โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มช. เปิด AIR FOR ALL ใช้วิจัย-นวัตกรรมแก้ไฟป่า PM2.5 สร้างต้นแบบภาคเหนือยั่งยืน

สยามรัฐ

อัพเดต 59 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

AIR FOR ALL จุดพลังงานวิจัยสู่การเปลี่ยนแปลง มช. ขับเคลื่อนต้นแบบการจัดการไฟป่าและ PM2.5 ของภาคเหนือ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตอกย้ำบทบาทการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และภาคีเครือข่าย จัดงาน “AIR FOR ALL : Research & Innovation to Impact” ระหว่างวันที่ 4–6 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของการดำเนินงานภายใต้แผนงานวิจัยด้านการจัดการไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 พร้อมผลักดันองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริงในพื้นที่ และต่อยอดสู่การสร้างระบบการจัดการมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืนในภาคเหนือตอนบน

ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการจัดการไฟป่าและ PM2.5 การจัดแสดงเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่ การประกวดผลงานเยาวชน “ต้นกล้าท้าหมอกควัน” พิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทานแก่ทีมเยาวชนชนะเลิศ การมอบประกาศนียบัตรแก่ชุมชนต้นแบบ ตลอดจนการส่งมอบนวัตกรรมสู่หน่วยงานและพื้นที่เป้าหมาย เพื่อขยายผลการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแก่สังคม

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานคณะกรรมการติดตามแผนงาน “งานวิจัยนวัตกรรมและการใช้ประโยชน์เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน ฝุ่นละออง PM2.5 แบบบูรณาการและมุ่งเป้า” เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ คุณเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม และรองศาสตราจารย์ ดร.สมพร จันทระ ผู้อำนวยการแผนงาน AIR FOR ALL และประธานคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวรายงานผลการดำเนินงานและผลสำเร็จของแผนงาน

การจัดงานครั้งนี้เป็นผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่เริ่มต้นร่วมกันมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 ด้วยแผนงานวิจัย “การลดไฟในป่ากรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่ นโยบาย และการสื่อสารเชิงรุก” ก่อนต่อยอดในปีงบประมาณ 2568 สู่แผนงาน “การลดการเผาในพื้นที่ป่าภาคเหนือด้วยนวัตกรรมและนโยบายแบบมีส่วนร่วมเพื่อการจัดฝุ่น PM2.5 แบบมุ่งเป้า” และพัฒนาเป็น “แผนงานบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อการจัดการมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืนในภาคเหนือตอนบน” ในปีงบประมาณ 2569

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และภาคีวิจัยได้ร่วมกันเปลี่ยนองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มและเครื่องมือสนับสนุนการบริหารจัดการไฟป่าและคุณภาพอากาศ การประยุกต์ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอากาศยานไร้คนขับ (UAV) เพื่อวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง ติดตามสถานการณ์ และสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการส่งมอบนวัตกรรมให้หน่วยงานและชุมชนในพื้นที่นำไปใช้จริง ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการป้องกันและจัดการปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ได้อย่างเป็นระบบ

ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี แผนงานนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ผ่านการพัฒนาชุมชนต้นแบบ การสร้างเครือข่ายเยาวชน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อเชื่อมโยงนักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน ให้ร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและมลพิษทางอากาศบนฐานของข้อมูลและหลักฐานเชิงวิชาการ

จากจุดเริ่มต้นของการศึกษาพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย แผนงานวิจัยภายใต้การสนับสนุนของ วช. ได้ขยายผลสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พร้อมพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศที่สามารถประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นของประเทศ สะท้อนบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการเป็นศูนย์กลางบูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยี และสะท้อนความสำเร็จของ วช. ในการหนุนเสริมงานวิจัยที่เปลี่ยนผลงานวิชาการให้เกิดผลกระทบเชิงนโยบายและการเปลี่ยนแปลงในสังคมอย่างแท้จริง

“AIR FOR ALL” จึงไม่ใช่เพียงเวทีนำเสนอผลงานวิจัย หากแต่เป็นภาพสะท้อนของการขับเคลื่อนเชิงบูรณาการระดับประเทศ ที่เชื่อมโยงงานวิจัย นวัตกรรม นโยบาย และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบการจัดการไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ที่ยั่งยืน อันเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...