โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เกาะประเด็นการเมืองวันนี้ จับตา ‘ลุ้นสส.บัญชีรายชื่อ’

เดลินิวส์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
หลังกระบวนการลงคะแนน และนับคะแนนใหม่ผ่านไป ต้องรอดู กกต. จะเดินหน้ารับรอง สส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 100 คนเมื่อไหร่ เพื่อเดินหน้าไปสู่ขั้นตอนการเปิดประชุมสภา นัดแรกเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภา นำไปสู่การโหวตนายกฯ

หลังเคลียร์เรื่องการนับคะแนนบางหน่วย และการลงคะแนนใหม่ในการเลือกตั้งบางเขต ขั้นตอนที่จะต้องตามลุ้นคือ การรับรอง สส.เขตที่เหลืออีก 4 เขต และการรับรอง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการเปิดสภา เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภา และนำไปสู่กระบวนการโหวตสรรหานายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะจับสัญญาณจาก “นายครรชิต เจริญอินทร์” รองเลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ ภายหลังมาให้กำลังใจ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ประจำหน่วยลงคะแนนใหม่ที่ จ.พะเยา โดยระบุว่า ดูจากสถานการณ์รวมถึงการนับคะแนน น่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและจบได้เร็ว
สำหรับการรับรอง สส.ในส่วนของ สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งนั้นเหลืออยู่ 4 เขต ก็น่าจะเรียบร้อยเช่นเดียวกัน ถ้าการลงคะแนนใหม่และการนับคะแนนใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก็ใช้เวลาไม่นานในการรับรอง เมื่อมีการรายงานผลไปที่ส่วนกลางก็จะสามารถรับรองได้เลย ส่วน สส.แบบบัญชีรายชื่ออีก 100 คน ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

สำหรับขั้นตอนการรับรอง สส. ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ หลังก่อนหน้านั้น กกต.รับรอง สส.ระบบเขตไป 396 คน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ (รธน.) ระบุว่า กกต.จะต้องรับรอง สส.ได้เกินกว่า 95% หรือ 475 คน จากทั้งหมด 500 คน จากนั้นภายใน 15 วัน สภาจะต้องประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อให้นายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ขอเปิดประชุมสภา นัดแรกเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภา ภายในเดือน มี.ค.

ส่วนเงื่อนปมสำคัญที่หลายฝ่ายมองว่าอาจทำให้การ “เลือกตั้งโมฆะ” คือกรณี “บัตรเลือกตั้ง” ที่ปรากฏ “คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด” ส่อทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เป็นไปโดยตรงและโดยลับ ตามเจตนารมณ์แห่งมาตรา 85 ของ รธน.ปี 2560 ซึ่งมีทั้งภาคประชาชน และพรรคการเมือง เคลื่อนไหวยื่นคำร้องเพื่อ “เอาผิด” กับ กกต.และเรียกร้องให้มีการจัดเลือกตั้งใหม่แล้วนั้น

สามารถสรุปออกได้ 2 ส่วน คือ 1.กรณียื่นฟ้อง กกต.เอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นำโดยพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งแถลงชัดเจนไปแล้วว่า ได้ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นอกจากนี้ยังมีภาคประชาชน ได้ยื่นฟ้องในประเด็นนี้เช่นกัน โดย 17 มี.ค. 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ จะนัดตรวจคำฟ้อง 2.ภาคประชาชน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และนักการเมืองบางพรรค ยื่นคำร้องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาส่งคำวินิจฉัยไปศาล รธน. พิจารณาสั่งให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ และบางส่วนยื่นฟ้องศาลปกครอง ขอคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้ประกาศผลการเลือกตั้ง นำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดิน สั่งการให้ กกต.ชี้แจงปม “บาร์โค้ด” ซึ่งในที่สุดหลายคนเชื่อว่า ศาล รธน.จะให้คำตอบว่า การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะทั้งหมด

ขณะที่สำนักงาน กกต.ประจำ จ.สุพรรณบุรี (กกต.สุพรรณบุรี) เผยแพร่ข้อมูลกรณีเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา การนับคะแนนเลือกตั้ง สส. จ.สุพรรณบุรี ใหม่ และการดำเนินการกับผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยผลการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ มีความแตกต่างจากผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 จนน่าเชื่อว่า กปน.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ, หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ต.บ้านช้าง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ จ.สุพรรณบุรี ได้สั่งรับกรณีตามข้อ (3.2) เป็นสำนวนการสืบสวน และมอบหมายให้คณะกรรมการสืบสวน และไต่สวนประจำ จ.สุพรรณบุรี ดำเนินการสืบสวนและไต่สวนตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวนการไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป

