ยังจำได้ไหม?...11 ตัวจริงนัดแรกของ JK
เมื่อสัปดาห์ก่อนชาวเดอะ ค็อป เซอร์ไพรส์กันหนักมาก เมื่อมีข่าวหลุดออกมาว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือขวัญใจ สะบัดน้ำหมึกขยายสัญญาต่อไปจนถึงปี 2026 เรียบร้อยแล้ว และในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา สโมสรก็ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริงไม่ใช่เพียงแค่ลือกันไปเท่านั้น
หากนับจนถึงนาทีนี้ โค้ชชาวเยอรมนี เข้ามารับงานในถิ่นแอนฟิลด์ ย่างเข้าสู่ปีที่ 7 แล้ว หลังตกลงรับงานต่อจากเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่โดนตะเพิดออกจากตำแหน่งเมื่อ ต.ค.2015 ซึ่งแน่นอนว่า บอสเมืองเบียร์ ได้โชว์ฝีไม้ลายมือให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคนบนโลกว่าเขา สามารถปลุกยักษ์หลับ ให้กลับมาผงาดเป็นสโมสรหัวแถวของโลกได้อีกครั้ง
ภายหลังจากได้รับการแต่งตั้งเข้ามารับงานอย่างเป็นทางการเพียง 9 วัน แมตช์แรกของ JK คือการพาลูกทีมลงสนามในเกมพบ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ซึ่งในเวลานั้น ผลลงเอยด้วยการเสมอกันไปแบบไข่ไม่แตก 0-0
6 ปีครึ่งผ่านไป คล็อปป์ เปลี่ยนแปลง "หงส์แดง" ไปอย่างสิ้นเชิง โดยหากนับ 11 คนแรกที่ลงสนามในเกมพบ "ไก่เดือยทอง" วันดังกล่าว จะเหลือนักเตะเพียง 2 คนที่ยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งไม่นับรวมถึง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมที่มีอาการเจ็บและลงสนามไม่ได้ในเวลานั้น
วันนี้ จะขอย้อนกลับไปดูว่า 11 ตัวจริงชุดแรกที่กุนซือแว่น ส่งลงสนามในเกมแรกของพรีเมียร์ลีก จนถึงปัจจุบัน เป็นตายร้ายดีอย่างไร ใครไปอยู่ที่ไหน และโชคชะตาของเขาในแอนฟิลด์ จบลงอย่างไร
ซิมง มิโญเล่ต์ ผู้รักษาประตู
มือกาวทีมชาติเบลเยี่ยม เป็นเจ้าของเบอร์ 1 ตอนที่คล็อปป์ ย้ายเข้ามารับงานในแอนฟิลด์ และลงสนามไปถึง 55 นัดในฤดูกาลนั้น ซึ่งเป็นปีที่ 3 แล้วที่เขาย้ายมาเฝ้าเสาในเมอร์ซี่ย์ไซด์
ตอนซัมเมอร์ปี 2016 คล็อปป์ ไปเซ็นสัญญาคว้า ลอริส คาริอุส นายแบบหน้าประตูมาเป็นตัวจริงคนใหม่ของสโมสร อย่างไรก็ดี รุ่นน้องร่วมเมืองไส้กรอกของเขากลับทำพลาดบ่อยๆ ทำให้ มิโญเล่ต์ ยังมีโอกาสสอดแทรกลงสนามอยู่เนืองๆ ในอีก 2 ปีถัดมา
นายประตูตัวจริงคนปัจจุบันอย่าง อลิสซอน เบ็คเกอร์ โดนเซ็นเข้ามาเมื่อปี 2018 ทำให้ มิโญเล่ต์ มีโอกาสลงสนามในเกมฟุตบอลถ้วยเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น ก่อนที่จะตัดสินใจโบกมืออำลาสโมสรกลับไปบ้านเกิดกับคลับ บรู๊กก์ ซึ่งตอนนี้ โกลวัย 34 ปี เฝ้าเสาให้ทีมเป็นปีที่ 3 แล้ว พร้อมช่วงทีมคว้าแชมป์ลีกเบลเยี่ยม 2 สมัยที่ผ่านมา
