โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมวิทย์ฯ เผย ไม่พบ ‘สารเอทิลอะซิเตต’ จากการสุ่มตรวจพื้นที่สารเคมีรั่วไหล

The Reporters

อัพเดต 17 ม.ค. เวลา 05.38 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. เวลา 05.38 น.

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงกรณีสารเคมีรั่วไหลที่ชุมชนสองพี่น้องหลังตลาดคู่สร้าง อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ว่า ทีม LERT กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ลงพื้นที่สุ่มเก็บตัวอย่างอาหาร และน้ำอุปโภคบริโภค 10 ตัวอย่าง ได้แก่ น้ำดื่มจากตู้น้ำหยอดเหรียญ น้ำประปาในชุมชน 6 ตัวอย่าง และอาหาร เช่น ผลไม้ หอมแดง กระเทียม 4 ตัวอย่าง ผลการตรวจไม่พบสารเอทิลอะซิเตตในทุกตัวอย่าง

จากการตรวจสอบของทีม LERT และหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เบื้องต้นไม่พบกลิ่นสารเคมีบ่งชี้ความเข้มข้นในอากาศ ประชาชนในพื้นที่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังในกลุ่มผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ หรือโรคระบบทางเดินหายใจ

สำหรับเอทิลอะซิเตต (Ethyl Acetate) เป็นของเหลวไวไฟที่ระเหยได้ง่าย ใช้เป็นตัวทำละลายในงานอุตสาหกรรม จัดเป็นสารที่มีความเป็นพิษต่ำ แต่สามารถเกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ เมื่อสูดดมสารที่มีความเข้มข้นสูงเข้าไปจะทำเกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจ มีอาการ ไอ คอแห้ง และหายใจลำบาก การสูดดมในปริมาณมากจะกดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ และอาเจียน กรณีที่รุนแรงอาจทำให้หมดสติได้

นอกจากนี้ เอทิลอะซิเตตมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตา และผิวหนัง การสัมผัสบ่อยจะทำให้เกิดการทำลายชั้นไขมันของผิวหนัง ทำให้ผิวแห้ง และแตก กรณีที่มีการรั่วไหลของสารดังกล่าว ควรหลีกเลี่ยงการหายใจเอาไอระเหยของสารเข้าไป และย้ายไปยังที่ที่มีอากาศถ่ายเท หายใจสะดวก ถ้าสัมผัสผิวหนังเช็ดให้แห้งแล้วล้างผิวด้วยน้ำ หากเข้าตาให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายครั้ง หากรู้สึกไม่สบายให้รีบพบแพทย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...