โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อ K-POP อยากโตแบบไร้ ‘K’ กับความเสี่ยงที่ต้องแลก I Creative Economy

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

K-pop ในทศวรรษที่ผ่านมาไม่ได้เติบโตจากเพลงฮิตเพียงอย่างเดียว หากเติบโตจากการที่เกาหลีใต้ทำให้ป๊อปเป็นอุตสาหกรรมที่ออกแบบได้ ควบคุมคุณภาพได้ และขยายตลาดได้เหมือนสินค้าเทคโนโลยี

สิ่งที่โลกเห็นบนเวทีคือความพร้อมเพรียง ความเป๊ะ และภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่อยู่หลังเวทีคือระบบการสร้างศิลปินที่ละเอียดระดับสายพานการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือก การฝึก การประเมิน ไปจนถึงการประกอบ “ทีม” ให้เกิดเคมีที่จับต้องได้ ระบบนี้เองที่ทำให้ K-pop กลายเป็นโมเดลส่งออก ไม่ใช่แค่แนวดนตรี

หัวใจของโมเดลอยู่ที่ระบบเทรนนี (Trainee System) ซึ่งเป็นมากกว่าการเรียนร้องเต้นแบบโรงเรียนดนตรีทั่วไป เด็กฝึกถูกวางอยู่ในกระบวนการฝึกเข้มข้นยาวนาน มีการประเมินผลเป็นรอบ ๆ และถูกบ่มเพาะทักษะที่ไม่ใช่ดนตรีโดยตรง เช่น วินัยการทำงาน การสื่อสารกับสาธารณะ การสร้างตัวตน และการรับมือกับความคาดหวังของแฟนคลับ

กล่าวอีกแบบคือ K-pop ไม่ได้แค่ผลิตนักร้อง แต่ผลิต “ไอดอล” ซึ่งเป็นบทบาททางสังคมที่ผูกโยงกับแฟนด้อมตลอดเวลา ระบบนี้ทำให้ค่ายสามารถสร้างมาตรฐานซ้ำได้ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพรสวรรค์เฉพาะบุคคล และทำให้การเปิดตัววงใหม่เป็นเรื่องของกระบวนการ ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา

เมื่อโมเดลนี้พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ในเกาหลี เป้าหมายถัดไปคือทำให้มัน “ใหญ่กว่าเดิม” และนี่คือจุดที่เรากำลังเห็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญของ K-pop จากสินค้าวัฒนธรรมของชาติ ไปสู่สินค้าวัฒนธรรมของโลก

ค่ายใหญ่เริ่มคิดแบบอุตสาหกรรมระดับโลกมากขึ้น ทั้งการออดิชันในต่างประเทศ การเตรียมศิลปินให้สื่อสารได้หลายภาษา และการทำตลาดดิจิทัลที่เจาะกลุ่มผู้ฟังในสหรัฐฯ ยุโรป และภูมิภาคอื่น ๆ การขยายตัวไม่ได้หมายถึงการส่งวงจากโซลไปทัวร์ต่างประเทศเท่านั้น แต่หมายถึงการย้าย “หน้าบ้าน” ไปอยู่กับตลาดโลกมากขึ้น ในขณะที่ “หลังบ้าน” คือระบบฝึกและการผลิตยังคงรักษาวิธีคิดแบบเดิมไว้

พร้อมกันนั้น เรายังเห็นการทดลองที่ทะเยอทะยานกว่าเดิม คือการ “ส่งออกระบบ” ไปตั้งนอกเกาหลี ไม่ว่าจะในรูปแบบอะคาเดมีหรือศูนย์ฝึกที่พยายามปลูกฝังสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมไอดอล ตั้งแต่การแสดงออก การฝึกวินัย ไปจนถึงความสัมพันธ์กับแฟนคลับ แนวโน้มนี้สะท้อนว่า K-pop เริ่มถูกมองเป็นสไตล์และกระบวนการผลิตที่ลอกแบบได้ มากกว่าจะผูกติดกับภาษาเกาหลีเพียงอย่างเดียว