นาธาเนี่ยล ไคลน์ แบ็คขวา
ไคลน์ ถูกร็อดเจอร์ส ดึงตัวมาจากเซาธ์แฮมป์ตัน ตอนซัมเมอร์ปี 2015 ก่อนที่เขาเอาชนะใจคล็อปป์ กลายเป็นตัวจริงต่อเนื่องจากการเล่นที่ครบเครื่องในแบบฉบับของฟูลแบ็ค โดยใน 2 ฤดูกาลแรกที่แอนฟิลด์ เขาลงเตะไปถึง 93 นัด แต่จากนั้น ปัญหาบาดเจ็บทำให้เส้นทางการค้าแข้งของเขาหยุดชะงัก
อาการบาดเจ็บหลัง ทำให้ ไคลน์ พลาดลงสนามเกือบทั้งฤดูกาล 2017-2018 และนั่นกลายเป็นการเปิดโอกาสให้นักเตะจากทีมเยาวชนอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งนี้
อดีตแข้งทีมชาติอังกฤษ โดนส่งไปให้ บอร์นมัธ ยืมตัวเมื่อมกราคม 2019 เพื่อเรียกความฟิตและความมั่นใจกลับคืนมา กระนั้น อาการบาดเจ็บเส้นหัวเข่ารุนแรง ทำให้ไคลน์ ต้องพลาดลงเล่นเป็นปีไปอีกรอบ ก่อนโดนปล่อยออกจากแอนฟิลด์ในปี 2020 ถือเป็นการปิดฉากระหว่างเขากับสโมสรอย่างน่าเสียดาย
ตอนนี้ ไคลน์ อายุ 31 ปี แล้วและลงสนามให้กับคริสตัล พาเลซ มานาน 2 ปี ซึ่งเขาก็เข้าๆออกๆ ในทีมตัวจริงแต่ฟอร์มเดิมนั้นยังไม่กลับมา
มาร์ติน สเคอร์เทล เซ็นเตอร์
หนึ่งในนักฟุตบอลที่รับใช้สโมสรยาวนานที่สุดตอนที่คล็อปป์ เข้ามากุมบังเหียน สตาร์ชาวสโลวะเกียน ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล ตั้งแต่สมัยของราฟา เบนิเตซ เมื่อปี 2008 และเป็นคีย์หลักของทีมมาตลอด รวมถึงในฤดูกาลที่เกือบคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อปี 2014
ทว่าคล็อปป์ ไม่มีที่ว่างให้กับอารมณ์ความรู้สึกเก่าๆ ทั้งหลาย โดยสเคอร์เทล เป็นหนึ่งในนักเตะอีกหลายต่อหลายคนที่โดนขายทิ้งทันทีหลังจากฤดูกาลแรกที่อดีตบอสใหญ่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เข้ามาคุมทีม
เมื่อปี 2016 เฟเนร์บาห์เช่ จ่ายเงิน 5 ล้านปอนด์ มาเอาตัว "พี่คาร์ฟ" ไปยืนแนวรับ โดยเขาค้าแข้งกับสโมสรนาน 3 ปี ก่อนย้ายข้ามฟากไปอยู่กับ บาซัคเซเฮียร์ คู่อริในอิสตันบูล ซึ่งระหว่างนั้นเขาเคยโดนส่งไปให้ อตาลันต้า ยืมตัว 1 เดือน แต่ไม่ได้ลงสนามเลยเพราะปรับตัวไม่ได้
ตอนนี้ เซ็นเตอร์ขาบู๊วัย 37 ปี กลับไปเล่นในสโลวะเกียบ้านเกิดกับ สปาร์ต้า เทอร์นาวา ตอนซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยยังไม่ได้ประกาศแขวนเกือกอย่างเป็นทางการ
มามาดู ซาโก้ เซ็นเตอร์
เป็นคู่ขาในแนวรับของสเคอร์เทลอยู่นาน 3 ปี ดาวเตะเฟร้นช์แมน เป็นอีกหนึ่งคนที่โดนคล็อปป์ หั่นหลุดทีมแบบไม่ปราณี หลังมีปัญหาเรื่องความประพฤติจนโดนเตะโด่งไปเล่นให้ทีมสำรอง ซึ่งสาเหตุคือการที่เขามาสายหลายต่อหลายหนระหว่างการทัวร์ปรีวีซั่นที่สหรัฐฯ เมื่อปี 2016
