โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เอกนิติ’ เรียกประชุมผนึกกำลังรัฐ-เอกชน กำหนดยุทธศาสตร์การเจรจา เตรียมรับมือภาษีสหรัฐฯ หลังคำวินิจฉัยศาลสูงสุด

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
‘เอกนิติ’ เรียกประชุมผนึกกำลังรัฐ-เอกชน กำหนดยุทธศาสตร์การเจรจา เตรียมรับมือภาษีสหรัฐฯ หลังคำวินิจฉัยศาลสูงสุด

ดร.เอกนิติ เรียกประชุมผนึกกำลังรัฐ-เอกชน เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การเจรจา และเตรียมรับมือมาตรการภาษีสหรัฐฯ ระลอกใหม่ ทั้งเชิงรับและเชิงรุก เหตุมองคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ไม่ได้ทำให้แรงกดดันทางการค้าลดลง เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ มีเครื่องมือทางกฎหมายอื่นอีกหลายช่องทาง ลั่นเตรียมมองหาโอกาสในวิกฤตดังกล่าว

วันที่ 2 มีนาคม ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐฯ เพื่อติดตามสถานการณ์และวางยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ภายหลังศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกามีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าดังกล่าว

โดย ดร.เอกนิติยังระบุว่า “แม้คำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะเปลี่ยนแปลงกรอบกฎหมายที่ฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ใช้อยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าแรงกดดันด้านการค้าจะลดลง รัฐบาลสหรัฐฯ มีเครื่องมือทางกฎหมายอื่นอีกหลายช่องทาง ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมทั้งในเชิงรับและเชิงรุก โดยประเด็นสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้คือการให้ภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดทำยุทธศาสตร์ระยะสั้นและระยะยาวเพื่อดำรงความสามารถทางการแข่งขันทางการค้าของประเทศไทย”

ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายหลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกามีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า การใช้อำนาจตาม International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อกำหนดอัตราภาษี (Reciprocal Tariffs) ต่อประเทศคู่ค้าทั่วโลกนั้นขัดต่อกฎหมาย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีชุดใหม่ภายใต้กฎหมายอื่นโดยทันที

โดยหลังจากผลตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ประกาศใช้มาตรา 122 ยกระดับภาษีทั่วโลกไปสู่ระดับ 10% ก่อนจะประกาศขึ้นอีกเป็น 15% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่กฎหมายมาตรา 122 อนุญาต เป็นเวลาไม่เกิน 150 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์

การประชุมครั้งนี้ยังมีรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เข้าร่วม ได้แก่ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้บริหารของกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

คณะทำงานได้ประชุมหารือในประเด็นหลัก ได้แก่ (1) การประเมินผลกระทบจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสหรัฐอเมริกาต่อประเทศไทย (2) การมองหาโอกาสของประเทศไทยที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว และ (3) การกำหนดยุทธศาสตร์การเจรจาและท่าทีของประเทศไทยที่จะดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ คณะทำงานจะรายงานผลการประชุมหารือต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในโอกาสต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...