เปิดกรุที่ดินสาทร 2 พันล้าน ธนารักษ์เร่งประมูลขาย-เช่า 43 แปลง
อธิบดีธนารักษ์เปิดกรุที่ราชพัสดุทำเลทองปั๊มรายได้เข้ารัฐ ดีเดย์ มี.ค.นี้ เร่งเปิดประมูลเช่า/ขาย ที่ดินทั่วประเทศ เผยไฮไลต์ที่ดินสาทร 5 ไร่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ มูลค่าราว 2,000 ล้านบาท เชื่อนักลงทุนสนใจพัฒนาโครงการ ปัดฝุ่นโครงการเช่า-บริหาร “สนามกอล์ฟบางพระ 640 ไร่” พร้อมประมูลขายที่ดินยึดทรัพย์ 43 แปลง อ.เมือง ภูเก็ต 40 ไร่-เกาะ จ.กระบี่ ลุยเจรจาโครงการค้างเก่า “ที่ดินหมอชิต-ท่อส่งน้ำตะวันออก-ต่อสัญญาไทยออยล์” หวังโกยเงินรายได้ส่งเข้ารัฐปีนี้ 13,000 ล้านบาท แถมเปิดดีลแลกที่ซอยนานา สำนักงานใหญ่แบงก์กรุงไทย กับที่ดินริมเจ้าพระยา 64 ไร่
นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปีงบประมาณ 2569 นี้ กรมธนารักษ์ได้รับเป้าหมายจัดเก็บและนำส่งรายได้เข้ารัฐ จำนวน 11,900 ล้านบาท จากปีงบประมาณ 2568 ที่ได้รับเป้าหมาย 11,500 ล้านบาท ซึ่งสามารถจัดเก็บได้ประมาณ 12,700 ล้านบาท สูงกว่าเป้าราว 15% ดังนั้น ในปีงบประมาณนี้ก็มั่นใจว่า กรมธนารักษ์จะจัดเก็บและนำส่งรายได้สูงกว่าเป้าหมายไม่น้อยกว่า 15% หรือราว 13,000 ล้านบาท
“คิดว่าไม่น่ามีปัญหา ในปี 2569 ต้องเกินเป้า โดยรายได้หลักของกรมมาจาก 2 แหล่ง คือ จากที่ราชพัสดุ และเหรียญกษาปณ์ โดยรายได้จากที่ราชพัสดุอยู่ที่ประมาณ 80-90% ส่วนที่เหลือเป็นรายได้จากเหรียญกษาปณ์ โดยแผนที่พยายามกระตุ้นเปิดประมูลที่ดินต่าง ๆ ที่ไม่เคยประมูลได้ ซึ่งถ้าเปิดประมูลได้ก็จะได้ค่าแรกเข้า แล้วก็จะได้ค่าเช่า ขณะเดียวกันก็จะเร่งรัดให้ธนารักษ์พื้นที่ ดำเนินการต่อสัญญาต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน เพราะสัญญาจะต่อทุก 3 ปี ก็จะมีการปรับค่าที่”
พร้อมกับได้มอบหมายให้ธนารักษ์พื้นที่ไปสำรวจพื้นที่ ที่อยู่ในการครอบครองของส่วนราชการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ก็ให้ส่งคืนเพื่อนำมาทำประโยชน์ ซึ่งหากวันใดต้องการใช้ที่ก็สามารถมาขอใหม่ได้
มี.ค.นี้ ประมูลเช่าที่ดินสาทร
นายอัครุตม์กล่าวว่า แผนงานเร่งด่วนที่จะดำเนินการ คือ จะเริ่มเปิดประมูลให้เช่าที่ราชพัสดุ ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2569 มีหลายแปลงที่น่าสนใจ อาทิ สนามกอล์ฟบางพระ จ.ชลบุรี เนื้อที่ประมาณ 640 ไร่ พร้อมโรงแรม ซึ่งถือเป็นทำเลที่ยังมีศักยภาพ โดยการเปิดประมูลให้เช่าบริหาร 30 ปี จากปัจจุบันที่บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด เป็นผู้บริหารสนามกอล์ฟอยู่
อีกแปลงที่เป็นไฮไลต์มาก คือ ที่ดินราชพัสดุย่านสาทร เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ อยู่ติดกับโรงแรมอีสติน ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ เป็นโรงพยาบาลยาสูบเก่า เดิมเป็นที่ดินของโรงงานยาสูบ ซึ่งเพิ่งนำมาเปิดประมูลเพราะเพิ่งเคลียร์กรรมสิทธิ์กันเรียบร้อย โดยจะเปิดประมูลแบบเป็นที่ดินเปล่าให้เช่า 30 ปี
