โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก Western Digital โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ ผลตอบแทนชนะทุกบริษัทใน S&P 500

TODAY

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

ปัจจุบันหุ้นสหรัฐฯ กลายเป็นหุ้นที่คนไทยจำนวนไม่น้อย ลงทุนเป็นสัดส่วนหลัก เพราะช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยนั้นไม่สดใสเลย สวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนที่ดี ถึงหลายสิบเปอร์เซ็นต์ต่อปี

ทำให้หลายคนเริ่มที่จะคุ้นกับชื่อหุ้นสหรัฐฯ กันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น NVIDIA ผู้พัฒนาชิปเบอร์ 1 ของโลก, Alphabet เจ้าของ AI อย่าง Gemini ที่กำลังมาแรง, Palantir แพลตฟอร์มวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Eli Lilly ผู้พัฒนายาเบาหวานและยาลดน้ำหนักก็ตาม

แต่รู้หรือไม่ว่า หุ้นที่ทำผลตอบแทนมากที่สุดใน S&P 500 กลับไม่ใช่หุ้นยอดฮิต แต่เป็นหุ้นที่มีชื่อว่า WDC หรือที่คนรู้จักกันในชื่อเต็มว่า Western Digital โดยให้ผลตอบแทนถึง 261.1% ภายในปีเดียว

หรือพูดง่าย ๆ ว่า ถ้าต้นปีลงทุน 100,000 บาท ปลายปีเงินก้อนนั้นจะกลายเป็น 361,100 บาท

ซึ่งนับว่าไม่น้อยเลย เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของ S&P 500 ที่ทำได้ 16.4% ในปีล่าสุด

ทำไม Western Digital ถึงสามารถทำผลตอบแทนแซงกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ได้ ทั้ง ๆ ที่เป็นโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ TODAY Bizview จะสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ

หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน หลายคนอาจมองว่า Western Digital เป็นเพียงบริษัทผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลรุ่นเก่า ที่กำลังถูกท้าทายด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว Western Digital กลับมีหนึ่งธุรกิจที่สามารถทำเงินได้มหาศาล และ AI ก็ยังต้องการ ธุรกิจนั้นคือ Hard Disk Drive หรือ HDD

โดยที่ HDD สำคัญสำหรับ AI นั่นก็เพราะว่าการสร้าง AI ที่เก่ง ๆ อย่าง ChatGPT หรือ Gemini ไม่ได้ใช้ข้อมูลแค่ไม่กี่กิกะไบต์ในการเทรนนิ่ง แต่ต้องใช้ข้อมูลระดับล้านกิกะไบต์

ซึ่ง HDD เป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวที่สามารถเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาลได้ ในต้นทุนที่บริษัทต่าง ๆ จะรับไหว ต่างจาก SSD อุปกรณ์เก็บข้อมูลยุคใหม่ ที่แม้จะเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วกว่า แต่ถ้าต้องการความจุสูงมาก ต้นทุนจะแพงกว่า HDD หลายเท่า

อย่างไรก็ตาม ที่หุ้นของบริษัทยังไม่พุ่งทะยาน จนกระทั่งปีที่แล้ว มีสาเหตุจากโครงสร้างองค์กร

โดยแต่เดิม Western Digital ไม่ได้มีแค่ธุรกิจ HDD แต่มีธุรกิจ SSD ด้วย

ทั้งนี้ปัจจุบัน Western Digital โฟกัสเฉพาะธุรกิจ HDD เท่านั้นแล้ว เพราะบริษัทตัดสินใจ Spin-off หรือแยกธุรกิจ โดยธุรกิจ SSD อยู่ภายใต้บริษัทที่หลายคนคงคุ้นหูกันดีอย่าง Sandisk

จากเรื่องนี้นี่เอง ทำให้นักลงทุนสามารถประเมินมูลค่าของแต่ละธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น และด้วยความที่ Western Digital โฟกัสที่ธุรกิจ HDD สำหรับองค์กรอย่างเต็มตัว ตลาดจึงให้มูลค่าสูงกว่าเดิม

ไม่เพียงเท่านี้ หลังจากบริษัทแยกองค์กรแล้ว ผลประกอบการก็เติบโตอีกด้วย โดย

– ปี 2023 รายได้ 6,255 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดทุน 1,708 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
– ปี 2024 รายได้ 6,317 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดทุน 852 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
– ปี 2025 รายได้ 9,520 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไร 1,840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จะเห็นได้ว่า ปีล่าสุดบริษัทมีรายได้เติบโตถึง 50% เลยทีเดียว

ขณะที่บริษัทเปลี่ยนจากสถานะขาดทุนในปีก่อนหน้ามาเป็นกำไรมหาศาล เพราะอัตรากำไรขั้นต้น หรือ Gross Margin ขยับจาก 20% มาแตะ ๆ 40% ซึ่งแปลว่าธุรกิจ HDD มีความสามารถในการทำกำไรที่ดี

สุดท้ายอีกเรื่องที่ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจนักลงทุน นั่นคือบริษัทส่งสัญญาณที่ดี ด้วยบริหารจัดการเงินทุนที่น่าสนใจ

ไม่ว่าจะเป็น ลดหนี้, ประกาศจ่ายเงินปันผลอีกครั้ง หลังจากหยุดจ่ายมาถึง 5 ปี รวมถึงซื้อหุ้นคืนกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่กำลังสื่ออีกนัยว่า ราคาหุ้นในตลาดยังต่ำกว่ามูลค่าของบริษัท

และทั้งหมดนี้ก็คือเหตุผลว่า ทำไม Western Digital โรงงานที่ผลิตฮาร์ดดิสก์ สามารถทำผลตอบแทนชนะทุกบริษัทใน S&P 500 นั่นเอง..

References
– https://finance.yahoo.com/quote/WDC/financials/
– https://investor.wdc.com/stock-information/dividend-history
– https://www.kasikornbank.com/th/kwealth/Pages/a693-t8-hyb-ai-and-data-center-investment-kgth.aspx
– https://www.forbes.com/sites/greatspeculations/2026/02/09/whats-behind-the-incredible-500-surge-of-western-digital-stock/
– https://www.investors.com/news/technology/western-digital-stock-seagate-stock-2026/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...