ซาโก้ ย้ายไปอยู่กับ คริสตัล พาเลซ แบบยืมตัวในเดือนมกราคม 2017 ก่อนที่จะย้ายแบบถาวรในซัมเมอร์นั้นทันที
เขาค้าแข้งในกรุงลอนดอน ยาวนานถึง 4 ปีครึ่ง ก่อนย้ายกลับไปฝรั่งเศส บ้านเกิดกับ มงต์เปลลิเยร์ ตอนซัมเมอร์ก่อน และเพิ่งฉลองอายุครบ 32 ปีไปเมื่อไม่นานมานี้เอง
อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็คซ้าย
ดาวเตะสแปนิช ลงเล่นไปถึง 50 นัดให้กับฤดูกาลแรกของเยอร์เก้น คล็อปป์ แต่เป็นปีที่ 2 ของเขากับทีม และดูเหมือนว่าอนาคตของเขาค่อนข้างสดใสทีเดียว
อย่างไรก็ดี เขากลับเสียตำแหน่งตัวจริงหลังตกเป็นแพะกับความพ่ายแพ้ต่อ เซบีญ่า 1-3 ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ยูโรป้า ลีก ปี 2016
ตลอด 3 ฤดูกาลถัดมา โมเรโน่ แทบไม่มีโอกาสลงสนาม หนำซ้ำ คล็อปป์ ยังเลือกใช้บริการของ เจมส์ มิลเนอร์ ที่เป็นมิดฟิลด์ลงมาปักหลักในตำแหน่งแบ็คซ้ายอีกต่างหาก ก่อนที่จะเซ็นสัญญากับแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน มาจากฮัลล์ ซิตี้ แบบงงๆ
"หมูว์" ย้ายออกจากสโมสรไปอยู่กับ บีญาร์เรอัล แบบไม่มีค่าตัวเมื่อปี 2019 ท่ามกลางกำลังใจจากพลพรรคเดอะ ค็อป โดยเขาไม่ได้ลงสนามเจออดีตต้นสังกัด ตลอด 2 เกมในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ที่ผ่านมา
ลูคัส เลว่า กองกลางตัวรับ
แม้ไม่ค่อยได้รับเสียงชื่นชมมากนักจากแฟนบอลนับตั้งแต่ย้ายมาจากเกรมิโอ ด้วยวัยเพียง 20 ปี เมื่อปี 2007 แต่ความมุ่งมั่นในการทำงานของดาวเตะแซมบ้า ทำให้เขากลายเป็นฮีโร่คนหนึ่งในแอนฟิลด์ ตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนั้น ลูคัส ยังเป็นตัวหลักของ คล็อปป์ ในช่วง 2 ปี แรกที่เขาย้ายมาคุมทีมด้วย ซึ่งแน่นอนว่า กุนซือแว่น ย่อมเห็นอะไรบางอย่างถึงได้ไว้วางใจให้เขาลงสนามเรื่อยมา
มิดฟิลด์จอมขยัน ได้รับอนุญาตให้ย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัวไปอยู่กับลาซิโอ เมื่อปี 2017 เนื่องจาก คล็อปป์ เริ่มอยากสร้างทีมที่มีสไตล์เกมบุกดุดันมากขึ้น เขายังเป็นคีย์หลักของ "อินทรีฟ้าขาว" ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา และตอนนี้ "ลูคัส บุตรแห่งราฟา" อายุ 35 ปี เข้าไปแล้ว
เอ็มเร ชาน กองกลางตัวรับ
ถูกเซ็นสัญญามาหลังจากที่หลุยส์ ซัวเรซ ย้ายไปบาร์เซโลน่า เมื่อปี 2014 ห้องเครื่องเลือดเบียร์ เป็นหนึ่งในเรื่องดีๆ ไม่กี่อย่างในซัมเมอร์นั้นของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส
