บล.บัวหลวง แนะหุ้น กำไรเติบโตไตรมาส 1 มีปัจจัยบวกหนุนการฟื้นตัวหลังสงคราม
#ทันหุ้น #2026 #SET บล.บัวหลวง แนะหุ้น กำไรเติบโตไตรมาส 1 มีปัจจัยบวกหนุนการฟื้นตัวหลังสงคราม
Thai Market Strategy | Data-Driven Earnings Review สรุปผลประกอบการไตรมาส 4 และคัดเลือกหุ้นกำไรเติบโตไตรมาส 1 ที่มีปัจจัยบวกหนุนการฟื้นตัวหลังสงคราม.
กำไรสุทธิไตรมาส 4 เติบโตโดดเด่น YoY แต่ลดลง QoQ โดยสูงกว่าตลาดคาด 0.8% และสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด 3.8% เพิ่มขึ้น 69% YoY แต่ลดลง 11% QoQ แรงหนุนหลักมาจากรายได้บริการมือถือ–อินเทอร์เน็ต การเพิ่มกำลังการผลิตใหม่จากปีก่อนของ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โรงไฟฟ้าต่างประเทศ รวมถึงดีมานด์ AI และ Data Center ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ยังถูกกดดันจากกลุ่มที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะพลังงานต้นน้ำและปิโตรเคมี ขณะที่ราคาเนื้อสัตว์ปรับลดลง ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ยังอ่อนแอ และทิศทางดอกเบี้ยขาลงกดดันส่วนต่างดอกเบี้ยธนาคาร หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรหลักเติบโต 14% YoY และ 5% QoQ สูงกว่าคาด 3.1%.
กลุ่มที่กำไรหลักเติบโต YoY ได้แก่ กลุ่มสื่อสารจากรายได้บริการมือถือและอินเทอร์เน็ตที่ขยายตัว รวมถึงยอดขาย iPhone ที่เพิ่มขึ้น กลุ่มพลังงานและโรงไฟฟ้าได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร ขณะที่กลุ่มบรรจุภัณฑ์ฟื้นตัวตามปริมาณขายและต้นทุนกระดาษรีไซเคิลที่ลดลง กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังได้แรงหนุนจากดีมานด์ AI และ Data Center แม้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ส่วนกลุ่มโรงแรม RevPar ของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพิ่มขึ้น 6% YoY และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) เพิ่มขึ้น 13% YoY ขณะที่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) ลดลง 3% YoY และ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ลดลง 5% YoY.
ในทางกลับกัน กลุ่มที่กำไรลดลง YoY หรือยังขาดทุน ได้แก่ ปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้างจากผลขาดทุนด้อยค่าและสต็อกสินค้า กลุ่มธนาคารถูกกดดันจาก NIM ที่ลดลงตามทิศทางดอกเบี้ย กลุ่มเกษตรและอาหารจากราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนตัว กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญดีมานด์อ่อนแอ โดยเฉพาะแนวราบระดับกลาง–ล่าง ขณะที่คอนโดเริ่มฟื้นตัว กลุ่มการเงินยังเผชิญแรงกดดันจากธุรกิจ AMC ที่กระแสเงินสดจัดเก็บลดลง 7% YoY และธุรกิจเช่าซื้อที่คุณภาพสินทรัพย์ฟื้นตัวช้า
ส่วนค้าปลีกวัสดุก่อสร้างยอดขายสาขาเดิมลดลง 7% ขณะที่ยอดขายในห้างของ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ลดลง 3% YoY ด้าน บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ทรงตัว YoY และ Lotus’s ลดลง 8% YoY แม้ค้าปลีกสินค้าไอทีเติบโตแข็งแกร่ง โดย บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) โต 13% YoY และ บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) โต 23% YoY ขณะที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มีรายได้ผู้เช่าเพิ่มขึ้น 3% YoY และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ยังได้แรงหนุนจากอัตรากำไรและสัดส่วนอาหารพร้อมทาน–เครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น แม้ยอดขายสาขาเดิมลดลง 3% YoY.
สำหรับมุมมองไตรมาส 1 ปี 2569 อัตราส่วน Beat-to-miss อยู่ที่ 1.0 เท่า ใกล้ค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 1.1 เท่า สะท้อนความคาดหวังตลาดไม่สูง ขณะที่ประมาณการกำไรตลาดเดือนกุมภาพันธ์ปรับเพิ่มขึ้น 1% นำโดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และสื่อสาร ส่วนปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้างยังถูกปรับลด นอกจากนี้ Earnings revision breadth ติดลบลดลงเหลือ -9% จากค่าเฉลี่ย 6 เดือนก่อนหน้าที่ -21% สะท้อนแรงกดดันการปรับลดกำไรที่เบาบางลง.
กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นกำไรเติบโตในไตรมาส 1 ภายใต้ 3 ธีมหลัก ได้แก่ Defensive cashflow with consumption upside นำโดย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), ธีม Rate-easing harvest season เน้น บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) ซึ่งคาดได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยต่ำตลอดปี 2569 และธีม National infrastructure supercycle ที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมี บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนหลักของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัลครบวงจร.