โบรกคัดหุ้นได้ผลดี-เสียประโยชน์จากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าความรุนแรงสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน หนุนหนุนราคาน้ำมันขึ้นแรง โดยเช้านี้ปรับขึ้นไปถึง 8% กดดันเม็ดเงินไหลออกสินทรัพย์เสี่ยงและเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงนี้
โดยนักลงทุนเฝ้าติดตามการปิดน่านฟ้า ปิดช่องแคบฮอมุซ การเปลี่ยนแลงการปกครองอิหร่านจะเป็นอย่างไร ? โดยล่าสุดยังคงเห็นการเปิดน่านฟ้าปกติ แต่บินอ้อมอิหร่านอยู่ ส่วนช่องแคบฮอมุซ เห็นการเดินเรือขนสินค้า และขนส่งน้ำมันอยู่
อย่างไรก็ตามช่วงสั้นๆ อาจเห็นการลดระดับบวกของราคาน้ำมันลงมาได้บ้าง หลังจากรับข่าวมาพอสมควรและเร่งขึ้นมาเยอะ หากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ OPERATION MIDNIGHT HAMMER 2 สัปดาห์ก่อน B-2 จะทิ้งระเบิดราคาน้ำมัน WTI + ราว 25เหรียญ (63.5เหรียญ/บาร์เรล -> 78.4เหรียญ/บาร์เรล) แล้วย่อตัวลง หลังจบภารกิจ ส่วน OPERATION EPIC FURY 1 สัปดาห์ก่อน ถึงตอนนี้ WTI + ราว 10เหรียญ(62.5เหรียญ/บาร์เรล-> 72.2เหรียญ/บาร์เรล) คาดจบภารกิจอาจย่อแล้วระยะถัดไปจะค่อยๆ ขึ้นต่อไปจุดสูงสุดปีที่แล้วได้
ตลาดหุ้นไทยคาดได้รับผลกระทบจำกัด ไกลจากอิหร่าน ค้าขายน้อย และตลาดหุ้นกว่า 1 ใน 3 อิงราคา COMMODITY โดยหุ้นได้ SENIMENT บวก PTT, PTTEP, TOP, SPRC, STA, RCL, PSL ส่วนกลุ่มที่ได้รับ SENTIMENT ลบสั้นๆ คือ กลุ่มขนส่งทางอากาศ AOT, THAI, AAV, ต้นทุนน้ำมันขึ้น BGRIM, GPSC,
GLOBAL, TASCO, ท่องเที่ยว CENTEL, MINT และกลุ่มอ่อนไหวหากเงินเฟ้อขึ้น MTC, SAWAD, TIDLOR