โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รพ.จุฬาลงกรณ์ โชว์ความสำเร็จ ‘ฝังอุปกรณ์’ ช่วยชีวิตโรคหยุดหายใจขณะหลับครั้งแรกของประเทศไทย!

MATICHON ONLINE

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า โรงพยาบาล (รพ.) จุฬาลงกรณ์ ฉลองวันนอนหลับโลก โชว์ความสำเร็จแห่งแรกในไทย ช่วยพลิกชีวิตผู้ป่วยโรคหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ด้วยนวัตกรรมฝังอุปกรณ์ขั้นสูง (HGNS) ต้อนรับวันนอนหลับโลก (World Sleep Day) โดยความสำเร็จครั้งสำคัญทางการแพทย์เป็นแห่งแรกในประเทศไทยและแห่งที่ 4 ของเอเชีย ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) ระดับปานกลางถึงรุนแรง ด้วยเทคโนโลยีการกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 (Hypoglossal Nerve Stimulation : HGNS) ช่วยพลิกชีวิตผู้ป่วยที่ไม่สามารถทนต่อการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) ให้กลับมาหลับสนิทและหายขาดจากโรคได้จริง จึงเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ทีมแพทย์ของเราสามารถนำเทคนิค HGNS ซึ่งมีงานวิจัยรองรับถึงประสิทธิภาพระยะยาว มาใช้รักษาผู้ป่วย OSA ได้สำเร็จเป็นแห่งแรกของไทยและลำดับที่ 4 ของเอเชีย เราพร้อมเปิดให้บริการรักษานี้แก่ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของโรงพยาบาลที่มุ่งมั่นพัฒนาการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด

ด้าน ศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน หัวหน้าศูนย์นิทราเวช รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และนายกสมาคมโรคจากการนอนหลับแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น พบได้ถึง 14% ในประชากรทั่วไป ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการนอนกรน อ่อนเพลียระหว่างวัน และเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด การรักษาหลักของผู้ป่วย OSA คือการใช้เครื่องอัดอาการแรงดันบวกหรือ CPAP แต่สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้งานเครื่อง CPAP ได้ นวัตกรรม HGNS ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพได้ในระยะยาว

ขณะที่ ผศ.(พิเศษ)พญ.นทมณฑ์ ชรากร หัวหน้าหน่วยโสต ศอ นาสิกวิทยาการนอนหลับ ฝ่ายโสต ศอ นาสิกวิทยา รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า นวัตกรรม HGNS เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไทยและสหรัฐอเมริกา (FDA) โดยมีจุดเด่นดังนี้ 1.หลักการทำงานอัจฉริยะ โดยการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กบริเวณหน้าอก เพื่อส่งสัญญาณไฟฟ้ากระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 ควบคุมกล้ามเนื้อลิ้นไม่ให้ตกลงมาอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ 2.ควบคุมง่ายด้วยปลายนิ้ว ผู้ป่วยสามารถเปิด-ปิดการทำงานของอุปกรณ์ผ่านรีโมทคอนโทรลเพียงปุ่มเดียว และ 3.แผลเล็ก ฟื้นตัวไว ด้วยเทคนิคการผ่าตัดทำให้บาดเจ็บน้อย ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างรวดเร็ว

รศ.นพ.รัฐพลี ภาคอรรถ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ฝ่ายสนับสนุนบริการ กล่าวว่า นวัตกรรมการรักษาครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของทีมสหสาขาวิชาชีพ ทั้งแพทย์เฉพาะทางด้านโรคการนอนหลับ โสต ศอ นาสิกวิทยา อายุรศาสตร์ วิสัญญีวิทยา และทีมพยาบาล ที่ร่วมกันประเมินผู้ป่วยอย่างรอบด้าน เพื่อให้การดูแลแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) นอกจากนี้ เรายังได้ขยายบริการตรวจ Sleep Test ภายใต้โครงการ Comprehensive Medical Corridor ร่วมกับ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกในการเข้ารับบริการโดยยังคงมาตรฐานทางการแพทย์ระดับสูงของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไว้อย่างครบถ้วน โดยผู้ที่มีปัญหาหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นระดับปานกลางถึงรุนแรง และสนใจนวัตกรรมการรักษาด้วยเทคนิค HGNS สามารถติดต่อสอบถามและรับการประเมินได้ที่ ศูนย์นิทราเวช รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ทั้งนี้ ตัวแทนผู้ป่วยรายแรกและรายที่ 2 ที่เข้ารับการรักษาด้วยเทคโนโลยี HGNS ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า นวัตกรรมนี้ช่วยเปลี่ยนชีวิตอย่างแท้จริง จากเดิมที่มีปัญหานอนไม่หลับและอึดอัดจากการใช้เครื่อง CPAP ปัจจุบันสามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ไร้เสียงกรน และตื่นมาพร้อมความสดชื่น ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ที่ยืนยันว่าผู้ป่วยหายขาดจากภาวะ OSA ขณะเปิดใช้งานอุปกรณ์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รพ.จุฬาลงกรณ์ โชว์ความสำเร็จ ‘ฝังอุปกรณ์’ ช่วยชีวิตโรคหยุดหายใจขณะหลับครั้งแรกของประเทศไทย!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...