โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

โรคฝีดาษลิง อาการเป็นอย่างไร วิธีการรักษา?!

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2565 เวลา 14.16 น. • Features

ขณะที่โรคโควิด-19 ในประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น ที่พวกเราคุ้นเคยและเตรียมตัวเตรียมใจที่จะอยู่ร่วมกันมันได้อย่างปกติ จู่ๆ โลกก็เกิดการระบาดของ ‘โรคฝีดาษลิง’ ตามมาติดๆแม้สถานการณ์ล่าสุด (วันที่ 6 มิถุนายน 2565) โรคฝีดาษลิง ยังไม่พบการระบาดในประเทศไทย แต่ก็เป็นโรคที่ทำให้ทุกคน โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่รู้สึกกังวลใจ เพราะนอกจากจะเป็นโรคติดต่อที่แพร่จากสัตว์สู่คน และยังสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ โดยมักพบอาการรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่โรคฝีดาษลิง คืออะไร อาการจะเป็นอย่างไร มีวิธีการรักษาหรือเปล่า วันนี้เราได้ทำสรุปในแบบฉบับเข้าใจง่ายมาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะโรคฝีดาษลิงคืออะไร

โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) เกิดจากเชื้อไวรัส Othopoxvirus ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษที่เคยพบการระบาดทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยช่วงก่อนปี 2523ตั้งแต่ปี 2523 โรคไข้ทรพิษถูกกวาดล้างหมดไปจากโลกแล้ว แต่โรค Monkeypox ยังคงเกิดขึ้นประปรายในบางพื้นที่ของทวีปอาฟริกาการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง

เชื้อไวรัส Othopoxvirus ที่ทำให้เกิดโรคฝีดาษลิงพบได้ในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิง และสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก กระต่าย หนูป่าการถ่ายทอดเชื้อโรคจากสัตว์สู่คน• สัมผัสกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ• ถูกสัตว์ที่มีเชื้อโรคกัดหรือข่วน• กินอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ที่มีเชื้อโรค ด้วยการปรุงสุกไม่เพียงพอการถ่ายทอดเชื้อโรคจากคนสู่คน• สัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีเชื้อฝีดาษลิงผ่านทางสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ผิวหนังที่เป็นตุ่มหนอง หรืออุปกรณ์ที่มีการปนเปื้อนเชื้ออาการและการรักษาโรคฝีดาษลิง

โรคฝีดาษลิงจะเริ่มแสดงอาการประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากได้รับเชื้อ โดยจะมีลักษณะอาการ ดังนี้ระยะก่อนออกผื่น (Invasion Phase)• มีไข้ หนาวสั่น• ปวดหัว• เจ็บคอ• อ่อนเพลีย• ท้องเสีย• อาเจียนระยะออกผื่น (Skin Eruption Phase)• หลังจากมีไข้ 1-3 วัน จะเริ่มมีตุ่มผื่นขึ้น โดยจะเริ่มจากรอยจุดแดงๆ เป็นตุ่มน้ำใส ตุ่มน้ำหนอง• ส่วนใหญ่มักจะเริ่มจากใบหน้าและกระจายไปสู่ส่วนอื่นๆ ทั่วร่างกาย• ตุ่มผื่นจะกลายเป็นสะเก็ดแห้ง และหลุดออกมาภายใน 2-4 สัปดาห์• หลังตุ่มหนองแห้งสนิท ผู้ป่วยจะอาการดีขึ้น และหมดระยะในการแพร่กระจายให้ผู้อื่นปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโรคฝีดาษลิงโดยเฉพาะ แต่โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะสามารถหายจากโรคนี้เองได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ และมีโอกาสเสียชีวิตได้ 1-10 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยในกลุ่มเด็กเล็กวิธีป้องกันโรคฝีดาษลิง

• หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง บาดแผล เลือด น้ำเหลืองของสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ที่เป็นพาหะโดยเฉพาะลิง และสัตว์ฟันแทะ• หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ โดยเฉพาะหลังสัมผัสสัตว์ หรือสิ่งของสาธารณะ• ใส่หน้ากากอนามัย เมื่อต้องเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงมีการแพร่ระบาด• หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง แผล ตุ่มหนอง หรือตุ่มน้ำใส จากผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยง หรือสงสัยว่าติดเชื้อ• กรณีที่สัมผัสเชื้อไปแล้ว ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษ (สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้) ภายใน 14 วันวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ

สามารถป้องกัน โรคฝีดาษลิง ได้ถึง 85 เปอร์เซ็นต์ แต่เนื่องจากโรคไข้ทรพิษถูกกำจัดไปตั้งแต่ปี 2523 จึงไม่มีการฉีดวัคซีนชนิดนี้มานับแต่นั้นนพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า วัคซีนที่สามารถป้องกันฝีดาษลิงได้นั้น องค์การเภสัชกรรมมีการเก็บแช่แข็งไว้กว่า 40 ปี เมื่อมีโรคฝีดาษลิงกลับมาแพร่ระบาด จึงทำการส่งวัคซีนแช่แข็งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นำไปเพาะเชื้อแล้วพบว่าสามารถเพาะเชื้อได้ แปลว่าวัคซีนน่าจะยังมีประสิทธิภาพ (ที่มา)อ้างอิงpaolohospitalphyathaisikarinmgronline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...