โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทนายวิฑูรย์ชี้เบน สมิธ เหยื่อการเมืองไม่ใช่สแกมเมอร์ปัดตอบพิกัดอยู่ไหน

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ทนายวิฑูรย์“ชี้“เบน สมิธ” เหยื่อการเมือง ไม่ใช่สแกมเมอร์ เผยปัดตอบพิกัดอยู่ไหนแต่ลูกความไม่พร้อมกลับไทยมาสู้คดีเหตุไม่มั่นใจในระบบกระบวนการยุติธรรม

"ทนายวิฑูรย์"ชี้"เบน สมิธ" เหยื่อการเมือง ไม่ใช่สแกมเมอร์ เผยปัดตอบพิกัดอยู่ไหนแต่ลูกความไม่พร้อมกลับไทยมาสู้คดีเหตุไม่มั่นใจในระบบกระบวนการยุติธรรม

3 มี.ค. 69 นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ นายเบน สมิธ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงเกี่ยวกับกรณีตํารวจออกหมายจับ “เบน สมิธ” โดยระบุว่า ข้อกล่าวหาที่ตํารวจ CIB ตั้งในการออกหมายจับคุณ เบน สมิธ แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่นักการเมืองหรือใครหลายๆคนออกมาพูดว่าคุณเบน สมิธ เป็นนักฟอกเงินหรือสแกมเมอร์นั้นเป็นเรื่องเล่าที่ถูกสร้างขึ้นหวังใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อโจมตี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายธรรมนัส พรหมเผ่า ข้อกล่าวหาที่ตํารวจตั้งมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการพิพาทระหว่างคุณเบน สมิธ กับบริษัทในประเทศลาว จึงยืนยันได้ว่าสิ่งที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เคยให้สัมภาษณ์ในรายการดังว่าคุณเบน สมิธ เป็นเพียงนักธุรกิจหรือโบรกเกอร์ไม่ใช่สแกมเมอร์

ลักษณะของข้อกล่าวหาชัดเจนว่าแตกต่างจากสิ่งที่ นายรังสิมันต์ โรม ได้เคยอภิปรายไว้ในสภาวันแถลงนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน ที่กล่าวหาว่าคุณเบน สมิธ เป็นเจ้าพ่อสแกมเมอร์ซึ่งความเป็นจริงเป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่ตํารวจออกหมายจับ กลายเป็นว่าข้อเท็จจริงคดีของคุณเบน สมิธ ไม่ใช่เรื่องสแกมเมอร์ ฉ้อโกงคนไทยหรือทําอะไรที่ผิดกฎหมายตามที่พยายามเต้าข่าวกันมาในระยะเวลาหลายๆเดือนที่ผ่านมา

ภายหลังตํารวจออกหมายจับ นายรังสิมันต์ โรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กพูดถึงคดีที่มีการออกหมายจับพร้อมชื่นชมตํารวจ CIB และเรียกร้องให้ออกหมายแดง ในฐานะทนายความของคุณเบน สมิธ จึงอยากฝากถึง นายรังสิมันต์ โรม ว่า เรื่องที่ออกหมายจับเมื่อวานเป็นเพียงคดีทางเพ่ง เรื่องที่อาจจะผิดสัญญาในการซื่อขายหุ้นของบริษัท ซึ่งในการพยายามเชียร์ให้มีการออกหมายแดงทําให้อดคิดไม่ได้ว่าเป็นการปั่นหรือประโคมข่าวเพื่อออกหมายแดงและนําเข้าสู่เกมการเมืองหรือไม่ เพราะมองว่าการโพสต์ของนายรังสิมันต์ โรม เหมือนต้องการเบี่ยงเบนประเด็นที่ถูกคุณเบน สมิธ ฟ้องฐานหมิ่นประมาทอยู่

ในฐานะทนายความของคุณเบน สมิธ อดคิดไม่ได้ว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ ในคดีเมื่อวานเป็นการแจ้งความว่ามีความเสียหายอยู่ที่ 991 ล้านบาท แต่มีการยึดทรัพย์สินของคุณเบน สมิธ กว่าหมื่นล้านบาท ถ้าอยากให้ผิดจริงคุณต้องยึด 991 ล้านบาทไปและคืนหมื่นกว่าล้านบาทมาทุกอย่างจบ "สัดส่วนของการยึดทรัพย์ในคดีที่เกิดขึ้นไม่ได้สัดส่วนกันเลยยึดไปกว่าหมื่นล้าน แต่คดีมูลฐานที่นําส่ง ปปง. 991 ล้านบาท และเป็นเรื่องข้อพิพาททางเพ่งส่วนใหญ่ด้วยซํ้า"

ทนายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่ากังวลของคดีนี้คือมีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงจากเรื่องซื้อหุ้นปกติให้กลายเป็นคดีอาญาซึ่งรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมดเพราะต้องนําไปใช้ต่อสู้ทางคดี แต่คดีของบริษัทลาวที่แจ้งกับทาง CIB มีข้อพิรุธหลักๆ 3 ประการ 1.ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้แจ้งความว่าเป็นบริษัทอะไร 2.ในเนื้อคดีมีการแจ้งความตั้งแต่ปี 67 ปรากฏว่าล่วงแรกหนังสือมอบอํานาจจากประเทศลาวไม่มีการรับรองรายมือชื่อจนเวลาผ่านมาถึง 9 ก.พ. มีตํารวจท่านหนึ่งใน CIB ติดต่อไปทางผู้เสียหายในลาวหรือบริษัทในลาวบอกให้ไปแจ้งความใหม่และทําหนังสือมอบอํานาจอีกรอบหนึ่งและมาแจ้งความเมื่อ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา และวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมามีการตัดหมายเลขคดีอาญาและวันที่ 26 ก.พ. มีการออกหมายจับ น่าแปลกใจที่ระยะเวลาคดีรวดเร็วมากน่าต้องใจพอสมควร จึงอยากให้ทําคดีรวดเร็วกับทุกๆคดีให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ข้อพิรุธสุดท้ายคือมีการพูดว่าถูกโกงเมื่อปี 65 และมาแจ้งความปี 67 ซึ่งเป็นคดีฉ้อโกงปกติในคดีอาญาส่วนตัว ระยะเวลาในการร้องทุกข์เพียง 3 เดือนนับแต่วันที่ทราบ ซึ่งอายุความร้องทุกข์ขาดมาปีกว่าแต่ CIB กลับรับแจ้งความเป็นสิ่งที่น่าตกใจมากซึ่ง CIB อาจบอกว่าเป็นคดีฉ้อโกงเป็นปกติธุระ แต่อยากฝากถึงสังคมว่าคดีฉ้อโกงเป็นปกติธุระ คนแรกที่โดนคือ “ทนายตั้ม” และศาลเพ่งมีคําสั่งคืนทรัพย์สินให้ทนายตั้มแล้ว ซึ่งคุณเบน สมิธ เป็นคนที่ 2 ที่โดน จึงมองว่าเรื่องนี้มีความผิดปกติและมีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่

ส่วนกรณีที่หลายคนสงสัยว่าเหตุใดคุณเบน สมิธ ไม่เคยไปชี้แจง ทนายวิฑูรย์ โชว์เอกสารยืนยันว่า คุณเบน สมิธ ได้มีการชี้ต่อตํารวจ CIB เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 67 มีการลงรับเรียบร้อยแต่ก็มีกานออกหมายจับทีหลังและที่น่าสนใจคือยึดทรัพย์ไปก่อนและคดีอาญาตามมาทีหลังซึ่งไม่มีใครเขาทํากันเพราะปกติต้องคดีอาญามาก่อนและคดีฟอกเงินตามมา

ทนายวิฑูรย์ บอกอีกว่า ตอนนี้เบนสมิธยังไม่มีการแจ้งเรื่องการจะกลับมาสู้คดี เพราะยอมรับว่าในประเทศไทยเรื่องการประกันตัวเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะคดีที่อยู่ในความสนใจ ส่วนตัวมองว่า ถ้าเบนสมิธกลับมาต่อสู้คดีก็ควรจะให้สิทธิประกันตัวที่เป็นไปตามมาตราฐานสากล ไม่เช่นนั้นคงต้องชั่งน้ำหนักว่าการกลับของคุณเบนสมิธจะคุ้มที่จะเสี่ยงหรือไม่ อีกทั้งคดีนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองสูงมากและเมื่อเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงรวมถึงเป็นบุคคลที่สังคมจับตามอง ส่วนมากศาลจะไม่อนุญาติให้ประกันตัว

ส่วนหลักฐานในการต่อสู้คดี ทนายความบอกว่า ที่ผ่านมาเอกสารหลักฐานที่ยื่นให้ตำรวจสอบสวนกลางค่อนข้างชัดและครบถ้วน หลังจากนี้จะยื่นอะไรเพิ่มหรือไม่จะต้องหารืออีกครั้ง

เมื่อถามว่า เบนสมิธเคยคิดหรือไม่ว่าจะถูกเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทนายวิฑูรย์ตอบว่า นักธุรกิจใหญ่ในประเทศไทยก็รู้จักนักการเมืองทั้งนั้น วันนึงบุคคลเหล่านั้นอาจจะถูกโยงเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในคดี ที่เป็นเครื่องมือทางการเมืองก็เป็นได้

ส่วนตอนนี้เบนสมิธอยู่ที่ประเทศใด ทนายวิฑูรย์ระบุว่า ขอไม่บอก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...