โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘มศว’ปูดสถ.จุ้นผลสอบ

ไทยโพสต์

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 4.18 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อนุทิน" ลั่นคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่มีประนีประนอม ทุกหน่วยแข่งกันทำงาน ขอ ปชช.สบายใจได้ ผบ.ตร.นั่งหัวโต๊ะแบ่งหน้าที่คณะทำงาน จ่อเรียก "ส้ม-กฤต" พร้อมทั้ง 6 พันรายให้ปากคำ ขีดเส้น 20 วัน ก่อนสรุปรายงานนายกฯ "กมธ.ปราบโกง" เผย มศว ปูด สถ.แทรกแซงผลการสอบ ขู่ "ประธาน กสถ." ห้ามเบี้ยวนัดหน้า งัด พ.ร.บ.อำนาจเรียกตัวฯ

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม เวลา 07.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการทุจริตโกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น จะมีการสั่งการไปยังกระทรวงอื่นๆ ให้ตรวจสอบด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะการสอบครูผู้ช่วย ว่าเรื่องทุจริตในการสอบท้องถิ่นขอให้ประชาชนสบายใจได้ ตอนนี้มี 4 หน่วยงานหลักที่ตรวจสอบ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้แถลงออกมาชัดเจนแล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยเอกเทศ และประธาน ป.ป.ช.เป็นหัวหน้าคณะกรรมการไต่สวนเอง ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย เรียกผู้ที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีผลต่อรูปคดีให้พ้นจากการทำหน้าที่นั้น และตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อให้เกิดความรัดกุม

ทั้งนี้ ตนในฐานะนายกฯ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 68 ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มี รมว.ยุติธรรม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) อยู่ในคณะกรรมการฯ ซึ่งสามารถครอบคลุมเนื้องานนอกกระทรวงมหาดไทยได้ เพราะจากรายงานไม่ใช่เฉพาะคนในกระทรวงมหาดไทย แต่มีคนนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งเอเยนต์และนายหน้า ซึ่งเมื่อสักครู่เพิ่งคุยโทรศัพท์กับนายปกรณ์ โดยรายงานว่า ผบ.ตร.จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนผู้กระทำความผิด

"วันนี้ต้องถือว่าแข่งกันทำงานแล้ว ไม่มีทางวิ่ง ไม่มีทางประนีประนอมได้เลย พูดง่ายๆ ว่าอำนาจทั้งหมดไม่สามารถจะมาก้าวก่าย ก้าวล่วง ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการชุดนายปกรณ์ได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตามกฎหมาย" นายอนุทินระบุ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สำนักข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกท้องถิ่น

โดยภายหลังการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการแบ่งหน้าที่ของคณะทำงาน ภายใต้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายปกรณ์เป็นประธาน โดยคณะทำงานมีหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ บริษัทเอกชน หรือผู้เข้าสอบ เพื่อรายงานผลต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ เบื้องต้นได้กำหนดกรอบการทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน ก่อนสรุปรายงานเสนอให้นายกรัฐมนตรีภายใน 30 วัน โดยคณะทำงานจะตรวจสอบทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อหาว่าขั้นตอนใดของกระบวนการสอบมีความบกพร่อง และมีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง

“การตรวจสอบจะครอบคลุมบุคคลที่เกี่ยวข้องประมาณ 6,000 คน ซึ่งจะแบ่งกลุ่มเพื่อตรวจสอบเป็นรายกรณี หากพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายกระทำผิด จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอน ส่วนบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในสังคม เช่น น.ส.ส้ม และนายกฤต นายกเทศมนตรีตำบลควนลัง จังหวัดสงขลา รวมถึงผู้ที่โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการสอบในจังหวัดพังงา ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ามีส่วนร่วมในการทุจริต แต่คณะทำงานจะเชิญทั้งหมดมาให้ข้อมูลประกอบการตรวจสอบ” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ระบุ