แต่ความทะเยอทะยานที่จะทำให้ K-pop ไร้พรมแดน ก็นำมาซึ่งคำถามสำคัญ ถ้าวันหนึ่ง “ความเป็นเกาหลี” จางลง K-pop จะยังเป็น K-pop อยู่หรือไม่

บางค่ายเริ่มเพิ่มสัดส่วนเพลงภาษาอังกฤษหรือทำงานร่วมกับทีมโปรดิวเซอร์ตะวันตกมากขึ้นเพื่อให้เข้าถึงวิทยุและเพลย์ลิสต์ระดับโลกง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน การปั้นวงที่มีสมาชิกหลายสัญชาติ หรือแม้แต่มีคนเกาหลีเป็นเพียงหนึ่งในทีมก็ยิ่งทำให้เส้นแบ่งพร่าเลือน คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าค่ายจะทำได้ไหม แต่อยู่ที่ว่าพอทำแล้วจุดขายเดิมจะยังอยู่หรือจะกลายเป็นป๊อปสากลที่แค่ใส่ท่าเต้นและภาพลักษณ์แบบ K-pop

ความเสี่ยงสำคัญคือการสูญเสียเอกลักษณ์ที่ทำให้ K-pop แตกต่างจากป๊อปตลาดโลกในอดีต เอกลักษณ์นั้นไม่ใช่แค่ภาษา หากรวมถึงวิธีออกแบบประสบการณ์ให้แฟนรู้สึกมีส่วนร่วม ตั้งแต่คอนเซ็ปต์วงที่ชัด ระบบคอนเทนต์ต่อเนื่อง ไปจนถึงการทำให้สมาชิกแต่ละคนมีช่วงเวลาของตัวเองในเพลงและการแสดง

เมื่อ K-pop พยายามกลายเป็น Global Pop มากขึ้น มันอาจต้องเลือกระหว่างการรักษาความเฉพาะตัวกับการเพิ่มโอกาสเชิงพาณิชย์ และการเลือกทางใดทางหนึ่งมีต้นทุนเสมอ

อีกด้านที่ไม่ควรถูกละเลยคือต้นทุนมนุษย์ ของระบบที่ทรงพลังนี้ ยิ่งการแข่งขันเป็นระดับโลก การดึงคนเก่งจากทั่วโลกเข้ามาอยู่ในสายพานก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเด็กฝึก ทั้งการฝึกหนัก การถูกประเมินเป็นรอบ ๆ ความคาดหวังด้านรูปลักษณ์ วินัย และความพร้อมในการเป็นบุคคลสาธารณะตั้งแต่อายุยังน้อย

หาก K-pop กำลังส่งออกโมเดลการผลิตไปนอกเกาหลี คำถามด้านธรรมาภิบาลและสวัสดิภาพแรงงานเชิงวัฒนธรรมก็จะตามไปด้วย และจะยิ่งถูกจับตาในบริบทสากลที่มาตรฐานความคุ้มครองแตกต่างกัน

สุดท้ายแล้ว “การเอา K ออกจาก K-pop” อาจไม่ใช่การถอดสัญชาติออกจากวงดนตรี แต่คือการเปลี่ยนนิยามของ K จากคำว่า Korea ไปเป็นคำว่า Know-how หรือ ความรู้เชิงอุตสาหกรรมที่ทำให้ป๊อปถูกผลิตและขยายได้อย่างเป็นระบบ

หากค่ายสามารถรักษาแก่นของประสบการณ์แบบไอดอล ความแน่นของทีม การเล่าเรื่องที่ต่อเนื่อง และความสัมพันธ์กับแฟนไว้ได้ K-pop อาจโตเป็นวัฒนธรรมป๊อประดับโลกที่มี DNA แบบเกาหลีอยู่

แม้ภาษาหรือสัญชาติจะหลากหลายขึ้น แต่ถ้าแก่นนั้นหลุดไป K-pop ก็เสี่ยงจะกลายเป็นเพียงป๊อปอีกหนึ่งแบบในตลาดที่แข่งขันกันด้วยงบการตลาดมากกว่าความแตกต่าง และนั่นอาจเป็นความท้าทายที่สุดของอุตสาหกรรมที่เคยชนะโลกด้วยความเฉพาะตัวของมันเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...