราะการเลือกอาหารที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องคือรากฐานสำคัญของการป้องกันโรค และเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยสนับสนุนการมีสุขภาพดีในระยะยาว

สุขภาพดี เริ่มจากการป้องกัน

อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปรับพฤติกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตรวจคัดกรองโรคก่อนเกิดอาการ โดยเฉพาะโรคที่สามารถป้องกัน ลดความรุนแรง หรือเพิ่มโอกาสในการรักษาได้ หากพบความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การตรวจสุขภาพอย่างเหมาะสมจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยืดช่วงเวลาของการมีสุขภาพดี และเพิ่มโอกาสในการใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในระยะยาว

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมอายุยืน แนวคิด "อายุยืนอย่างมีคุณภาพ" จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของผู้สูงอายุ แต่เป็นวาระสำคัญของทุกคนในสังคม เพราะท้ายที่สุด เป้าหมายของการมีชีวิตที่ยืนยาวไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนปีของชีวิต แต่คือการเพิ่มจำนวนปีที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรง มีความสุข และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...