ผบช.ก.กล่าวว่า คณะทำงานชุดนี้ไม่มีอำนาจควบคุมตัวหรือดำเนินคดีอาญา หากภายหลังพบพยานหลักฐานจนมีการออกหมายจับ จะเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ในการดำเนินการ ทั้งนี้ การตรวจสอบของคณะทำงานชุดนี้เป็นคนละส่วนกับคดีที่กระทรวงมหาดไทยแจ้งความกับกองปราบปรามในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร รวมถึงคดีร้องเรียนกรณีปลัดจังหวัดภูเก็ตเรียกรับผลประโยชน์จากการสอบท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) โดยตรง

ที่รัฐสภา เวลา 15.00 น. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม กรณีเรียกผู้เกี่ยวข้องกรณีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว และผู้แทนประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมในประเด็นกระบวนการจัดสอบเพื่อบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น รวมถึงระบบที่ใช้ในการตรวจข้อสอบดังกล่าว ซึ่งใช้เวลา 3 ชั่วโมง สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1.มศว และสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจแล้ว หมายความว่ากระดาษของผู้เข้าสอบกว่า 4 แสนคน รวมทั้งแฟลชไดรฟ์ที่อยู่ในห้องมั่นคงที่ จ.สมุทรปราการทั้งหมด ซึ่ง ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาฯ ยืนยันต่อที่ประชุมว่ากระดาษและแฟลชไดรฟ์ที่อยู่ในมือของ ป.ป.ช. เป็นข้อมูลหลักฐานที่ไม่มีการแก้ไข ถือเป็นหลักฐานที่สำคัญ

2.มศว ได้มอบอำนาจให้ ผอ.สำนักทดสอบฯ เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินโครงการจ้างเหมาสอบแข่งขันดังกล่าว ซึ่งทั้งอธิการบดีฯ และ ผอ.สำนักทดสอบฯ ยืนยันในที่ประชุมตรงกันว่าในการตรวจสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นนี้ มศว ได้มอบอำนาจให้ ผอ.สำนักทดสอบฯ เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ทั้งยื่นซองประมูลราคา หรือ อี-บิดดิง กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) การเซ็นสัญญา

3.สำนักทดสอบฯ ดำเนินการว่าจ้างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งจัดพิมพ์กระดาษคำตอบ ตรวจข้อสอบ และเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจข้อสอบ ได้มาจากบริษัทเอกชนแห่งนี้ ทั้ง 10 ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งสำนักทดสอบฯ ได้ว่าจ้างช่วงเป็นเงิน 30 ล้านบาท โดยได้แจ้งเรื่องการจ้างช่วงต่อผู้ว่าจ้าง คือ สถ. ถูกต้องเรียบร้อย

4.มีการให้ข้อมูลว่ามีการแทรกแซงจากผู้ว่าจ้าง คือ สถ. ในการพิจารณาผลการสอบฯ ส่วนได้ประสานกับผู้ใดนั้น เรื่องนี้ได้ให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช.แล้ว จึงไม่ขอให้ข้อมูลดังกล่าวในชั้นกรรมาธิการ และ 5.ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของ มศว ได้ให้ข้อมูลกับ กมธ. ว่าจะพิจารณาสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จอย่างช้าในวันที่ 10 ก.ค. ซึ่งเราจะได้ข้อมูลทั้งหมดอีกครั้ง

นายอาสพลธ์กล่าวด้วยว่า ในการประชุมสัปดาห์หน้า ที่ประชุมได้มีมติเชิญอธิบดี สถ. ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทย มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นพร้อมทั้งขอข้อมูลจากอธิการบดีฯ เกี่ยวกับเอกสารขอบเขตของงานตามสัญญาจ้างการทำงานระหว่าง มศว กับ สถ. รวมถึงเอกสารการอนุมัติงบประมาณการเบิกจ่ายการดำเนินงาน และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้รับผิดชอบการดำเนินการทั้งหมดประมาณ 30 รายการเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายอาสพลธ์ระบุว่า เดิมประธาน กสถ.แจ้งว่าจะมาด้วยตัวเอง แต่ต่อมากลับแจ้งว่าติดภารกิจไม่สามารถมาประชุมได้ และไม่ได้ส่งผู้แทนมาร่วมประชุม ซึ่งหากเชิญครั้งที่ 2 แล้วยังไม่มา กมธ.จะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2568.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...