รู้จัก Western Digital โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ ผลตอบแทนชนะทุกบริษัทใน S&P 500
ปัจจุบันหุ้นสหรัฐฯ กลายเป็นหุ้นที่คนไทยจำนวนไม่น้อย ลงทุนเป็นสัดส่วนหลัก เพราะช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยนั้นไม่สดใสเลย สวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนที่ดี ถึงหลายสิบเปอร์เซ็นต์ต่อปี
ทำให้หลายคนเริ่มที่จะคุ้นกับชื่อหุ้นสหรัฐฯ กันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น NVIDIA ผู้พัฒนาชิปเบอร์ 1 ของโลก, Alphabet เจ้าของ AI อย่าง Gemini ที่กำลังมาแรง, Palantir แพลตฟอร์มวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Eli Lilly ผู้พัฒนายาเบาหวานและยาลดน้ำหนักก็ตาม
แต่รู้หรือไม่ว่า หุ้นที่ทำผลตอบแทนมากที่สุดใน S&P 500 กลับไม่ใช่หุ้นยอดฮิต แต่เป็นหุ้นที่มีชื่อว่า WDC หรือที่คนรู้จักกันในชื่อเต็มว่า Western Digital โดยให้ผลตอบแทนถึง 261.1% ภายในปีเดียว
หรือพูดง่าย ๆ ว่า ถ้าต้นปีลงทุน 100,000 บาท ปลายปีเงินก้อนนั้นจะกลายเป็น 361,100 บาท
ซึ่งนับว่าไม่น้อยเลย เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของ S&P 500 ที่ทำได้ 16.4% ในปีล่าสุด
ทำไม Western Digital ถึงสามารถทำผลตอบแทนแซงกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ได้ ทั้ง ๆ ที่เป็นโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ TODAY Bizview จะสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ
หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน หลายคนอาจมองว่า Western Digital เป็นเพียงบริษัทผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลรุ่นเก่า ที่กำลังถูกท้าทายด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว Western Digital กลับมีหนึ่งธุรกิจที่สามารถทำเงินได้มหาศาล และ AI ก็ยังต้องการ ธุรกิจนั้นคือ Hard Disk Drive หรือ HDD
โดยที่ HDD สำคัญสำหรับ AI นั่นก็เพราะว่าการสร้าง AI ที่เก่ง ๆ อย่าง ChatGPT หรือ Gemini ไม่ได้ใช้ข้อมูลแค่ไม่กี่กิกะไบต์ในการเทรนนิ่ง แต่ต้องใช้ข้อมูลระดับล้านกิกะไบต์
ซึ่ง HDD เป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวที่สามารถเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาลได้ ในต้นทุนที่บริษัทต่าง ๆ จะรับไหว ต่างจาก SSD อุปกรณ์เก็บข้อมูลยุคใหม่ ที่แม้จะเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วกว่า แต่ถ้าต้องการความจุสูงมาก ต้นทุนจะแพงกว่า HDD หลายเท่า
อย่างไรก็ตาม ที่หุ้นของบริษัทยังไม่พุ่งทะยาน จนกระทั่งปีที่แล้ว มีสาเหตุจากโครงสร้างองค์กร
โดยแต่เดิม Western Digital ไม่ได้มีแค่ธุรกิจ HDD แต่มีธุรกิจ SSD ด้วย
ทั้งนี้ปัจจุบัน Western Digital โฟกัสเฉพาะธุรกิจ HDD เท่านั้นแล้ว เพราะบริษัทตัดสินใจ Spin-off หรือแยกธุรกิจ โดยธุรกิจ SSD อยู่ภายใต้บริษัทที่หลายคนคงคุ้นหูกันดีอย่าง Sandisk
จากเรื่องนี้นี่เอง ทำให้นักลงทุนสามารถประเมินมูลค่าของแต่ละธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น และด้วยความที่ Western Digital โฟกัสที่ธุรกิจ HDD สำหรับองค์กรอย่างเต็มตัว ตลาดจึงให้มูลค่าสูงกว่าเดิม
ไม่เพียงเท่านี้ หลังจากบริษัทแยกองค์กรแล้ว ผลประกอบการก็เติบโตอีกด้วย โดย
– ปี 2023 รายได้ 6,255 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดทุน 1,708 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
– ปี 2024 รายได้ 6,317 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดทุน 852 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
– ปี 2025 รายได้ 9,520 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไร 1,840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จะเห็นได้ว่า ปีล่าสุดบริษัทมีรายได้เติบโตถึง 50% เลยทีเดียว
ขณะที่บริษัทเปลี่ยนจากสถานะขาดทุนในปีก่อนหน้ามาเป็นกำไรมหาศาล เพราะอัตรากำไรขั้นต้น หรือ Gross Margin ขยับจาก 20% มาแตะ ๆ 40% ซึ่งแปลว่าธุรกิจ HDD มีความสามารถในการทำกำไรที่ดี
สุดท้ายอีกเรื่องที่ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจนักลงทุน นั่นคือบริษัทส่งสัญญาณที่ดี ด้วยบริหารจัดการเงินทุนที่น่าสนใจ
ไม่ว่าจะเป็น ลดหนี้, ประกาศจ่ายเงินปันผลอีกครั้ง หลังจากหยุดจ่ายมาถึง 5 ปี รวมถึงซื้อหุ้นคืนกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่กำลังสื่ออีกนัยว่า ราคาหุ้นในตลาดยังต่ำกว่ามูลค่าของบริษัท
และทั้งหมดนี้ก็คือเหตุผลว่า ทำไม Western Digital โรงงานที่ผลิตฮาร์ดดิสก์ สามารถทำผลตอบแทนชนะทุกบริษัทใน S&P 500 นั่นเอง..
References
– https://finance.yahoo.com/quote/WDC/financials/
– https://investor.wdc.com/stock-information/dividend-history
– https://www.kasikornbank.com/th/kwealth/Pages/a693-t8-hyb-ai-and-data-center-investment-kgth.aspx
– https://www.forbes.com/sites/greatspeculations/2026/02/09/whats-behind-the-incredible-500-surge-of-western-digital-stock/
– https://www.investors.com/news/technology/western-digital-stock-seagate-stock-2026/