โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เกษตรกรอุบลราชธานี เพาะเลี้ยงกบกินเนื้อ เลี้ยงง่าย โตเร็ว ขายได้ทุกวัน สร้างรายได้มั่นคง

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 28 เม.ย. 2565 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2565 เวลา 21.00 น.

กบ เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่มีกระดูกสันหลังที่พัฒนามาจากสัตว์น้ำขณะวัยอ่อน หรือที่เรียก ลูกอ๊อด พัฒนามาเป็นสัตว์ที่อาศัยบนบก หายใจได้ด้วยปอด และเคลื่อนไหวด้วยการกระโดด ปากมีขนาดกว้าง ภายในปากมีฟันหยักขนาดเล็ก ไม่แหลมคม ส่วนลิ้นมีลักษณะแบนมีโคนลิ้นอยู่ด้านนอก ส่วนปลายลิ้นจะอยู่ด้านใน ปลายลิ้นเป็นแฉก ลิ้นใช้สำหรับจับอาหารเข้าปาก ซึ่งยืดหดได้อย่างรวดเร็ว ผิวหนังมีลักษณะอ่อนนุ่ม และชื้นอยู่เสมอ มีขา 4 ขา

การเลี้ยงกบในประเทศไทยมีการเลี้ยงมาเป็นระยะเวลานาน โดยเป็นการเลี้ยงกบในคอกที่มีไม้ไผ่กั้น พันธุ์กบที่นำมาเลี้ยงได้มาจากแหล่งธรรมชาติ อย่างเช่น กบนา หรือกบพันธุ์พื้นเมือง อาหารที่ให้ก็จะเป็นอาหารสดจากธรรมชาติ อย่าง ไส้เดือน ปลาขนาดเล็ก และแมลงต่างๆ

กบเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่นิยมนำมาประกอบอาหาร เพราะเนื้อกบเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูง และยังนำมาปรุงอาหารได้อย่างหลากหลาย กบที่มีขนาดใหญ่จะถูกนำมาประกอบอาหารขึ้นร้านอาหารและภัตตาคาร กบถือเป็นวัตถุดิบยอดนิยมที่ผู้บริโภคหลายคนชื่นชอบและสามารถยกระดับอาหารจากกบธรรมดาสู่ภัตตาคาร

ปัจจุบัน กบได้รับความสนใจอย่างมาจากเกษตรกร เพราะกบเป็นสัตว์เลี้ยงง่าย โตเร็ว ใช้ระยะเวลาไม่นาน และยังเป็นการลงทุนที่ต้นทุนไม่สูง ในปัจจุบันตลาดในประเทศและนอกประเทศมีความต้องการเพิ่มขึ้น จึงทำให้เกิดการเลี้ยงกบเนื้อระบบฟาร์ม เพื่อเพิ่มปริมาณการส่งออกสู่ท้องตลาดให้แก่ผู้บริโภค แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าเกษตรกรฟาร์มกบเนื้อ อาจจะยังมีจำนวนไม่มากพอ เพราะตลาดกบเนื้อยังคงมีความต้องการสูงอย่างมาก ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ อย่าง ลาว ฮ่องกง ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา และบางประเทศในยุโรป

คุณสมคิด ครมผล อายุ 31 ปี อาศัยอยู่ บ้านหนองหว้า ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบัน คุณสมคิดประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรฟาร์มกบเนื้อ คุณสมคิด เล่าว่า แต่เริ่มเดิมทีตนเองมีอาชีพเป็นพนักงานประจำในตัวเมืองจังหวัดอุบลราชธานี แต่ตนเองมีความชื่นชอบในการเลี้ยงกบ อยากจะนำความชอบมาสร้างรายได้ แต่ในตอนนั้นก็มีอุปสรรคอยู่บ้าง ตรงที่ภรรยาเป็นคนที่กลัวกบมาก ก็เลยไม่ได้เลี้ยง แต่ด้วยความชอบจริงๆ จึงได้แอบเลี้ยงโดยใช้พื้นที่ว่างเปล่าบริเวณบ้านเช่า

แต่ด้วยกบเป็นสัตว์ที่โตเร็ว ทำให้ระยะเวลาการเลี้ยงไม่นานก็สามารถขายได้แล้ว ทำให้คุณสมคิดมีรายได้จากการเพาะเลี้ยงกบเนื้อ คุณสมคิดจึงนำเรื่องนี้ไปบอกแก่ภรรยา “สิ่งที่เราชอบมันสามารถสร้างรายได้ที่ดีให้กับเราได้จริงๆ นะ” ภรรยาจึงอนุญาตให้คุณสมคิดเพาะเลี้ยงกบได้ หลังจากนั้น คุณสมคิดก็ค่อยๆ เพิ่มจำนวนในการเลี้ยง แล้วขยับขยายพื้นที่โดยย้ายไปอยู่ในพื้นที่ไม่ไกลเมืองมาก มีเนื้อที่ 300 ตารางวา