ส่วนความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้การนำของ "พรรคภูมิใจไทย (ภท.)" นาทีที่ต้องรอลุ้นคือ ภายใต้เสียงสนับสนุนเกือบ 300 เสียง พรรคกล้าธรรม (กธ.) จะมีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพราะมาถึงวันนี้ยังไม่มีการพูดคุยระหว่าง “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. กับ "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. ขณะที่กลับมีการพูดคุยกับ "พรรคเพื่อไทย (พท.)" ไปจนถึงขั้นมีข่าวแบ่งกระทรวงไปแล้ว จึงไม่แปลกที่คอการเมืองส่วนใหญ่จะฟันธงว่า พรรคสีเขียวคงหนีไม่พ้นต้องเป็นพรรคฝ่ายค้าน

ขณะที่ "นายอนุทิน" ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจนิด้าโพล ที่ประชาชนส่วนใหญ่ไฟเขียวให้จับมือแค่พรรค พท.เท่านั้น ว่า เรื่องนี้เรารับฟังทุกฝ่าย และยังมีเวลาในการดำเนินการ

“สำหรับตัวผมขณะนี้ จะดำเนินการใดๆ ยังต้องมีความชัดเจนและความแน่นอนก่อน สัปดาห์ที่แล้วก็มีความชัดเจนในระดับหนึ่ง มีการรับรอง สส.แบบเขต 396 คน คาดว่าสัปดาห์นี้ไม่ทราบว่าวันไหน แต่ก็คงมีการทยอยรับรองส่วนที่เหลือ โดยเฉพาะระบบบัญชีรายชื่อ จะว่าไปตอนนี้ผมก็ไม่ได้เป็น สส. เพราะยังไม่ได้รับการรับรอง เพราะฉะนั้นการจะไปดำเนินการเรื่องอื่นก่อนก็จะเป็นการลัดขั้นตอน และเราไม่ทราบว่าเราจะมีจำนวน สส.เท่าไหร่ เพราะฉะนั้น เราต้องทำตามขั้นตอนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด” นายกฯ กล่าว

ก่อนหน้านั้นศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “สี่พรรค ร่วมรัฐบาล ?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-24 ก.พ. 69 เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรค กธ. ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค ภท. พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 64.35 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค ภท. รองลงมา ร้อยละ 34.05 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค ภท. และร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค ภท. พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 58.24 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค ภท. รองลงมา ร้อยละ 40.84 ระบุว่าควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค ภท. และร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคประชาชน (ปชน.) ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค ภท. พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 71.14 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค ภท. รองลงมา ร้อยละ 28.55 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค ภท. และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรค พท.ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค ภท. พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 54.73 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค ภท. รองลงมา ร้อยละ 44.81 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค ภท. และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ด้าน "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. กล่าวถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลกับพรรค ภท. ว่า ยังไม่ได้คุยกับใคร ไม่มีใครติดต่อมา รอให้รายงานตัว สส.เรียบร้อยก่อน และยังไม่ทราบว่าการประกาศรับรองผล สส.แบบบัญชีรายชื่อจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ก็ได้ให้สมาชิกรอไปรายงานตัวพร้อมกัน เมื่อถามถึงจุดยืนของ ร.อ.ธรรมนัส จะทำอย่างไรต่อ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การเป็นนักการเมืองต้องมีศักดิ์ศรี ต้องให้ความสนใจกับงานและหน้าที่ของตัวเอง เป็น สส.ก็ต้องสนใจพื้นที่

ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม คนอย่างธรรมนัสก็ช่วยประชาชน ผู้สื่อข่าวถามว่า จะบอกได้เมื่อไหร่ว่า พรรค กธ.จะเข้าร่วมเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นมารยาททางการเมือง เราต้องให้พรรคอันดับ 1 ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเขาจะเลือกใครหรือไม่เลือกใครร่วมรัฐบาลก็เป็นสิทธิของเขา ดังนั้น เมื่อหัวหน้าพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลบอกแล้วว่ายังดีลไม่จบก็ต้องให้เกียรติเขาก่อน ไม่ควรไปออกตัว ไม่ควรจะออกตัวว่าจะไปซ้ายหรือขวา สิ่งสำคัญคือต้องมีศักดิ์ศรี ถ้าไม่มีก็อย่ามาเป็นนักการเมือง

นาทีนี้คงต้องบอกว่า หนทางที่ "กธ." จะได้ไปต่อในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ต้องบอกว่า ริบหรี่เหลือเกิน หรือในที่สุดจะมีตัวช่วย ทำให้ "พรรคสีเขียว" ไม่ตกขบวน ได้อยู่ในอำนาจรัฐ

"ทีมข่าวการเมือง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...