ทั้งนี้ ที่ดินทำเลสาทรประเมินเบื้องต้น ราคาต่อตารางวาไม่น่าต่ำกว่า 1 ล้านบาท ทั้งในส่วนของราคาประเมินและราคาตลาด ดังนั้น ที่ดิน 5 ไร่ เบื้องต้นก็คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การนำไปพัฒนาเป็นออฟฟิศ หรือคอนโดมิเนียม อาจเป็นไปได้ค่อนข้างยากเพราะตลาดยังมีอุปทานเหลืออยู่ ดังนั้น นักลงทุนอาจต้องพิจารณาการใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่น เช่น โรงแรม หรืออาจเป็นโรงพยาบาล ซึ่งถ้ามีโรงพยาบาลไฮเอนด์เข้ามาก็อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
“ตั้งใจจะเปิดประมูลตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค. และจะเร่งกระบวนการประมูลให้แล้วเสร็จ แม้ว่าจะลงนามในสัญญาไม่ทันในสมัยของตนก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อย กรมธนารักษ์เห็นแล้วว่าจะได้เม็ดเงินเข้ามา ซึ่งเป็นเรื่องของประเทศชาติ”
ประมูลขายที่ดินภูเก็ต 40 ไร่
อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการเปิดประมูลเพื่อขาย/ให้เช่า ที่ราชพัสดุที่มาจากการยึดทรัพย์อีกประมาณ 43 แปลง โดยแปลงที่น่าสนใจอย่างเช่น ที่ดินในอำเภอเมือง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ เป็นที่เชิงเขามองเห็นทะเล ซึ่งตรงนี้คาดว่าจะประมูลขายไปเลย ประเมินเบื้องต้นไร่ละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เชื่อว่าจะมีนักลงทุนที่สนใจเข้ามาประมูล
“ผมมั่นใจว่าน่าจะมีคนสนใจ เหมาะทำหมู่บ้าน วิลล่า ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ริมทะเลแล้ว อยู่ภูเขาก็ได้ ตอนนี้ศึกษาอยู่ นอกจากนี้ ยังมีที่บนเกาะ จ.กระบี่ ไม่ห่างจากตัวเมืองมากนัก สามารถขายได้เช่นกัน เพราะมาจากการยึดทรัพย์จากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์”
นอกจากนี้ยังมี “บ้านพายัพ” อยู่ตรงถนนวัดสามพระยา ที่ได้มาจากการยึดทรัพย์ในอดีต ตั้งแต่สมัยจอมพล สฤษดิ์ ธนรัชต์ ซึ่งผู้สนใจอาจจะนำไปทำเป็นร้านอาหาร หรือทำให้เกิดมีมูลค่าเพิ่มได้
นายอัครุตม์กล่าวว่า ที่ดินที่ได้มาจากการยึดทรัพย์มีหลายส่วน ทั้งที่ยึดทรัพย์ในอดีต ยึดทรัพย์จากขบวนการยาเสพติด หรือมาจากเรื่องการล้มละลาย ทำให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน
เร่งปิดมหากาพย์ที่ดินหมอชิต
อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวอีกว่า ยังมีโครงการค้างเพราะติดปัญหาบางเรื่องอยู่ หากแก้ไขปัญหาได้ก็จะมีเงินรายได้เข้ามา อาทิ การเช่าที่ราชพัสดุของ บมจ.ไทยออยล์ และโครงการที่ดินหมอชิต รวมถึงการแก้ปัญหาเกี่ยวกับท่อส่งน้ำภาคตะวันออก เป็นต้น
