โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบื้องหลังสอยเก้าอี้ ‘ประธาน กสทช.’ ปม "หมอสรณ" นั่งซ้อนเก้าอี้หมอรามาฯ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารรัฐสภา คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่มี นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลแรงงานภาค 7 เป็นประธาน ได้เปิดห้อง "ประชุมลับ" ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากตำรวจรัฐสภาอย่างเข้มงวด ก่อนจะปิดฉากมหากาพย์ตรวจสอบคุณสมบัติด้วย "มติเอกฉันท์" ตามมาตรา 8(2) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งอาจนำไปสู่การพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. หากคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติว่าขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย

ชี้ชัดว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ส่งผลให้พ้นจากตำแหน่งเบอร์หนึ่งผู้คุมกฎคลื่นความถี่และโทรคมนาคมของประเทศทันที

การตัดสินครั้งนี้ไม่เพียงแต่สั่นสะเทือนวงการโทรคมนาคม แต่ยังทิ้งปมคำถามถึง "สุญญากาศ" ในการบริหารงาน และ ผลทางกฎหมายของบรรดามติบอร์ด กสทช. ก่อนหน้านี้ที่อาจกลายเป็นโมฆะ

อ่านข่าว:มติเอกฉันท์ คกก.สรรหาฯ สั่งฟัน "หมอสรณ" ขาดคุณสมบัติ พ้นเก้าอี้ "ประธาน กสทช."

ย้อนปมดราม่า "สวมหมวกสองใบ" ตรวจโรคพ่วงคุมคลื่น

ชนวนเหตุแห่งการล่มสลายในครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากหนังสือชี้ขาดข้อเท็จจริงของ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ส่งสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า โดยตรวจสอบพบพฤติการณ์ส่อขัดกฎหมายของ นพ.สรณ

แม้ข้อมูลระบุว่า นพ.สรณ จะยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายสวัสดิการและกิจการพิเศษ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 ไปแล้วก็ตาม ทว่าในความเป็นจริง เจ้าตัวยังคงทำหน้าที่ตรวจและรักษาผู้ป่วยทั้งในและนอกเวลาราชการ โดยรับผลประโยชน์ตอบแทนเป็น "รายชั่วโมง" อย่างต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565

การสวมหมวกสองใบ ทั้ง"แพทย์ตรวจโรค" และ "ผู้สมัครประธาน กสทช." ในเวลาเดียวกัน กลายเป็นจุดตายสำคัญที่ฝืนกฎหมายจัดตั้ง กสทช. ซึ่งมีข้อห้ามไม่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งประกอบอาชีพอื่นใดเพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์

เปิดจดหมายลับ "ด่วนที่สุด" ตีตรากฤษฎีกาสั่งเช็กบิล

ความเคลื่อนไหวหลังฉากทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อมีหนังสือ "ลับ ด่วนที่สุด" ที่ นร 0909/129 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2568 จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งตรงถึงเลขาธิการสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แนบบันทึกความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ที่กลายเป็น "สารตั้งต้น" ในการปลิดเก้าอี้ครั้งนี้

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ตีความข้อกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาว่า พฤติกรรมของ นพ.สรณ เข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ถือว่ายังไม่ได้ลาออกหรือเลิกประกอบวิชาชีพอื่นภายในระยะเวลาที่กฎหมายและประธานวุฒิสภากำหนด

กฤษฎีกาจึงชี้นำว่า กรณีนี้เข้าข่ายบทบัญญัติอันเป็น "ข้อสันนิษฐานเด็ดขาด" ตามมาตรา 18 ที่ระบุว่า "ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ์เข้ารับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ กสทช."

และที่สำคัญที่สุด หากถูกตัดสิทธิ์ภายใต้ข้อกฎหมายนี้ นพ.สรณ จะหมดสิทธิ์กลลับมาสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ กสทช. อีกตลอดไป!

บอร์ดสรรหาดึงอำนาจเก่าสอย "ประธาน"

แม้เรื่องร้องเรียนจะยืดเยื้อมานาน และเกิดข้อถกเถียงว่าอำนาจในการสอบสวนคุณสมบัติหลังโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้วควรเป็นของใคร? แต่ในที่สุด คณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้เคลียร์ปมร้อนนี้ โดยชี้ขาดว่าเนื่องจากเหตุแห่งการขาดคุณสมบัตินั้น "เกิดขึ้นก่อน" ที่จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

ทำให้หน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบและวินิจฉัยตกเป็นของ "คณะกรรมการสรรหาชุดเดิม" ตามนัยมาตรา 15/1 ประกอบมาตรา 16 วรรคห้า และมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ

เมื่อบอร์ดสรรหาชุดเดิมกางกฎหมายและรับลูก จึงเปิดช่องรับฟังข้อมูลจากภาคประชาชนและพยานหลักฐานจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการภายในเส้นตายวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา จนกระทั่งนำมาสู่พยานหลักฐานมัดตัวที่แน่นหนา และปิดเกมด้วยมติเอกฉันท์ในเช้าวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

ฝุ่นตลบหลังเก้าอี้หัก อาฟเตอร์ช็อกรอบทิศ

คำถามตัวโต ๆ ที่ภาคธุรกิจโทรคมนาคมและอุตสาหกรรมสื่อตั้งตารอคำตอบในขณะนี้คือ "จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้?"

การสรรหาประธานคนใหม่ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเตรียมรับไม้ต่อเพื่อเตรียมกระบวนการสรรหากรรมการ กสทช. คนใหม่เข้ามาทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกหลายเดือนและเกิดแรงขับเคี่ยวทางการเมืองอย่างรุนแรง

มติบอร์ดย้อนหลังเป็นโมฆะหรือไม่? ในช่วงที่ นพ.สรณ นั่งเก้าอี้ประธาน มีมติสำคัญ ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินหลายหมื่นล้านบาท เช่น ดีลควบรวมค่ายมือถือ การจัดสรรคลื่นความถี่ และ การอนุมัติสิทธิวงโคจรดาวเทียม หากมีผู้ยื่นฟ้องว่ามติเหล่านั้นเป็นโมฆะเนื่องจากประธานขาดคุณสมบัติตั้งแต่แรก อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

มติเอกฉันท์สอย "หมอสรณ" พ้นเก้าอี้ประธาน กสทช. ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การลงดาบนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงคนหนึ่ง แต่คือโดมิโนตัวแรกที่จะนำไปสู่การรื้อโครงสร้าง จัดระเบียบผลประโยชน์ และอำนาจในสำนักงาน กสทช. ชนิดที่ต้องจับตาห้ามกระพริบตา!.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...