โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOCIETY: 5 คุณสมบัติที่ดีที่สุด ของ ‘หัวหน้า’ ที่ได้ไปต่อในปี 2026 จากผลสำรวจพนักงานญี่ปุ่น

BrandThink

เผยแพร่ 15 ม.ค. เวลา 05.36 น.

ในสังคมการทำงานของญี่ปุ่น ที่ ‘งาน’ ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้คนฝากศักดิ์ศรี ความรับผิดชอบ และชั่วโมงชีวิตส่วนใหญ่เอาไว้ คุณภาพของ ‘หัวหน้า’ จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะมันหมายถึงคุณภาพของบรรยากาศทุกวันที่ต้องตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตอยู่ในที่ทำงาน

องค์กรจัดหางานของญี่ปุ่นอย่าง Biz Hits จึงทำแบบสำรวจคนทำงานชาวญี่ปุ่น 500 คน (ผู้หญิง 332 คน/ผู้ชาย 168 คน) ครอบคลุมตั้งแต่วัย 20-50 ปีขึ้นไป เพื่อถามคำถามสามัญอย่าง

“หัวหน้าแบบไหน ที่ทำให้คุณรู้สึกว่าทำงานด้วยแล้วดี เชื่อถือได้ และทำให้คุณอยากพยายามมากขึ้น” แต่สามารถกำหนดคุณภาพชีวิตการทำงานของทุกคนในที่ทำงานได้

แม้มีเพียงราวสองในสามของผู้ตอบที่บอกว่าตัวเองมีหัวหน้าที่ดีอยู่แล้ว แต่คำตอบของพวกเขากลับสอดคล้องกันอย่างน่าสนใจ จนกลายเป็นภาพสะท้อนว่า คนทำงานญี่ปุ่นคาดหวังอะไรจากคนที่อยู่เหนือพวกเขาในสายการทำงาน

ต่อไปนี้คือ 5 คุณสมบัติที่ได้รับการให้คะแนนมากที่สุดของ ‘หัวหน้าที่ดี’ ที่วัยทำงานญี่ปุ่นเห็นตรงกันมากที่สุด

1 – การรับฟัง: เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของหัวหน้าที่ดีในสายตาคนทำงานญี่ปุ่นที่ได้คะแนนมากถึง 32.6 เปอร์เซ็นต์ หัวหน้าที่ดีไม่ใช่แค่คนที่สั่งเก่ง แต่คือคนที่เปิดพื้นที่ให้เสียงจากหน้างานได้ถูกได้ยิน เพราะแม้คำสั่งจะชัดแค่ไหน มันก็ยังต้องการการปรับจูนจากประสบการณ์จริงของพนักงาน

ผู้ตอบแบบสำรวจคนหนึ่งบอกว่า หัวหน้าที่ดีคือคนที่ ‘แสดงความเต็มใจจะฟังลูกน้อง และนำความคิดเห็นของพวกเขามาพิจารณาก่อนจะตัดสินใจ’ ขณะที่อีกคนเสริมว่า เวลาพนักงานมีคำถาม หัวหน้าที่ดีควรฟังและช่วยพวกเขา ไม่ใช่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าไม่ควรถาม

2 – ความสามารถในการให้คำสั่งที่เข้าใจง่ าย: ได้คะแนน 27 เปอร์เซ็นต์ เพราะในโลกของการทำงาน ความคลุมเครือมีต้นทุนสูงกว่าที่คิด เป้าหมายที่ไม่ชัด คำสั่งที่ขัดกัน หรือการสื่อสารที่กำกวม ทำให้พนักงานต้องเสียพลังไปกับการคาดเดา ตีความ และถามซ้ำ แทนที่จะได้ลงมือทำงานจริงๆ หัวหน้าที่ดีจึงไม่ใช่คนที่พูดเยอะ แต่คือคนที่สื่อสารชัดเจน โดยเฉพาะในเวลาที่สถานการณ์ไม่เป็นไปตามแผน และทีมต้องเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน

3 – การยื่นมือเข้าช่วยเมื่อจำเป็น: ได้คะแนน 24.6 เปอร์เซ็นต์ เพราะแม้หัวหน้าจะอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจเหนือกว่า แต่ความร่วมมือที่ดีควรไหลได้สองทาง หัวหน้าที่ดีจะเข้าใจว่า เมื่อพนักงานติดขัดหรือทำพลาด การลงมาช่วยแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่ช่วยงานให้เสร็จ แต่ยังช่วยปกป้องพนักงานจากความผิดพลาดที่อาจลุกลามไปจนถูกตำหนิจากผู้บริหารระดับสูงกว่า

4 – ความมั่นคงทางอารมณ์: ได้คะแนน 13.8 เปอร์เซ็นต์ เพราะในที่ทำงานที่ทุกคนมีภาระมากพออยู่แล้ว การต้องคอยรับมือกับอารมณ์แปรปรวนของหัวหน้า คือภาระซ้อนภาระ หัวหน้าที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ มักทำให้พนักงานไม่กล้าเข้าหา ไม่กล้าถาม และจะนำไปสู่ความผิดพลาดที่ยิ่งสร้างแรงกดดันให้วงจรความหงุดหงิดวนกลับมาอีกครั้ง

5 – ความเป็นคนช่างสังเกตและมีไหวพริบ: ได้คะแนน 8.8 เปอร์เซ็นต์ เพราะหัวหน้าที่ดีไม่ใช่แค่รู้ว่าต้องทำอะไร แต่ต้องรู้ด้วยว่าทีมกำลังเผชิญอะไรอยู่ พวกเขาอ่านบรรยากาศเป็น เห็นปัญหาก่อนจะลุกลาม และให้คำแนะนำที่มีเหตุผล ไม่ใช่การตัดสินแบบตามอำเภอใจ

สิ่งที่น่าสนใจสุดจากแบบสำรวจของ Biz Hits คือ ‘ความเก่งทางเทคนิค’ ของหัวหน้า แทบไม่ถูกมองว่าเป็นเรื่องสำคัญ มันไปโผล่เอาในอันดับที่ 8 เท่านั้น โดยมีคนเลือกเพียง 6.8 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่า ในสายตาคนทำงานญี่ปุ่น การเป็นหัวหน้าที่ดี ไม่ได้วัดกันที่ว่าคุณทำงานเก่งแค่ไหน แต่วัดกันที่ว่าคุณสื่อสาร รับฟัง และดูแลผู้คนรอบตัวได้ดีแค่ไหนต่างหาก

บางทีในโลกที่การทำงานกินพื้นที่ชีวิตมากกว่าครึ่ง สิ่งที่คนต้องการจากหัวหน้า อาจไม่ใช่คนที่ฉลาดสุด หรือคนที่ทำงานเก่งสุด แต่คือคนที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่า ตนไม่ได้ต่อสู้อยู่ลำพังในที่ทำงานแห่งนั้นต่างหาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...