“ถ้าสามารถเคลียร์ปัญหาได้ ก็จะได้เงินส่วนที่เขายังติดค้างเราอยู่ ดังนั้นก็จะพยายามทำใน 1 ปีที่ผมอยู่ (เกษียณ ก.ย. 2569) โดยกรณีไทยออยล์เป็นเรื่องการพิจารณาทำสัญญาเช่าใหม่ เนื่องจากสัญญาเก่าที่เป็นการเช่าทำโรงกลั่นหมดอายุ เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการให้เกิดความชัดเจนเป็นรูปธรรม”
สำหรับกรณีที่ดินหมอชิตเดิม 63 ไร่ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ให้สัมปทาน บริษัทบางกอกเทอร์มินอล (BKT) พัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งมีปัญหาล่าช้ามานาน นายอัครุตม์ระบุว่า ทางเอกชนยังยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการต่อ จากที่ผ่านมาทางโครงการต้องการสร้างทางออกด้านถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งต้องเวนคืนจากประชาชน และถูกคัดค้าน ขณะนี้ก็เริ่มชัดเจนแล้วว่าจะไม่ใช้ทางนั้นเป็นทางออกแล้ว โดยบริษัทที่ชนะประมูลไปจะเข้ามาคุยกับกรมธนารักษ์ภายในเดือน ม.ค.นี้ เกี่ยวกับเรื่อง Concept Design ส่วนนี้หากเคลียร์จบ น่าจะมีรายได้เข้ามาอีก 300-400 ล้านบาท
ส่วนโครงการท่อส่งน้ำภาคตะวันออก ส่วนหนึ่งยังอยู่ในชั้นศาล เนื่องจากกรมส่งมอบพื้นที่ให้ผู้ชนะประมูลยังไม่จบ จึงยังค้างเงิน Upfront อยู่ ซึ่งก็ต้องพยายามเคลียร์ อะไรที่ถ้าทางธนารักษ์ประสานให้ได้ก็ยินดีที่จะทำให้สำเร็จ เพราะเป็นประโยชน์ของประเทศชาติ
“ร้อยชักสาม” เปิดโรงแรมปีนี้
นายอัครุตม์กล่าวว่า สำหรับที่ดินโรงภาษีร้อยชักสาม ริมเจ้าพระยา ที่ประมูลได้ผู้ชนะไปแล้ว เป็นกิจการร่วมค้าในเครือ U City โดยสร้างเป็นโรงแรมหรู 5 ดาว (The Langham Bangkok) ในส่วนของอาคารโรงภาษีเก่าก็จะอนุรักษ์ไว้ คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ภายในปี 2569 อย่างน้อยต้องเริ่มทดลองเปิดดำเนินการก่อน เพื่อให้เห็นความคืบหน้าและความสำเร็จของโครงการ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการเซ็นสัญญาล่าช้าจากเรื่องการขอคืนพื้นที่ โครงการจึงมีปัญหาบ้าง และอีกประเด็นคืออาคารดังกล่าวเป็นโบราณสถาน ทำให้การดำเนินการใด ๆ ต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากรทุกขั้นตอน ส่งผลให้การปรับปรุงหรือพัฒนาใช้เวลามากขึ้น นอกจากนี้ อาคารเดิมเป็นโครงสร้างไม้ ทำให้การทำงานต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพราะมีความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือการพังถล่ม
ขอคืนที่ไม่ใช้ประโยชน์แก้ปมบุกรุก