ชาน เป็นกำลังหลักให้ คล็อปป์ ตลอด 3 ปีแรกที่เขาย้ายมาคุมทีม พร้อมพา "หงส์แดง" บุกตลุยไปจนถึงรอบชิงดำแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2018
อย่างไรก็ดี ปัญหาเรื่องสัญญาของเขากลายเป็นหนังยาวมาตลอด ก่อนสุดท้าย ชาน ย้ายไปยูเวนตุส แบบไม่มีค่าตัวในซัมเมอร์ดังกล่าว
นับตั้งแต่นั้นมา เส้นทางของดาวเตะทีมชาติเยอรมนี กับ ลิเวอร์พูล ก็ดูเหมือนจะสวนทางกันอย่างยิ่ง นักเตะวัย 28 ปี ค้าแข้งในตูรินได้เพียง 18 เดือนเท่านั้น และไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามก่อนตัดสินใจย้ายไปอยู่กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรปัจจุบันของเขา
ทางด้านลิเวอร์พูล หลังปราชัยเกมชิงดำแชมเปี้ยนส์ ลีก ดังกล่าว ก็กลับมาคว้า "บิ๊กเอียร์" ในปีถัดมา แถมยังเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีก อย่างยิ่งใหญ่โดยไม่มีมิดฟิลด์ไดนาโม
เจมส์ มิลเนอร์ ปีกขวา
หนึ่งในสองนักเตะที่คล็อปป์ ส่งลงสนามเป็นตัวจริงในนัดแรก และยังอยู่ยงคงกระพันมาจนถึงตอนนี้
"รองเจมส์" คือหนึ่งในนักเตะที่โค้ชร่างโย่ง ไว้เนื้อเชื่อใจมากที่สุดในสโมสร เคียงข้างกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ตลอด 6 ปีครึ่งที่ผ่านมา เขาลงสนามไปทั้งสิ้น 284 นัดจากการลงเล่นหลากหลายตำแหน่งอีกต่างหาก และคว้าแชมป์สำคัญร่วมกับทีม 4 รายการ
ตอนนี้ มิลเนอร์วัย 36 ปี ส่อแววว่าอาจตัดสินใจย้ายออกจากแอนฟิลด์ ในซัมเมอร์นี้หลังการเจรจาสัญญาใหม่ยังไม่ลงตัว ซึ่งมีข่าวออกมาเหมือนกันว่า เจ้าตัวอาจเลือกย้ายกลับไป ลีดส์ ยูไนเต็ด อดีตสังกัดวัยเด็กของตนเอง
อดัม ลัลลาน่า กองกลางตัวรุก
เหมือนกับชาน ลัลลาน่า ย้ายมาจากเซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ในปี 2014 2 ฤดูกาลที่ดีที่สุดของเขาในถิ่นแอนฟิลด์ คือ 2 ปีแรกที่ร่วมงานกับเยอร์เก้น คล็อปป์ ก่อนอาการบาดเจ็บนิดๆหน่อยๆ เริ่มเกาะกินเขาในปี 2017 และทำให้เวลาการลงสนามลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ
"เทพม้วน" เป็นที่รักของกุนซือเฮฟวี่เมทัล รวมถึงแฟนๆ โดยเขาอยู่กับทีมจนถึงปี 2020 พร้อมคว้าเหรียญแชมเปี้ยนส์ ลีก และพรีเมียร์ลีกไปคล้องคอ ก่อนย้ายไปอยู่กับไบรท์ตัน แบบไม่มีค่าตัว
อาการบาดเจ็บออดๆแอดๆ ของเขาหายแทบจะเป็นปลิดทิ้งเมื่อย้ายลงไปทางใต้ และในวัย 33 ปี ลัลลาน่า ยังมีโอกาสลงเล่นให้กับ "นกนางนวล" ในเกมพรีเมียร์ลีกอยู่บ่อยครั้งในฤดูกาลนี้
ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ปีกซ้าย
ระเบิดฟอร์มโดดเด่นนับตั้งแต่โดน "ตาหวาน" ดึงตัวมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก เมื่อมกราคม 2013 เพลย์เมคเกอร์แซมบ้า ยกระดับเกมการเล่นของตัวเองไปอีกขั้นเมื่อได้คล็อปป์ เข้ามาช่วยติว
