โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กิน-ดื่ม

เจาะลึกหลากหลายเรื่องราวของ 'เจลาโต' ที่ไม่ใช่ไอศกรีม แต่เป็นความภาคภูมิใจของชาวอิตาเลียน

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 27 เม.ย. 2565 เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 07.46 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหาร

แกะรอยของหวานแห่งฤดูร้อนจากหลากหลายมุมทั่วโลก เริ่มตั้งแต่เจลาโต หนึ่งในสุดยอดความภาคภูมิใจของชาวอิตาเลียน ไอศกรีมสไตล์อเมริกันที่ส่งอิทธิพลไปทั่วโลก แล้วกลับมาดูไอติมของไทยที่ไม่เหมือนใครด้วยวัตถุดิบจากกะทิ เรื่องราวของความหวาน ความเย็น ที่ดูคล้ายกันแต่กลับมีความแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ

เจาะลึกหลากหลายเรื่องราวของ 'เจลาโต' ที่ไม่ใช่ไอศกรีม แต่เป็นความภาคภูมิใจของชาวอิตาเลียน

เจลาโต้ไม่ใช่ไอศกรีม
เจลาโต มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน “Gelātus” หมายถึงการแช่แข็ง ในบรรดาไอศกรีมจากทั่วโลกเจลาโตยืนหนึ่งและโดดเด่นออกมาอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าจะมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับไอศกรีมเป็นอย่างมาก แต่เจลาโตก็คือเจลาโต ไม่มีวันเป็นไอศกรีมไปได้ เพราะอะไรกัน? Ghignoni (กิโยนี่) ร้านเจลาโตที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1981 โดย Palmiro Bruschi อาจารย์สอนทำเจลาโตชื่อดัง มีต้นกำเนิดอยู่ที่แคว้นทัสคานีทางตอนกลางของอิตาลี เป็นหนึ่งในตำนานแชมป์อันดับหนึ่งของอิตาลีเจลาโตในปี ค.ศ. 1994 จนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย ณ สาขาแรกของกิโยนี่บนถนนสีลม ใจกลางกรุงเทพมหานคร การเดินทางเข้าสู่ปี ค.ศ. 2022 พวกเขายังคงกรรมวิธีการทำเจลาโตแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Artisan Gelato หรือเจลาโตอาร์ติซานเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ทำให้เจลาโต้ของกิโยนี่ยังคงมีเนื้อสัมผัสที่เหนียว แน่น และนุ่มไม่ต่างจากต้นตำรับ

เจาะลึกหลากหลายเรื่องราวของ 'เจลาโต' ที่ไม่ใช่ไอศกรีม แต่เป็นความภาคภูมิใจของชาวอิตาเลียน

พื้นฐานของเจลาโตนั้นมาจากนมสดแท้ นำไปตีจนได้ความเหนียวโดยไม่พึ่งสารเคมีใดๆ รวมถึงไร้แป้งและไข่แดง ทำให้รสชาติอัดแน่นไปด้วยความหวานตามธรรมชาติ และด้วยส่วนผสมแบบเรียบง่ายนี้เองทำให้เจลาโตเป็นของหวานที่มีไขมันน้อย เหมาะสำหรับคนที่มองหาทางเลือกเพื่อสุขภาพมากกว่าไอศกรีมแบบอื่นๆ ในขณะเดียวกันก็มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มกว่าและเข้มข้นกว่าไอศกรีม กลายเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้เจลาโตนำเสนอรสชาติต่างๆ ที่ได้จากวัตถุดิบธรรมชาติได้อย่างชัดเจนทันทีที่เข้าปาก รสชาติของเจลาโต
เจลาโตสามารถสร้างสรรค์เป็นรสชาติอะไรก็ได้สุดเท่าที่จะนึกออก แต่เมื่อเอ่ยถึงรสชาติที่เป็นต้นตำรับ ได้รับความนิยมที่ Gelateria จะต้องมีประดับตู้ไว้ต้องยกให้กับ รสช็อกโกแลต
รสชาติคลาสสิกที่สุด เจลาโตที่มาในรูปแบบของรสช็อกโกแลตนั้นมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นดาร์กช็อกโกแลต รสช็อกโกแลตนม รสบาซิโอ้ (ช็อกโกแลตและเฮเซลนัต) รวมถึงรสช็อกโกแลตส้ม