คุณสมคิด มองออกแล้วว่า ตนเองต้องออกจากงานประจำเพื่อมาตั้งใจทำฟาร์มกบเนื้ออย่างเต็มรูปแบบ เพราะต้องยอมรับเลยว่ารายได้จากการจำหน่ายกบ มีรายได้ที่ดีกว่าการทำงานประจำ และยังสามารถมีรายได้เข้ามาในทุกๆ วัน

ปัจจุบัน ฟาร์มกบเนื้อแห่งนี้เกิดมาด้วยความรัก ประสบการณ์ ความรู้ของคุณสมคิด มากกว่า 3 ปีแล้ว คุณสมคิด กล่าวว่า ตลาดกบเนื้อมีความต้องการสูงมาก ต้องยอมรับว่าเกษตรกรฟาร์มกบเนื้อมีจำนวนไม่มาก ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อผู้บริโภค กบเนื้อถือเป็นอาหารของผู้บริโภคในหลายภูมิภาคของไทย และยังเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดต่างประเทศ

คุณสมคิดอธิบายถึงขั้นตอนการเพาะเลี้ยงและการดูแลภายในฟาร์ม บ่อเพาะเลี้ยงในฟาร์มจะแบ่งเป็น 2 ชนิด บ่อดิน จะมีขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 5-6 เมตร, บ่อปูน จะมีขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 3-5 เมตร โดยอัตราต่อบ่อจะมีกบไม่เกิน 1,000 ตัว เมื่อนำพ่อแม่พันธุ์มาผสมพันธุ์ในบ่อผสมแล้ว โดยปกติกบจะผสมพันธุ์ในตอนกลางคืน เช้ารุ่งขึ้นให้นำพ่อแม่พันธุ์ออกจากบ่อ ปล่อยให้ไข่ฟักออกมาเป็นตัว ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 18-36 ชั่วโมง

จากนั้นจะให้ไข่แดงสำหรับลูกอ๊อดแรกเกิด รอจนลูกอ๊อดกินไข่แดงหมดแล้ว ก็จะเปลี่ยนอาหารเป็นการให้อาหารผงลูกอ๊อด เมื่อลูกอ๊อดมีอายุครบ 18-20 วัน ก็สามารถจำหน่ายได้แล้ว ระยะเวลาในการเลี้ยงจนกลายเป็นลูกกบจะใช้ระยะเวลา 25-30 วัน ก็จะให้อาหารกบเม็ดเล็ก ลูกกบที่มีอายุ 25-30 วัน สามารถขายได้แล้ว เป็นลูกกบที่กินอาหารแล้ว มีการเติบโตที่ดี อัตราการรอดสูง ระยะเวลาในการเลี้ยงกบเนื้อจะใช้เวลา 50-60 วัน มีขนาดตามที่ตลาดต้องการ 10-13 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม

คุณสมคิด กล่าวว่า การเลี้ยงกบในบ่อดินช่วยลดต้นทุนได้ดี โดยบ่อกบต้องมีน้ำอยู่เสมอ น้ำในบ่อดินจะเป็นน้ำบาดาลหรือแม่น้ำ เพราะกบจะชื่นชอบ และต้องรักษาความสะอาดภายในบ่ออยู่เสมอ บ่อดินต้องเปลี่ยนน้ำทุก 3 วัน และหากเป็นบ่อปูนต้องเปลี่ยนน้ำทุกวัน เพื่อป้องกันโรคที่มาจากน้ำ และน้ำในบ่อควรผสมจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำ ลดอัตราการเกิดโรคให้กับกบ

ตลาดกบเนื้อถือเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ลูกค้าหน้าฟาร์มจะเป็นลูกค้าขายส่งที่รับซื้อจำนวนมากไปขายต่อ และลูกค้าในตลาดออนไลน์จะเป็นลูกค้ารายย่อยที่นำไปเลี้ยงเอง ราคากบเนื้อจะขึ้นลงอยู่กับตลาด หากนอกฤดูจะมีราคาสูงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนเมษายน จะมีราคาคงที่ในช่วงฤดูเพาะเลี้ยงในกลางๆ เดือนเมษายน

“ฝากถึงเกษตรกรผู้สนใจเพาะเลี้ยงกบเนื้อ ทางฟาร์มกบของเรายินดีต้อนรับให้ข้อมูลเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับมือใหม่ พร้อมแนะนำตลาด แต่อยากให้เกษตรกรผู้สนใจศึกษาการเลี้ยงให้แน่ชัดก่อนลงมือทำ เพื่อลดอัตราความเสี่ยงในหลายๆ ด้าน ตลาดกบเนื้อสามารถไปได้ตลอด ส่งออกต่างประเทศได้ และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ทุกวัน”

สำหรับท่านใดที่สนใจกบเนื้อ ลูกกบ ลูกอ๊อด ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสมคิด ครมผล อายุ 31 ปี อาศัยอยู่ บ้านหนองหว้า ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ 080-786-4413 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ทางเฟซบุ๊ก จำหน่ายกบเนื้อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...