เมื่อปี 2017 ซึ่งคูตินโญ่ ได้ร่วมงานกับคล็อปป์ เต็มตัว เขาบรรจงยิงไปถึง 13 ประตูในพรีเมียร์ลีก ทำให้ บาร์เซโลน่า หน้ามือยอมจ่ายเงินกว่า 140 ล้านปอนด์ กระชากลายเซ็นเขาไปอยู่ในคัมป์ นู ตอนมกราคม 2018 ท่ามกลางดราม่ามากมาย
"คูตี้" เริ่มต้นได้สวยหรูเมื่อย้ายไปเมืองกระทิง ยิงไป 10 ประตูจาก 22 เกมที่ลงสนามจนจบฤดูกาลนั้น อย่างไรก็ดี ฤดูกาลแรกแบบเต็มตัวของเขาในคัมป์ นู กลับน่าผิดหวัง และเส้นทางอาชีพที่พุ่งปรี๊ดของเขาก็ไม่สามารถกลับมาเป็นแบบเดิมได้อีกเลย
ด้วยวัย 29 ปี คูตินโญ่ ย้ายกลับมาเผชิญโชคในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งด้วยสัญญายืมตัวกับแอสตัน วิลล่า ที่มี สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล เป็นบอสใหญ่ โดนก่อนหน้านั้น เขาเคยโดนส่งไปให้บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัวระหว่างปี 2019-2020 ด้วย
ดิว็อค โอริกี้ กองหน้า
เช่นเดียวกับ มิลเนอร์ โอริกี้ยังเฉิดฉายอยู่ในแอนฟิลด์แต่น่าจะเก็บข้าวของย้ายสังกัดไปตอนซัมเมอร์นี้
หัวหอกทีมชาติเบลเยี่ยม ที่มีอายุเพียง 27 ปี มีเส้นทางอาชีพที่ขึ้นๆลงๆ มาตลอด แต่แน่นอนว่าเขาจะเป็นฮีโร่ในดวงใจของเดอะ ค็อปไปตลอดกาลจากลูกยิงสำคัญๆ มากมาย โดยเฉพาะในเกมรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ ที่พา "หงส์แดง" ไปถึงแชมป์ยุโรปในปี 2019
โอริกี้ มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้งในช่วงหลัง ลงสนามในพรีเมียร์ลีกแค่ 15 เกมใน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา และเคยโดนส่งไปให้ โวล์ฟสบวร์ก ได้พึ่งพาบารมีเมื่อปี 2017-2018
ตัวสำรอง
อดัม บ็อกดาน ผู้รักษาประตู - อายุ 34 ปี ย้ายออกจากทีมในปี 2019 ตอนนี้อยู่กับ เฟเรนซ์วารอสในฮังการี
คอนเนอร์ แรนดอลล์ กองหลัง - อายุ 26 ปี ย้ายออกจากทีมในปี 2019 ตอนนี้อยู่กับ รอสส์ เค้าน์ตี้ในสกอตแลนด์
โคโล่ ตูเร่ กองหลัง - อายุ 41 ปี ย้ายออกจากทีมในปี 2016 รีไทร์จากวงการเมื่อปี 2017 ตอนนี้เป็นโค้ชทีมชุดใหญ่ของเลสเตอร์ ซิตี้
โจ อัลเลน กองกลาง - อายุ 32 ปี ย้ายออกจากทีมในปี 2016 อยู่กับสโต๊ค ซิตี้ มานาน 6 ปีแล้ว
เชา เตเซร่า กองกลาง - อายุ 29 ปี ย้ายออกจากทีมในปี 2016 ตอนนี้ค้าแข้งกับฟามาลิเกา ในโปรตุเกส
จอร์ดอน ไอบ์ ปีก - อายุ 26 ปี ย้ายออกจากทีมในปี 2016 ตอนนี้อยู่กับ อดานาสปอร์ ในตุรกี
เจโรม ซินแคลร์ กองหน้า - อายุ 25 ปี ย้ายออกจากทีมในปี 2016 ไม่มีสโมสรสังกัดตั้งแต่ปี 2021