โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไทยโชว์วิสัยทัศน์ เจ้าภาพประชุม IMF ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของ International Monetary Fund และ World Bank Group ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ท่ามกลางจังหวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะการเงินตึงตัว การชะลอตัวของการค้าโลก และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การกลับมาจัดประชุมในไทยอีกครั้งในรอบกว่า 35 ปี เกิดขึ้นในช่วงที่บริบทเศรษฐกิจเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ หากปี 2534 เป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤตการเงินเอเชีย การประชุมปี 2569 กลับจัดขึ้นในยุคที่โลกกำลังเผชิญ “การเติบโตต่ำเป็นเวลานาน” (low growth era) และไทยเองต้องรับมือกับข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ลดลงมาอยู่ราว 2% ต่อปี ต่ำกว่าระดับก่อนวิกฤตปี 2540 อย่างชัดเจน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ไทยต้องเร่งยกระดับศักยภาพการเติบโต (Potential Growth) ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ และการพัฒนาทุนมนุษย์ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มผลิตภาพของประเทศ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กรอบแนวคิดหลักของการประชุม “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” จึงสะท้อนความพยายามวาง “คน” เป็นศูนย์กลางของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมสร้างความยืดหยุ่นเพื่อรับมือแรงกระแทกจากภายนอก ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และสภาพภูมิอากาศ

ด้านนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ International Monetary Fund ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกปัจจุบันเติบโตเฉลี่ยเพียง 2.2–2.3% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3.7–3.8% ในช่วงก่อนโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ โดยสาเหตุสำคัญคือการเติบโตของผลิตภาพที่ชะลอลง

IMF เสนอแนวทางเร่งการเติบโตในสามด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มบทบาทตลาดทุนในการระดมเงินลงทุน การนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการยกระดับทักษะแรงงานให้ทันกับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ควบคู่กับการลดกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อภาคเอกชน

นอกจากนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังถูกจับตาในฐานะปัจจัยเสี่ยงระยะสั้น โดยอาจส่งผลผ่านราคาพลังงาน ความเชื่อมั่นของตลาด และการชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการค้าและการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนเพิ่มต้นทุนของ “ความไม่แน่นอน” ต่อการตัดสินใจลงทุนทั่วโลก

ขณะที่นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น และไม่สามารถพึ่งพาเครื่องมือนโยบายการเงินแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวได้ ทั้งจากแรงกดดันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ไทยจะใช้เวทีการประชุมครั้งนี้ผลักดันวาระ “Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF)” เพื่อสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่ทั้งปลอดภัยและทั่วถึง ลดความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์และการหลอกลวงทางการเงิน พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้กลุ่มเปราะบางถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดย ธปท. เตรียมจัดทำต้นแบบเชิงปฏิบัติ (Blueprint) เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถนำไปปรับใช้ตามบริบทของตน

แนวทางดังกล่าวสะท้อนบทบาทของธนาคารกลางที่ต้องขยายจากการดูแลเสถียรภาพราคาและระบบการเงิน ไปสู่การออกแบบระบบนิเวศทางการเงินในยุคดิจิทัล ที่ความเสี่ยงใหม่เกิดขึ้นควบคู่กับโอกาสใหม่

การประชุมปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงเวทีหารือนโยบายการคลังและการเงินระดับโลก แต่เป็นช่วงเวลาที่ไทยต้องชี้ให้เห็นทิศทางการปรับตัวของตนเอง ท่ามกลางโลกที่เติบโตช้าลง ความไม่แน่นอนสูงขึ้น และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีทวีความเข้มข้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...