สหภาพฯ อสมท. ร่อนแถลงการณ์ค้านขายหุ้น-ที่ดิน จี้คลังสะสาง 2 ปมเก่าก่อน
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 แสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่เสนอให้กระทรวงการคลังขายหุ้นและที่ดินของ อสมท. โดยระบุว่ารัฐควรเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง 2 เรื่องหลักก่อน ทั้งตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดที่ค้างมาหลายปี และปมเงินชดเชยคลื่นความถี่ 2600 MHz ที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท ซึ่งสหภาพฯ เชื่อว่าหากดำเนินการอย่างจริงจังจะช่วยพลิกฟื้นองค์กรให้กลับมามีกำไรได้โดยไม่ต้องเสี่ยงขายทรัพย์สิน
แถลงการณ์ฉบับที่ สร.บมจ.อสมท 06/2569 ระบุว่า ตามที่มีแนวคิดเสนอให้กระทรวงการคลังลดสัดส่วนการถือหุ้นใน อสมท. พร้อมพิจารณาขายสินทรัพย์ โดยเฉพาะที่ดินที่มีอยู่นับ 100 ไร่นั้น สหภาพแรงงานเห็นว่าหากกระทรวงการคลังดำเนินการอย่างโปร่งใสตามหลักเศรษฐศาสตร์ก็อาจช่วยพลิกฟื้นองค์กรได้จริง
อย่างไรก็ตาม สหภาพฯ ต้องการนำเสนอข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งว่า อสมท. ไม่ได้ดำเนินธุรกิจเพื่อผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีพันธกิจด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน และพันธกิจสำคัญด้านการถวายงานสถาบัน ซึ่งองค์กรยังคงยึดถือปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ยุคองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย จนถึงปัจจุบัน แม้จะประสบภาวะขาดทุนก็ตาม
สองปัญหาที่คลังต้องเร่งสะสาง
ใหญ่ควรแสดงบทบาทให้ชัดเจนในประเด็นต่อไปนี้ ก่อนตัดสินใจเรื่องการขายหุ้นหรือที่ดิน
1. ปัญหาตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่ค้างคามาเป็นเวลาหลายปี
2. ปัญหาเงินชดเชยคลื่นความถี่ 2600 MHz ซึ่งสหภาพฯ ต่อสู้เรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ยังไม่เห็นบทบาทที่ชัดเจนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มูลค่าหลายพันล้านบาท โดยสหภาพฯ เคยยื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ตั้งแต่ปี 2563 แล้ว
เตือนความเสี่ยงขายสินทรัพย์ราคาถูก
สหภาพฯ ระบุว่า การลดสัดส่วนการถือหุ้นและการขายที่ดินอาจเปิดช่องให้เกิดกรณีการซื้อทรัพย์สินของรัฐในราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
จึงเสนอให้กระทรวงการคลังและรัฐบาลเข้ามาจัดการปัญหาอย่างจริงจัง จัดหาผู้นำองค์กรที่มีความสามารถ และดูแลรักษาผลประโยชน์ของ อสมท. ไม่ให้เสียหาย ซึ่งจะช่วยให้องค์กรที่ประสบภาวะขาดทุนในปัจจุบันสามารถพลิกฟื้นกลับมาสร้างรายได้ให้แก่รัฐและผู้ถือหุ้นได้เช่นในอดีต