นายอัครุตม์กล่าวด้วยว่า ได้มอบนโยบายให้ธนารักษ์พื้นที่สำรวจที่ราชพัสดุในความครอบครองของส่วนราชการ หากไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็ต้องขอคืน แต่ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะมีเท่าไหร่ อยู่ในขั้นตอนการสำรวจ โดยที่ราชพัสดุทั่วประเทศมีอยู่ทั้งสิ้น 12.769 ล้านไร่ ใช้ในราชการ 9.683 ล้านไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในความครอบครองของกองทัพ และให้เอกชนเช่าจัดหาประโยชน์อยู่ 1.058 ล้านไร่
ขณะเดียวกัน กรมก็ต้องแก้ปัญหาเรื่องการบุกรุก เบื้องต้นนโยบายที่ให้ความสำคัญคือ จะต้องมีการดำเนินการเชิงรุกด้วยการปักป้ายแสดงความเป็นเจ้าของให้ชัดเจน ระบุว่าที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุ และห้ามบุกรุก เพื่อให้ประชาชนรับทราบ ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ในเชิงป้องกัน หากผู้ใดมีความประสงค์จะใช้ประโยชน์ สามารถเข้ามาติดต่อได้อย่างถูกต้อง
“ต้องปรับแนวทางการทำงานเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยในอดีต ที่ที่ดินราชพัสดุบางพื้นที่ถูกบุกรุกโดยขาดการแสดงสิทธิของรัฐอย่างชัดเจน”
นายอัครุตม์กล่าวว่า ภารกิจกรมธนารักษ์ไม่ใช่มุ่งหารายได้เป็นหลัก เพราะรายได้ของกรมธนารักษ์อยู่ในระดับหลักหมื่นล้านบาทเท่านั้น ถ้าเทียบกับกรมสรรพากร รายได้ของกรมธนารักษ์ไม่ถึง 0.01% ด้วยซ้ำ หรือเทียบกับกรมสรรพสามิตก็ยังไม่ถึง 1% ส่วนถ้าเทียบกับกรมศุลกากรที่มีรายได้ประมาณ 90,000 ล้านบาท รายได้ของกรมธนารักษ์ก็คิดเป็น 10% เท่านั้น
“ดังนั้นการดำเนินการของกรมธนารักษ์ จึงเป็นเรื่องเพื่อความถูกต้องและความเป็นธรรมในการใช้ทรัพย์สินของรัฐ”
ดีลแลกที่ริมแม่น้ำกับ KTB
อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวด้วยว่า กรมธนารักษ์ยังมีแผนแลกที่ดินกับธนาคารกรุงไทย ที่ซอยนานา ซึ่งปัจจุบันธนาคารกรุงไทยเช่ากับกรมธนารักษ์เพื่อใช้เป็นสำนักงานใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 2-3 ไร่ แลกกับที่ดินของธนาคารกรุงไทย ประมาณ 64 ไร่ บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งตามแผนคือจะย้าย กรมธนารักษ์ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปอยู่ตรงนั้น รวมถึงสร้างบ้านสวัสดิการให้ข้าราชการ
โดยขณะนี้ได้มีการคุยกับแบงก์กรุงไทยแล้ว โดยปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นประธานแบงก์กรุงไทย ก็เห็นชอบ และเรื่องนี้ก็ได้ผ่านบอร์ดกรุงไทยแล้ว เห็นชอบในหลักการให้แลกที่ดินกัน อย่างไรก็ดี ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม ว่าแลกแล้วจะพัฒนาไปอย่างไร เบื้องต้นก็วางแผนจะทำให้เป็นเมือง ออกแบบเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม อาคารสีเขียว ประหยัดพลังงาน และเรื่อง Net Zero
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดกรุที่ดินสาทร 2 พันล้าน ธนารักษ์เร่งประมูลขาย-เช่า 43 แปลง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net