ตร.ประสาน Interpol ออกหมายแดง ‘เบน สมิธ-เมีย’ หนีซบดูไบก่อนสงครามเดือดตะวันออกกลาง
จากกรณีที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ออกหมายจับ นายเบน สมิธ อายุ 47 ปี และ นางสาวแคทรียา บีเวอร์ อายุ 40 ปี ภรรยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบ และได้ร่วมกันฟอกเงิน” พร้อมนำหมายค้นเข้าตรวจค้น 6 จุด ในพื้นที่ภาคกลาง เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ของกลางหลักฐานเพิ่ม ทั้ง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเอกสารต่างๆ เช่น งบการเงิน รายวันจ่ายประจำปี ตราประทับบริษัท รวมถึงยังเชิญพยานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 6 คน เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม
ด่วน! ออกหมายจับ ‘เบน สมิธ-เมีย’ ลวงลงทุนหุ้นพลังงานเสียหายพันล้าน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามไปยัง พ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพเจริญ สว.กก.3 บก.ป. ก่อนเปิดเผยว่า จากการสอบปากคำพยานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง บอกว่ารู้จักกับ เบน สมิธ ช่วงปี 2559 ซึ่งได้ทำธุรกิจหุ้นพลังงานร่วมกัน เบน สมิธ ได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนและใช้งานให้ทำอะไรบางอย่าง และบอกอีกว่าต้องไปประสานงานกับใคร ซึ่งคำให้การสอดคล้องกับหลักฐานที่ตำรวจพบ นอกจากนี้ยังพบเส้นทางการเงินบางส่วนของพยานทั้ง 6 คน โอนไปให้ผู้ต้องหา แต่อ้างว่าเป็นการทำธุรกิจจึงต้องโอนเงินให้กัน แต่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อ
โดยพฤติการณ์ของ เบน สมิธ ส่วนใหญ่จะใช้บัญชีของภรรยาเป็นคนทำธุรกรรมทั้งหมด ทั้งการโอนเงิน หรือการทำสัญญาต่าง ๆ รวมถึงการครอบครองทรัพย์สินในประเทศไทย แต่การไปเจรจากับผู้ใหญ่ หรือการไปคุยกับกลุ่มผู้เสียหาย ภรรยาไม่เคยไปสักครั้ง
ส่วนพยานทั้ง 6 คน ที่เชิญมาให้ข้อมูลเมื่อวานนี้ให้การเป็นประโยชน์ต่อพนักงานสอบสวน ยังไม่พบความเชื่อมโยงให้เปลี่ยนสถานะเป็นผู้ต้องหา จึงยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาพยานทั้ง 6 คน ซึ่งหลังจากนี้หากให้การเป็นประโยชน์ ตำรวจจะกันตัวไว้เป็นพยาน แต่หากพบความเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาหรือเครือข่ายก็จะเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหา หากไม่มาก็จะออกหมายเรียกและหมายจับต่อไป
ส่วน เบน สมิธ และ ภรรยา ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปตั้งแต่ช่วงปี 2568 เมื่อครั้งมีการดำเนินคดีกับเครือข่าย ยิม เลียก, เฉิน จื้อ และก๊ก อาน โดยขณะนั้นมีข้อมูลว่า เบน สมิธ หลบหนีไปที่ประเทศกัมพูชา แต่ล่าสุดมีข้อมูลว่า เบน สมิธ หลบหนีไปอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือดูไบ ในช่วงก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง
สำหรับทรัพย์สินที่ตรวจยึดมาได้เป็นคนละส่วนที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจยึดมาก่อนหน้านี้ ซึ่งทรัพย์สินส่วนนั้นได้มาช่วงหลังก่อเหตุ แต่ก็มีทรัพย์สินบางอย่างที่เกี่ยวพันกับคดีหลอกลงทุนหุ้นพลังงานที่มีความเสียหายประมาณ 1 พันล้านบาท และขณะนี้ได้ประสานตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล ขอออกหมายแดงเพื่อติดตามตัว เบน สมิธ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ.