โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘คลัง’ รับชุดข้อมูลคัดกรองบัตรคนจนยังคลาดเคลื่อน เร่งปรับระบบให้ชัดเจน จ่อชงครม.โยกกลุ่มตกเกณฑ์ใช้60/40

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คลัง’ ยอมรับชุดข้อมูลคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 9ล้านกว่าชุดยังมีความสับสน-คลาดเคลื่อน เร่งปรับระบบก่อนรวบรวมรายละเอียดอีกครั้ง ลุยประสานขนส่งกำหนดนิยามคำว่า ‘รถ’ ครอบคลุมรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 2คันขึ้นไป พร้อมชง ครม. เตรียมไทยช่วยไทยพลัส 60/40จำนวน 6ล้านสิทธิ รองรับโยกกลุ่มถือบัตรเดิมวืดคัดกรอง

17 ก.ค. 2569 - นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความกังวลในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการประมวลผลการคัดกรองผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการ ว่า ยอมรับว่ามีชุดข้อมูลที่ถูกใส่เข้าในในระบบจำนวนมากถึง 9 ล้านกว่าชุดข้อมูล ซึ่งบางข้อมูลอาจมีความสับสน และคลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้นทาง ดังนั้นขณะนี้ระบบอยู่ระหว่างการรวบรวมรายละเอียดอีกครั้ง และ ณ สิ้นวันจะมีการปรับระบบให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อไม่ทำให้เกิดความสับสนตามข้อทักท้วงต่าง ๆ

เช่น กรณีเรื่อง ‘รถยนต์’ ที่ระบุในระบบการคัดกรองของโครงการ ซึ่งอาจจะสื่อสารได้ไม่ชัดเจนเพียงพอ ทำให้มีข้อทักท้วงสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิที่ระบุว่า มีเพียงรถจักรยานยนต์เท่านั้น แต่ถูกตัดสิทธิ โดยขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังเร่งประสานกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อระบุรายละเอียดที่ชัดเจนและเป็นไปตามข้อกฎหมายของคำว่า ‘รถ’ ที่จะใช้คัดกรองคุณสมบัติตามโครงการ ซึ่งหมายรวมถึงรถทุกประเภท ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 2 คันขึ้นไป

เช่นเดียวกับข้อมูลอื่น ๆ กรณีประชาชนสูงอายุแต่ม่ีชื่อเป็นนักเรียน นักศึกษา ก็อาจจะเป็นประเด็นการคลาดเคลื่อนของข้อมูลจากต้นทาง ตั้งแต่ตอนใส่เลขประจำตัวประชาชน ตรงนี้ก็จะมีการปรับระบบเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง และเมื่อเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์เพื่อทบทวนสิทธิก็จะเป็นไปตามกลไกปกติบนฐานของข้อมูลที่ถูกปรับให้ถูกต้องแล้ว ส่วนประเด็นที่เป็นข้อกังวลอื่น ๆ ข้อมูลเรื่องการครอบครองที่ดิน เป็นต้น อยู่ระหว่างการรวบรวมรายละเอียดและติดตามอย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 21 ก.ย. 2569 เพื่อให้ผู้ที่ได้รับสิทธิสามารถรับสิทธิได้ทันในวันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป

“ยืนยันว่าเกณฑ์การคัดกรองที่ออกมาในครั้งนี้ ทำเพื่อการคัดกรองเพื่อหาตัวคนที่มีความลำบากที่สุด เปราะบางที่สุด รายได้น้อยที่สุดในสังคมตามเกณฑ์ที่กำหนดว่าควรได้รับความช่วยเหลือ ดังนั้นไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด โดยกระบวนการในส่วนของระบบนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกระทรวงการคลังจะรีบดำเนินการให้เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด และขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เอาข้ออ้างเรื่องความผิดพลาดของข้อมูลมาทำให้คนเสียสิทธิ เพราะอย่างไรก็จะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ส่วนข้อกังวล ความห่วงใยของสังคมในวันนี้ขอรับไปดูแล และกระบวนการจะต้องเป็นธรรมกับทุกคนที่ควรได้รับสิทธิตามสมควร” โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ

นอกจากนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า (21 ก.ค.) กระทรวงการคลังจะเสนอให้มีการพิจารณานำรายชื่อผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ซึ่งมีการลงทะเบียนรับสิทธิ 12.7 ล้านราย จากผู้ถือบัตรเดิมทั้งสิ้น 13.18 ล้านราย ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์การคัดกรอง 5.4 ล้านราย และผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิอีกราว 4.8 แสนราย จากผู้ให้มารับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ซึ่งกระทรวงการคลังเตรียมสิทธิรอบรับไว้ทั้งสิ้น 6 ล้านสิทธิ ซึ่งชื่อว่าจะเพียงพอรองรับทั้งหมด โดยหาก ครม. เห็นชอบคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้สิทธิ 60/40 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป

ส่วนกลุ่มที่อยู่ในรายชื่อของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และมหาดไทยที่ไม่ผ่านการคัดกรอง รวมถึงกลุ่มที่กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่เก็บตกนั้น ได้มอบหมายให้ทั้ง 2 เข้าไปเร่งดูแลแล้วว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่ หากมีความผิดพลาดทีมมหาดไทยจะเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องของการอุทธรณ์

สำหรับกระแสในสังคมออนไลน์กรณีคนจนยังมีนั้น โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า การคัดกรองวันนี้ไม่ได้ต้องการหาว่าคนจนปลอมมีไหม แต่เน้นหาคนที่ลำบากที่สุด เปราะบางที่สุด และจนที่สุดวาอยู่ตรงนี้ ดังนั้นหากสุดท้ายผลการอุทธรณ์ทบทวนสิทธิแล้วพบว่ามีผู้ที่ควรเข้ารับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มอีกเท่าไหร่ รัฐบาลก็พร้อมดึงเข้ามารับสิทธิทันที โดยยืนยันว่าไม่มีธง หรือใช้งบประมาณมาเป็นตัวตั้งในการจำกัดสิทธิ หากสุดท้ายงบประมาณมีไม่เพียงพอ ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังในการไปจัดหามารองรับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...