โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

มากกว่า "โรคซึมเศร้า" คือ "โรควิตกกังวล" เจาะลึกโรคจิตเวชอันดับ 1 ในสังคมไทย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เมื่อพูดถึงปัญหาสุขภาพจิต เรามักนึกถึง

ทำไมโรควิตกกังวลถึงมีคนเป็นมากกว่าโรคซึมเศร้า?

หลายคนอาจแปลกใจ เพราะเมื่อพูดถึงโรคทางจิตเวช คนส่วนใหญ่มักนึกถึงโรคซึมเศร้าก่อน แต่ข้อมูลทั่วโลกพบว่า ประชากรราว 4% มีโรควิตกกังวล ขณะที่โรคซึมเศร้าอยู่ประมาณ 3–4%

เหตุผลสำคัญคือ สมองมนุษย์ถูกวิวัฒนาการมาให้ไวต่ออันตราย ระบบความกลัวจึงมักเลือก “เตือนเกินไว้ก่อน” เปรียบเหมือนเครื่องตรวจจับควันที่ร้องเตือนง่าย เพราะการเตือนเก้อหลายครั้ง ยังปลอดภัยกว่าพลาดไฟไหม้เพียงครั้งเดียว

ความกังวลยังเกิดได้กับแทบทุกด้านของชีวิต ทั้งงาน เงิน สุขภาพ ความสัมพันธ์ และอนาคต สมองจึงมีวัตถุดิบให้กังวลได้ตลอดเวลา ขณะที่โรคซึมเศร้ามักเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ แรงจูงใจ และการทำงานหลายระบบร่วมกัน

คนที่มีโรควิตกกังวลจำนวนมากยังทำงานหรือเรียนได้ พวกเขาอาจดูละเอียด รอบคอบ หรือเตรียมตัวเก่ง จนทั้งตัวเองและคนรอบข้างไม่รู้ว่า ภายในกำลังใช้พลังอย่างมากเพื่อควบคุมความกลัว

โลกยุคใหม่ยิ่งเร่งระบบนี้ เพราะสมองที่เคยรับมืออันตรายทีละเรื่อง ต้องเผชิญข่าวร้าย การแจ้งเตือน เศรษฐกิจ ความขัดแย้ง และการเปรียบเทียบตัวเองกับคนทั้งโลกตลอดวัน แม้ร่างกายจะนั่งอยู่บ้าน แต่สมองกลับเหมือนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงตลอดเวลา

อัลกอริทึมก็มีส่วนโดยอ้อม เพราะเนื้อหาที่กระตุ้นความกลัวและความขัดแย้งมักดึงความสนใจได้ดี จนหลายคนได้รับอาหารของความกังวลซ้ำๆโดยไม่รู้ตัว

อย่างไรก็ตาม โรควิตกกังวลไม่ได้เบากว่าโรคซึมเศร้า และหากปล่อยไว้นาน ความเครียดเรื้อรังอาจบั่นทอนพลังใจจนเกิดโรคซึมเศร้าตามมาได้ *โรคทั้งสองจึงพบร่วมกันบ่อย* และควรได้รับการประเมินควบคู่กัน

กล่าวได้ว่า ระบบที่ครั้งหนึ่งช่วยให้มนุษย์รอดชีวิต กำลังถูกโลกยุคใหม่ใช้งานหนักเกินไป จนหลายคนต้องใช้ชีวิตราวกับมีสัญญาณเตือนภัยดังอยู่ในสมองตลอดเวลา

ข้อมูลจาก เพจ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา https://www.facebook.com/D2JED

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...