โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอลนีโญ” มาเร็วกว่าคาด และลากยาวถึงก.พ.70 เตรียมรับมือ “อากาศร้อนจัด”

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 03.30 น.
รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช เผยสภาวะอากาศโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านสู่ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” เร็วกว่าคาด ในส่วนของประเทศไทยนั้น จะส่งผลให้มีอากาศร้อนจัด

รองศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ อรรถวานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์เกษตรและภูมิอากาศ เปิดเผยข้อมูลอัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำแล้งของประเทศไทย ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” อย่างเต็มตัวในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ และคาดว่าอิทธิพลของเอลนีโญจะลากยาวอย่างน้อยจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยมีแนวโน้มทวีความรุนแรงสูงสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569

ข้อมูลชี้ว่า ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม อุณหภูมิในทุกภาคของประเทศจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ประชาชนต้องเตรียมรับมือกับภาวะร้อนจัด โดยพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกตอนล่างจะได้รับผลกระทบจากสัญญาณความร้อนเด่นชัดกว่าภาคอื่น ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพจากอากาศร้อน

สำหรับสถานการณ์ฝน ภาพรวมจากสำนักอุตุนิยมวิทยาชั้นนำทั่วโลกบ่งชี้ว่า ในเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ภาคใต้ ภาคเหนือตอนบน และบางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาจเผชิญภาวะฝนทิ้งช่วงที่ชัดเจนขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม พื้นที่ภาคตะวันตกและภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี ต้องเฝ้าระวังปริมาณฝนที่อาจมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ สะท้อนลักษณะสภาพอากาศที่แปรปรวนในยุคโลกรวน ซึ่งอาจก่อให้เกิดทั้งน้ำหลากฉับพลันและความเสียหายต่อพื้นที่เกษตร

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า แม้ผลพยากรณ์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนจะชี้ว่าปริมาณฝนยังใกล้เคียงค่าปกติ และไม่แล้งจัดเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ประชาชนและเกษตรกรไม่ควรประมาท ควรเริ่มวางแผนบริหารจัดการน้ำล่วงหน้าไปจนถึงปี 2570 และติดตามการอัปเดตพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากข้อมูลใหม่จะมีความแม่นยำสูงกว่า เพื่อปรับตัวรับมือความผันผวนของภูมิอากาศได้อย่างทันท่วงที

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ลักษณะอากาศฤดูร้อนปี 2569 จะเริ่มในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และสิ้นสุดราวกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งโดยภาพรวมจะมาช้ากว่าปกติประมาณ 2 สัปดาห์ ลักษณะอากาศจะร้อนอบอ้าวสลับกับฝนฟ้าคะนองในบางช่วง ช่วยบรรเทาความร้อนได้บ้าง แต่ยังต้องเฝ้าระวังอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่

สำหรับอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน คาดว่าจะอยู่ที่ 36–37 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติ ขณะที่ปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 30–40 โดยเฉพาะ 3 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก มีโอกาสเผชิญอุณหภูมิสูงเกิน 42 องศาเซลเซียส

ช่วงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ ปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน ซึ่งอากาศจะร้อนจัดเกือบทั่วประเทศ อุณหภูมิสูงสุดอาจแตะ 42–43 องศาเซลเซียส และมีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนเป็นระยะ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงอากาศแปรปรวนในปลายเดือนเมษายน เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ฤดูฝนต่อไป

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมรับมือทั้งภัยร้อน ภัยแล้ง และฝนตกหนักฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศในปีนี้และปีถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...