โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.ประสาน Interpol ออกหมายแดง ‘เบน สมิธ-เมีย’ หนีซบดูไบก่อนสงครามเดือดตะวันออกกลาง

เดลินิวส์

อัพเดต 3 มีนาคม 2569 เวลา 17.44 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตำรวจประสานอินเตอร์โพลขอออกหมายแดง “เบน สมิธ–แคทรียา บีเวอร์” ร่วมฉ้อโกง-ฟอกเงิน ใช้บัญชีภรรยาทำธุรกรรม หลบหนีไปดูไบ ก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง

จากกรณีที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ออกหมายจับ นายเบน สมิธ อายุ 47 ปี และ นางสาวแคทรียา บีเวอร์ อายุ 40 ปี ภรรยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบ และได้ร่วมกันฟอกเงิน” พร้อมนำหมายค้นเข้าตรวจค้น 6 จุด ในพื้นที่ภาคกลาง เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ของกลางหลักฐานเพิ่ม ทั้ง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเอกสารต่างๆ เช่น งบการเงิน รายวันจ่ายประจำปี ตราประทับบริษัท รวมถึงยังเชิญพยานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 6 คน เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม

ด่วน! ออกหมายจับ ‘เบน สมิธ-เมีย’ ลวงลงทุนหุ้นพลังงานเสียหายพันล้าน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามไปยัง พ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพเจริญ สว.กก.3 บก.ป. ก่อนเปิดเผยว่า จากการสอบปากคำพยานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง บอกว่ารู้จักกับ เบน สมิธ ช่วงปี 2559 ซึ่งได้ทำธุรกิจหุ้นพลังงานร่วมกัน เบน สมิธ ได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนและใช้งานให้ทำอะไรบางอย่าง และบอกอีกว่าต้องไปประสานงานกับใคร ซึ่งคำให้การสอดคล้องกับหลักฐานที่ตำรวจพบ นอกจากนี้ยังพบเส้นทางการเงินบางส่วนของพยานทั้ง 6 คน โอนไปให้ผู้ต้องหา แต่อ้างว่าเป็นการทำธุรกิจจึงต้องโอนเงินให้กัน แต่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อ

โดยพฤติการณ์ของ เบน สมิธ ส่วนใหญ่จะใช้บัญชีของภรรยาเป็นคนทำธุรกรรมทั้งหมด ทั้งการโอนเงิน หรือการทำสัญญาต่าง ๆ รวมถึงการครอบครองทรัพย์สินในประเทศไทย แต่การไปเจรจากับผู้ใหญ่ หรือการไปคุยกับกลุ่มผู้เสียหาย ภรรยาไม่เคยไปสักครั้ง

ส่วนพยานทั้ง 6 คน ที่เชิญมาให้ข้อมูลเมื่อวานนี้ให้การเป็นประโยชน์ต่อพนักงานสอบสวน ยังไม่พบความเชื่อมโยงให้เปลี่ยนสถานะเป็นผู้ต้องหา จึงยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาพยานทั้ง 6 คน ซึ่งหลังจากนี้หากให้การเป็นประโยชน์ ตำรวจจะกันตัวไว้เป็นพยาน แต่หากพบความเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาหรือเครือข่ายก็จะเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหา หากไม่มาก็จะออกหมายเรียกและหมายจับต่อไป

ส่วน เบน สมิธ และ ภรรยา ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปตั้งแต่ช่วงปี 2568 เมื่อครั้งมีการดำเนินคดีกับเครือข่าย ยิม เลียก, เฉิน จื้อ และก๊ก อาน โดยขณะนั้นมีข้อมูลว่า เบน สมิธ หลบหนีไปที่ประเทศกัมพูชา แต่ล่าสุดมีข้อมูลว่า เบน สมิธ หลบหนีไปอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือดูไบ ในช่วงก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง

สำหรับทรัพย์สินที่ตรวจยึดมาได้เป็นคนละส่วนที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจยึดมาก่อนหน้านี้ ซึ่งทรัพย์สินส่วนนั้นได้มาช่วงหลังก่อเหตุ แต่ก็มีทรัพย์สินบางอย่างที่เกี่ยวพันกับคดีหลอกลงทุนหุ้นพลังงานที่มีความเสียหายประมาณ 1 พันล้านบาท และขณะนี้ได้ประสานตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล ขอออกหมายแดงเพื่อติดตามตัว เบน สมิธ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...