เจาะลึกหลากหลายเรื่องราวของ 'เจลาโต' ที่ไม่ใช่ไอศกรีม แต่เป็นความภาคภูมิใจของชาวอิตาเลียน

รสครีม
อาจจะดูแปลกๆ เพราะเจลาโตนั้นผลิตจากนมไม่ใช่ครีม แต่รสชาติที่เรียกว่า “ครีม” กลับเป็นรสชาติดั้งเดิมของเจลาโต ด้วยรสชาติที่เป็นกลาง บางครั้งก็คล้ายกับรสนมหวาน รสคัสตาร์ดไข่ หรือไม่ก็รสวานิลลา จึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการผสมผสานกับเจลาโตรสชาติอื่นๆ ในโคนเดียวกัน รสถั่ว
ถั่วมักจะเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ผสมผสานอยู่ในรสช็อกโกแลตและรสครีม แต่บางรสชาติอย่างเช่น รสเฮเซลนัต รสพิสตาชิโอ และอัลมอนด์ก็ล้วนเป็นรสชาติที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ มาเสมอ รสผลไม้
ด้วยเอกลักษณ์ของเจลาโตที่มาพร้อมรสธรรมชาติของวัตถุดิบต่างๆ รสผลไม้จึงเป็นอีกตัวเลือกที่ป๊อปปูลาร์ไม่น้อยไปกว่ารสอื่น ทั้งสตรอว์เบอร์รี ราสป์เบอร์รี ส้ม เลมอน มะม่วง กล้วย สับปะรด และอีกมากมาย รสชาติอื่นๆ
นอกเหนือจากหมวดหมู่ข้างต้น เจลาโตในยุคปัจจุบันได้รับการผสมผสานจากวัฒนธรรมหลากหลายทั่วโลก จนเกิดเป็นรสชาติใหม่ๆ ที่่น่าตื่นเต้น เช่น รสมัตฉะ รสรัมเรซิน รสคุกกี้แอนด์ครีม

เจาะลึกหลากหลายเรื่องราวของ 'เจลาโต' ที่ไม่ใช่ไอศกรีม แต่เป็นความภาคภูมิใจของชาวอิตาเลียน

ที่ร้าน Ghignoni (กิโยนี่) ก็เป็นหนึ่งในร้านเจลาโตที่มีการผสมผสานรสชาติที่น่าสนใจออกมามากมาย ซึ่งรสชาติที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน นอกจากจะมีรสชาติคลาสสิกอย่างบาซิโอ้ เฮเซลนัต ที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากอิตาลีเพื่อให้ได้รสชาติแบบต้นตำรับของแท้ ยังมีรสยูซุ รสเสาวรสและไวต์ช็อกโกแลต รวมถึงรสรัมเรซินและกัญชาเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับเจลาโตในยุคใหม่ เจลาโตในวันนี้
จากสถิติเมื่อปี ค.ศ. 2021 ที่ผ่านมา ชาวอิตาลีบริโภคเจลาโตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.8 กิโลกรัมต่อคน และมียอดขายจากร้านเจลาโตกว่า 65,000 แห่งที่กระจายทั่วยุโรปเป็นจำนวนกว่า 8.7 พันล้านยูโร และปัจจุบันนี้มีร้านเจลาโตอาร์ติซานอลปรากฏให้เห็นใน 76 ประเทศทั่วโลก ศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ที่กลายเป็นสุดยอดของหวานระดับโลกทำให้รัฐสภายุโรปอุทิศวันที่ 24 มีนาคมของทุกปี เป็น European Artisanal Gelato Day เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 โดยให้เหตุผลไว้ว่า เจลาโตอาร์ติซานอลเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเลิศในด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร อีกทั้งช่วยยกระดับโปรไฟล์ของผลิตภัณฑ์อาหารเกษตรในแต่ละประเทศสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์นมหรือวัตถุดิบสดอื่นๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...